Category Archives: นิทาน เรื่องของสัตว์

นิทานชาดก ติตติรชาดก : นกกระทา ลิง ช้าง พี่น้อง 3 เผ่าพันธุ์

นิทานชาดก นกกระทา ลิง ช้าง

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภการไม่เคารพกันของพระภิกษุ

ในอดีตกาล ที่ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีต้นไทรต้นใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยของนกกระทา ลิง และช้าง แม้ทั้งสามจะอาศัยอยู่ที่ต้นไทรต้นเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้มีความเคารพยำเกรงกันเลย เจ้าช้างนึกอยากเขย่าต้นไทรเมื่อไรก็เขย่า เจ้าลิงก็คอยแต่จะแกล้งเพื่อนตามประสาความซน ส่วนเจ้านกกระทาก็ชอบร้องเพลงตอนกลางคืนรบกวนเพื่อนๆ ที่จะนอน

ทั้งสามอยู่กันด้วยความขุ่นข้องหมองใจเสมอมา จนกระทั่งวันหนึ่ง มันก็คิดขึ้นได้ว่าขืนอยู่กันอย่างนี้ต่อไป คงไม่มีความสงบสุขแน่ จึงหันมาคุยกันว่าพวกมันควรให้ความเคารพและเชื่อฟังแก่ผู้ที่แก่กว่า …แต่เอ…แล้วพวกมันจะรู้ได้ยังไงว่าใครแก่กว่า

ในที่สุดเจ้านกกระทาก็คิดขึ้นมาได้

“ถ้าอย่างนั้นใช้ต้นไทรนี้เป็นตัวบอกอายุก็แล้วกัน เริ่มที่เจ้าช้างก่อนนะ เจ้าเห็นต้นไทรนี้ครั้งแรกเมื่อไร” นกกระทาถาม

“ข้าน่ะหรอ… ข้ารู้จักต้นไทรนี้ตั้งแต่มันยังเป็นพุ่มเล็กๆ เวลาข้าเดินผ่าน ยอดต้นไทรเล็กๆ มันจั๊กจี้ท้องข้าเรื่อยเลย” เจ้าช้างรำลึกความหลัง 

นิทานชาดก สกุณชาดก : คิดว่าตัวฉลาดเลยพลาดท่า

นิทานชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้ถูกไฟไหม้บรรณศาลา

ในอดีตกาล ณ ป่าใหญ่ใกล้เมืองพาราณสี มีนกหลายพันตัวทำรังอาศัยอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งมีกิ่งก้านสาขาสมบูรณ์ด้วยความสุขสบายเสมอมา

ต่อมา ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นถูกลมพัดกระหน่ำอย่างแรงจนคาคบเสียดสีกัน ส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว และเกิดควันฟุ้งตลบทั่วบริเวณ

นกหัวหน้าฝูงเห็นเช่นนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ช้าจะเกิดไฟไหม้ขึ้นที่ต้นไม้นี้ ทางที่ดีเรารีบบอกพรรคพวกให้หนีไปเสียก่อนดีกว่า ครั้นแล้วจึงหันมาสั่งพรรคพวกให้รีบอพยพหนีโดยเร็ว

“จะไปไหนกันหรือ หัวหน้า” นกพวกหนึ่งร้องถามขึ้นเพราะเป็นห่วงรังของตน

“ไปไหนก็ได้ ให้ไกลจากที่นี่ไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวจะเกิดไฟไหม้แล้ว เห็นไหมล่ะ ควันกลบไปหมดนั่นไง” หัวหน้าตะโกนบอก 

นิทานชาดก มัจฉชาดก : กามตัญหาทำปลาหน้ามืด

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภพระภิกษุที่อยากจะสึกเพราะคิดถึงภรรยาเก่า

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

ที่แม่น้ำใกล้ชานเมือง มีปลาตัวหนึ่งมันเติบโตเป็นหนุ่มใหญ่แต่ยังไม่มีคู่ไว้เชยชิดเสน่หาเลย วันหนึ่งมันจึงว่ายออกจากที่อยู่ของมัน เพื่อเสาะแสวงหาปลาสาวมาเป็นคู่สักตัว มันว่ายน้ำมาไกลจนกระทั่งเข้าเขตปลาพวกอื่น ก็พอดีได้พบนางปลาตัวหนึ่งเป็นที่ต้องใจของมันยิ่งนัก มันจึงเข้าไปเกี้ยวพาราสี

ปลาทั้งสองว่ายน้ำจู๋จี๋อี๋อ๋อกันอย่างดื่มด่ำชุ่มฉ่ำใจ ปลาสาวว่ายนำหน้า ส่วนปลาหนุ่มว่ายตามหลัง บางครั้งก็เข้าชิดเกาะเกี่ยวกัน บางครั้งก็ออกห่างโลดไล่กันไปมาอย่างสนุกสนาน

ขณะที่ปลาสาวว่ายนำหน้ามาถึงตอนหนึ่ง นางได้กลิ่นแหของชาวประมง จึงหวนกลับ ส่วนปลาหนุ่มกำลังเต็มตื้นด้วยความเสน่หา เห็นดังนั้นก็นึกว่าปลาสาวคงจะแสร้งว่ายกลับให้ตัววิ่งไล่ จึงถลันเข้าไปในท้องแหโดยไม่รู้ตัว

ฝ่ายชาวประมงเห็นปลาตัวใหญ่ติดแหเข้าก็ดีใจ ยกแหขึ้นมาไว้บนหาดทราย จัดแจงเตรียมก่อไฟจะย่างปลากิน 

นิทานชาดก สัมโมทมานชาดก : หายนะมาเยือนเพราะเพื่อน(นกกระจาบ)ไม่สามัคคี

นิทานชาดก นกกระจาบไม่สามัคคี

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภการทะเลาะกันของพระญาติทางฝ่ายเมืองกบิลพัสดุ์ กับพระญาติทางฝ่ายเมืองโกลิยะ

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีนกกระจาบหลายพันตัวอาศัยอยู่  แต่เมื่อเร็วๆนี้ เป็นที่สังเกตได้ว่า ประชากรนกกระจาบได้หดหายไปจำนวนมาก ฝ่ายหัวหน้าฝูงนกกระจาบเมื่อเห็นพรรคพวกหดหายไปเรื่อยๆ เช่นนั้น ก็พยายามสืบจนได้ความว่า มีนายพรานคนหนึ่งแอบเอาข่ายไปดักจับนกกระจาบ หัวหน้าจึงเรียกประชุมนกกระจาบทั้งหมดแล้วประกาศให้ทราบ และบอกวิธีเอาตัวรอด

“…ดังนั้น ตั้งแต่วันนี้ไป หากพวกเราติดข่ายนายพรานให้พร้อมใจกันเอาศีรษะลอดตาข่าย แล้วพากันออกแรงบินยกข่ายขึ้นไปครอบไว้บนต้นไม้สูงๆ แล้วก็บินหลบออกมาด้านล่าง เท่านี้พวกเราก็จะเอาชีวิตรอดออกมาได้ เข้าใจไหม”

“ครับลูกพี่ พวกเราต้องเอาชีวิตรอดได้แน่นอน”

ตั้งแต่วันนั้น เมื่อพวกนกถูกข่ายนายพราน พวกมันก็พร้อมใจกันทำตามคำแนะนำของหัวหน้าอย่างเคร่งครัด กว่านายพรานจะปีนขึ้นไปแกะตาข่ายบนต้นไม้ได้ ก็ค่ำมืด จนต้องกลับบ้านมือเปล่าเสียทุกครั้ง ทำให้ถูกเมียที่บ้านเข้าใจผิด 

นิทานชาดก นัจจชาดก : ลำแพนลำพอง

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภพระภิกษุผู้มีภัณฑะมากรูปหนึ่ง เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสถาม แม้ภิกษุผู้นั้นจะรับว่าจริงแต่ก็โกรธ จึงเปลี้องผ้าออก ยืนเป็นคนเปลือยอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ แล้วหันหลังเดินจากไป สักพักก็มาขอสึก

ในอดีตกาล เมื่อต้นภัทรกัปนี้ (เมื่อโลกเกิดขึ้นใหม่ๆ) สัตว์ทั้งหลายต่างก็ตั้งพวกของตนให้เป็นหัวหน้า เช่น พวกปลาได้ตั้งปลาอานนท์เป็นหัวหน้า พวกนกได้ตั้งหงส์เป็นหัวหน้า ส่วนสัตว์สี่เท้าได้ตั้งราชสีห์เป็นหัวหน้า

ครั้งหนึ่งพญาหงส์ซึ่งเป็นหัวหน้าของบรรดานกทั้งหลาย มีความประสงค์จะให้ลูกสาวผู้เลอโฉมได้แต่งงาน จึงประชุมบรรดานกทั้งหมด แล้วให้ลูกสาวเลือกคู่ได้เองตามใจชอบ

ลูกสาวแสนสวยของพญาหงส์ได้เดินชะแง้แลมองบรรดานกหนุ่มที่ชูคอสลอน ณ ที่นั้น เธอเดินไปเดินมาหลายรอบ ในที่สุดก็ได้พบกับนกยูงใหญ่ตัวหนึ่ง รูปร่างท่าทางองอาจผึ่งผาย มิหนำซ้ำที่คอยังมีสีเหมือนแก้วมณี มีหางอันงามวิจิตร เป็นที่สะดุดตา เลยเกิดชอบใจ จึงกลับไปบอกพ่อกับแม่ของเธอทันที

“ตกลงพ่อยกเจ้าให้กับนกยูงผู้งามสง่า” พญาหงส์ประกาศ