นิทานชาดก มฆเทวชาดก : ผมหงอกหนึ่งเส้น จึงหลีกเร้นไปออกบวช

นิทานชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภถึงการเสด็จออกบรรพชาของพระองค์

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้ามฆราชครองราชสมบัติอยู่ในกรุงมิถิลานคร

พระองค์ทรงเป็นมหาธรรมราชาผู้ดำรงอยู่ในธรรม ในสมัยนั้นทรงมีพระชนม์มายุยืนนานถึงสองหมื่นปี วันหนึ่งพระองค์ทรงเรียนช่างกัลบก (ช่างตัดผม) มาแต่งพระเกศา แล้วรับสั่งว่า

“หากเจ้าเห็นผมหงอกบนศีรษะของเราในเวลาใด จงบอกแก่เราเถอะ”

เวลาได้ผ่านมาเนิ่นนาน จนวันหนึ่งในขณะที่ช่างกัลบกกำลังตั้งหน้าตั้งตาแต่งพระเกศาอยู่นั้น บังเอิญเขาเหลือบไปเห็นพระเกศาเส้นหนึ่งหงอกขาว จึงทูลว่า

“ข้าพเจ้าเห็นพระเกศาของพระองค์หงอกอยู่เส้นหนึ่ง พระองค์จะทรงอนุญาตให้ถอนไหมพระเจ้าข้า”

“ถอนซี ถอนผมหงอกของเรามาให้ดูหน่อยเถิด” พระราชารับสั่งทันที

เมื่อพระราชาตรัสอย่างนั้น ช่างกัลบกจึงเอาแหนบทองถอนพระเกศาเส้นนั้นออกมาให้พระองค์ทอดพระเนตร

พระองค์รับมาพิจารณา แล้วทรงถึงความสังเวชว่าพระยามัจจุราชได้มายืนอยู่ใกล้ๆ แล้ว

“เราแก่ขนาดนี้แล้วหรือนี่” พระเจ้ามฆเทวะรำพึง

“แต่พระองค์เพียงพระเกศาหงอกเส้นเดียวเท่านั้นแหละ พระเจ้าข้า ข้าพระองค์คิดว่าพระองค์ยังไม่แก่เลย” ช่างกัลบกทูล

“เจ้าอย่ามาปลอบใจข้าเลย ผมหงอกแล้ว ถ้าไม่แก่ก็ผิดไปละ” พระราชารับสั่งด้วยความสลดพระทัย

“เราจะออกบวชในวันนี้แหละ… ในฐานะที่เจ้ารับใช้เรามานาน เราขอยกบ้านส่วยให้เจ้า 2 แห่งเป็นรางวัล เพื่อเป็นรายได้เลี้ยงตัวและลูกเมียของเจ้า”

“เป็นมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งแล้ว พระเจ้าข้า” ช่างกัลบกก้มลงกราบแทบพระบาทด้วยความซาบซึ้ง “ข้าพเจ้าจะรอให้ลูกโตสักหน่อยแล้วจะออกบวชตามเสด็จพระองค์พระเจ้าข้า”

“อืม ดีแล้ว เจ้าไปตามโอรสองค์ใหญ่มาให้เราที” พระเจ้ามฆเทวะรับสั่ง

สักครู่เขากลับมาเข้าเฝ้าพระองค์อีกพร้อมด้วยพระโอรส

“เสด็จพ่อเรียกหม่อมฉันหรือพระเจ้าข้า” พระโอรสทูลถามทันทีที่มาเข้าเฝ้า

พระเจ้ามฆเทวะพยักหน้า พลางรับสั่งว่า

“ถูกแล้วลูก พ่อต้องการพบเจ้าเพื่อจะยกราชสมบัติให้เจ้า”

“แล้วเสด็จพ่อล่ะพระเจ้าข้า เสด็จพ่อจะไปไหน” พระโอรสย้อนถามด้วยความสงสัย

พระเจ้ามฆเทวะไม่ทรงตอบในทันที พระองค์นิ่งเป็นครู่แล้วจึงรับสั่งขึ้นช้าๆ ว่า

“พ่อแก่แล้ว ลูกเอ๋ย พ่อใกล้ความตายเข้าไปทุกที ควรจะออกบวช บำเพ็ญศีลภาวนา ประสาคนแก่ดีกว่า เรื่องการบ้านการเมืองควรจะเป็นเรื่องของเจ้า ซึ่งยังหนุ่มยังแน่น”

“แต่ลูกยังเด็กเกินไป พระเจ้าข้า” โอรสทูลทัดทาน “ขอเวลาให้ลูกเป็นผู้ใหญ่กว่านี้สักหน่อยเถิด เสด็จพ่อค่อยออกบวช”

“ไม่ได้หรอกลูก พ่อรอต่อไปไม่ได้ แม้ขณะนี้เจ้าจะยังเด็กอยู่ แต่ก็มีอำมาตย์ผู้รอบรู้กิจการงานเมืองทุกอย่างคอยช่วยเหลือ เจ้าจงทำตามที่พ่อสั่งเถอะ”

เมื่อทรงจัดการมอบราชสมบัติให้พระโอรส พร้อมทั้งอบรมสั่งสอนให้ยึดมั่นในทศพิษราชธรรมแล้ว พระเจ้ามฆเทวะก็ทรงออกบวชเป็นฤาษีอยู่ในมฆอัมพวัน (อุทยานหลังพระราชวัง) ทรงบำเพ็ญเพียรถึงแปดหมื่นสี่พันปี จนได้บรรลุฌานสมาบัติ และเมื่อสววรคตก็ได้ไปอุบัติในพรหมโลก

ข้อคิดจากชาดก :  คนฉลาดย่อมไม่มัวเมาหลงตัวเองว่ายังไม่แก่ แม้เห็นผมหงอกเส้นเดียวก็เกิดสลดใจรีบหันเข้าวัด บำเพ็ญศีลภาวนา

ประชุมชาดก
ช่างกัลบกในครั้งนั้น ได้เป็น พระอานนท์
โอรสในครั้งนั้น ได้เป็น พระราหุล
พระเจ้ามฆเทวะได้เป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

นิทานชาดก