นิทานชาดก กัญจนขันธชาดก : ทองคำใต้ดินในถิ่นของผู้หวงแหน

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งที่ต้องการจะสึกเพราะคิดว่าตนไม่อาจรักษาศีลที่มีมากมายนั้นได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงย่อศีลทั้งหมดเหลือ 3 ข้อ คือ การไม่ประพฤติผิดทางกาย ทางวาจา และทางใจ ภิกษุรูปนั้นเมื่อกลับไปก็พิจารณาว่าจริงๆแล้วศีลมากมายนั้นมันก็มีแค่ 3 ข้อนี้เอง แล้วเจริญวิปัสนาจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์

 

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีชาวนาคนหนึ่งเข้าไปทำนาในเขตบ้านร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นบ้านของมหาเศรษฐี ก่อนตายเขาได้ฝังทองแท่งขนาดใหญ่เท่าโคนขา ยาวประมาณ 4 ศอกไว้ที่นั่นด้วย เมื่อเศรษฐีตายไป ครอบครัวเขาก็ย้ายบ้านไปอยู่ในเมือง ปล่อยให้ที่ตรงนั้นรกร้างว่างเปล่า

วันหนึ่งขณะที่ชาวนาผู้นั้นกำลังไถนาอยู่ ไถของเขาได้สะดุดกับอะไรสักอย่าง เขาคิดว่าคงจะเป็นรากไม้จึงคุ้ยฝุ่นดู เห็นเป็นทองแท่ง ก็ตื่นเต้นดีใจใหญ่ จึงคิดจะแบกทองแท่งกลับบ้าน แต่ทำยังไงก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนแท่งทองนั้นได้เลย

 

“ทองอันเท่านี้ ไม่น่าจะหนักขนาดนั้น ทำไงดีละเนี่ย” ชาวนาพึมพำ แล้วก็คิดขึ้นได้ว่า สมบัติชิ้นนี้คงจะมีวิญญาณหวงแหนอยู่  ควรจะบอกกล่าวเจ้าของก่อน เขาจึงนั่งประนมมือแล้วพูดเบาๆ 

“ข้าแต่ท่านผู้เป็นเจ้าของทองแท่งชิ้นนี้ ฉันเป็นคนยากจน อยากจะทำบุญทำทานก็ไม่มีปัจจัยใดๆ เลย แม้แต่ข้าวจะใส่ท้องกับลูกกับเมียยังหาอย่างยากลำบาก ฉันจึงขอความกรุณาท่าน ได้โปรดให้ทองแท่งนี้แก่ฉันเถอะ ฉันจะนำไปทำบุญทำทานอุทิศส่วนกุศลให้ท่านส่วนหนึ่ง จับจ่ายเลี้ยงชีวิตส่วนหนึ่ง เก็บไว้ใช้ยามขัดสนส่วนหนึ่ง และจะเก็บไว้เป็นทุนในการทำไร่ทำนาอีกส่วนหนึ่ง ขออนุญาติเถอะจ้ะ”

เสร็จแล้วก็ลงมือยกทองแท่งนั้นอีก คราวนี้ปรากฏว่าเขาสามารถยกทองขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย เป็นที่น่าอัศจรรย์เป็นที่สุด

 

ชาวนาผู้ยากแค้นแบกทองไปถึงบ้านแล้วก็จัดการแบ่งออกเป็น 4 ส่วน เพื่อใช้จ่ายตามที่เขาอธิษฐานไว้ทุกประการ

 

ข้อคิดจากชาดก :
1.ทรัพย์สินเงินทองที่มีค่า เมื่อตายไปก็เอาไปใช้ไม่ได้ ควรเปลี่ยนทรัพย์หยาบให้กลายเป็นทรัพย์ละเอียดเพื่อจะได้ติดตามตัวเราไป

2.สมบัติทุกชิ้นล้วนมีเจ้าของ หากใครมีจิตเป็นกุศล ไม่ได้อยากได้ด้วยความโลภ ผู้เป็นเจ้าของย่อมยินดียกให้เป็นแน่

 

ประชุมชาดก

ชาวนาที่ได้ทองแท่งนั้น ได้เกิดเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า