Monthly Archives: January 2014

นิทานชาดก ติตติรชาดก : นกกระทา ลิง ช้าง พี่น้อง 3 เผ่าพันธุ์

นิทานชาดก นกกระทา ลิง ช้าง

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภการไม่เคารพกันของพระภิกษุ

ในอดีตกาล ที่ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีต้นไทรต้นใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยของนกกระทา ลิง และช้าง แม้ทั้งสามจะอาศัยอยู่ที่ต้นไทรต้นเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้มีความเคารพยำเกรงกันเลย เจ้าช้างนึกอยากเขย่าต้นไทรเมื่อไรก็เขย่า เจ้าลิงก็คอยแต่จะแกล้งเพื่อนตามประสาความซน ส่วนเจ้านกกระทาก็ชอบร้องเพลงตอนกลางคืนรบกวนเพื่อนๆ ที่จะนอน

ทั้งสามอยู่กันด้วยความขุ่นข้องหมองใจเสมอมา จนกระทั่งวันหนึ่ง มันก็คิดขึ้นได้ว่าขืนอยู่กันอย่างนี้ต่อไป คงไม่มีความสงบสุขแน่ จึงหันมาคุยกันว่าพวกมันควรให้ความเคารพและเชื่อฟังแก่ผู้ที่แก่กว่า …แต่เอ…แล้วพวกมันจะรู้ได้ยังไงว่าใครแก่กว่า

ในที่สุดเจ้านกกระทาก็คิดขึ้นมาได้

“ถ้าอย่างนั้นใช้ต้นไทรนี้เป็นตัวบอกอายุก็แล้วกัน เริ่มที่เจ้าช้างก่อนนะ เจ้าเห็นต้นไทรนี้ครั้งแรกเมื่อไร” นกกระทาถาม

“ข้าน่ะหรอ… ข้ารู้จักต้นไทรนี้ตั้งแต่มันยังเป็นพุ่มเล็กๆ เวลาข้าเดินผ่าน ยอดต้นไทรเล็กๆ มันจั๊กจี้ท้องข้าเรื่อยเลย” เจ้าช้างรำลึกความหลัง 

นิทานชาดก สกุณชาดก : คิดว่าตัวฉลาดเลยพลาดท่า

นิทานชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้ถูกไฟไหม้บรรณศาลา

ในอดีตกาล ณ ป่าใหญ่ใกล้เมืองพาราณสี มีนกหลายพันตัวทำรังอาศัยอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งมีกิ่งก้านสาขาสมบูรณ์ด้วยความสุขสบายเสมอมา

ต่อมา ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นถูกลมพัดกระหน่ำอย่างแรงจนคาคบเสียดสีกัน ส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว และเกิดควันฟุ้งตลบทั่วบริเวณ

นกหัวหน้าฝูงเห็นเช่นนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ช้าจะเกิดไฟไหม้ขึ้นที่ต้นไม้นี้ ทางที่ดีเรารีบบอกพรรคพวกให้หนีไปเสียก่อนดีกว่า ครั้นแล้วจึงหันมาสั่งพรรคพวกให้รีบอพยพหนีโดยเร็ว

“จะไปไหนกันหรือ หัวหน้า” นกพวกหนึ่งร้องถามขึ้นเพราะเป็นห่วงรังของตน

“ไปไหนก็ได้ ให้ไกลจากที่นี่ไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวจะเกิดไฟไหม้แล้ว เห็นไหมล่ะ ควันกลบไปหมดนั่นไง” หัวหน้าตะโกนบอก 

นิทานชาดก มัจฉชาดก : กามตัญหาทำปลาหน้ามืด

นิทานชาดก ปลา

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภพระภิกษุที่อยากจะสึกเพราะคิดถึงภรรยาเก่า

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

ที่แม่น้ำใกล้ชานเมือง มีปลาตัวหนึ่งมันเติบโตเป็นหนุ่มใหญ่แต่ยังไม่มีคู่ไว้เชยชิดเสน่หาเลย วันหนึ่งมันจึงว่ายออกจากที่อยู่ของมัน เพื่อเสาะแสวงหาปลาสาวมาเป็นคู่สักตัว มันว่ายน้ำมาไกลจนกระทั่งเข้าเขตปลาพวกอื่น ก็พอดีได้พบนางปลาตัวหนึ่งเป็นที่ต้องใจของมันยิ่งนัก มันจึงเข้าไปเกี้ยวพาราสี

ปลาทั้งสองว่ายน้ำจู๋จี๋อี๋อ๋อกันอย่างดื่มด่ำชุ่มฉ่ำใจ ปลาสาวว่ายนำหน้า ส่วนปลาหนุ่มว่ายตามหลัง บางครั้งก็เข้าชิดเกาะเกี่ยวกัน บางครั้งก็ออกห่างโลดไล่กันไปมาอย่างสนุกสนาน

ขณะที่ปลาสาวว่ายนำหน้ามาถึงตอนหนึ่ง นางได้กลิ่นแหของชาวประมง จึงหวนกลับ ส่วนปลาหนุ่มกำลังเต็มตื้นด้วยความเสน่หา เห็นดังนั้นก็นึกว่าปลาสาวคงจะแสร้งว่ายกลับให้ตัววิ่งไล่ จึงถลันเข้าไปในท้องแหโดยไม่รู้ตัว

ฝ่ายชาวประมงเห็นปลาตัวใหญ่ติดแหเข้าก็ดีใจ ยกแหขึ้นมาไว้บนหาดทราย จัดแจงเตรียมก่อไฟจะย่างปลากิน