นิทานชาดก มหิฬามุขชาดก : ช้างดุร้ายเพราะฟังคำร้ายจากคนพาล

นิทานชาดก ช้างดุร้าย

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภพระภิกษุผู้บวชในสำนักของพระองค์ แต่ถูกเพื่อนผู้บวชในสำนักพระเทวทัตชวนไปฉันภัตตาหารรสเลิศต่างๆ ที่วิหารพระเทวทัต ท่านจึงไม่ได้ไปบิณฑบาต รอจนสายท่านจึงไปยังเวฬุวัน เป็นอยู่อย่างนี้จนเพื่อนพระจับได้

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี พระองค์มีช้างมงคลอยู่หนึ่งเชือก เป็นช้างพระที่นั่ง มีกิริยาสงบเสงี่ยมเรียบร้อย นามว่า มหิฬามุข อยู่ในโรงช้างในพระราชวัง

ต่อมา พวกโจรพากันมานั่งจับกลุ่มสนทนากันอยู่ข้างโรงช้างเป็นเวลาหลายคืน เรื่องที่สนทนานั้นเกี่ยวกับเรื่องปล้นสะดมตีชิงวิ่งราวฆ่าเจ้าทรัพย์ พร้อมทั้งแนะนำกันให้นิยมทางร้ายกาจ ปราศจากความเมตตากรุณา

ฝ่ายช้างมหิฬามุข เมื่อได้ยินดังนั้นหลายครั้งเข้าก็เข้าใจว่า คนพวกนั้นแนะนำให้ตนร้ายกาจบ้างจึงเปลี่ยนนิสัยเดิมทันที

รุ่งเช้า พอคนเลี้ยงเข้ามาในโรงก็จับฟาดกับพื้นตายคาที่ และเมื่อคนอื่นๆ เข้าไปห้ามปราม ก็จับฟาดเสียแหลกเช่นเดียวกัน ทำให้พวกที่อยู่ข้างนอกขยาดหวาดกลัววิ่งหนีหัวซุกหัวซุน มากราบทูลให้พระเจ้าพรหมทัตทรงทราบ 

พระองค์ได้รับสั่งให้อำมาตย์คนหนึ่งไปตรวจดู ซึ่งเมื่ออำมาตย์ผู้นั้นไปตรวจดูแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ แต่ก็เฉลียวใจว่าอย่างไรเสีย ช้างนี้ต้องได้รับการอบรมให้ดุร้ายเป็นแน่ เมื่อสอบถามดูก็ได้ความจริงว่าช้างได้ฟังการสนทนาของพวกโจรมาหลายคืนแล้ว จึงนำความนั้นมากราบทูลให้พระเจ้าพรหมทัต แล้วแนะนำให้พระองค์เชิญพวกสมณพราหมณ์ผู้ทรงศีลมาสนทนาเรื่องที่ดีงามให้ช้างฟังเสมอ

“เอาซี ท่านอำมาตย์ เผื่อมันจะดีขึ้นบ้าง” พระเจ้าพรหมทัตอนุมัติตามความประสงค์ของเขาทันที

เมื่อช้างได้ฟังเรื่องที่ดีงามดังนั้นบ่อยเข้าๆ ก็กลับนิสัยเป็นผู้ดี มีกิริยาเรียบร้อยสงบเสงี่ยมดังเดิม ความดุร้ายทั้งหลายหายไปสิ้นตั้งแต่นั้นมา

ข้อคิดจากชาดก :
1. การมั่วสุมกับคนไม่ดีย่อมมีโอกาสเปลี่ยนนิสัยใจคอเป็นคนไม่ดีได้โดยง่าย ดังที่ท่านว่า คบคนเช่นไรเป็นคนเช่นนั้น
2. การเลือกรับสื่อสมัยนี้ก็เช่นเดียวกัน หากเรารับสื่อใดมากๆ ใจเราก็จะเอนเอียงไปในทางนั้น

ประชุมชาดก
ช้างมหิฬามุขในครั้งนั้น ได้เป็นภิกษุผู้ซ่องเสพฝ่ายตรงข้าม
พระราชาในครั้งนั้น ได้เป็น พระอานนท์
อำมาตย์ในครั้งนั้น ได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

นิทานชาดก ช้างดุร้าย