นิทานชาดก นันทิวิสาลชาดก : โคนันทิวิศาล ชอบฟังคำขานอันไพเราะ

นิทานชาดก โคนันทวิศาล

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภการพูดเสียดแทงให้เจ็บใจของพวกภิกษุฉัพพัคคีย์  (ภิกษุฉัพพัคคีย์ คือ กลุ่มเพื่อนชาวกรุงสาวัตถี ๖ คน มาบวชเพื่อหาลาภสักการะ ประพฤติตัวไม่เหมาะสม เป็นเหตุให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องบัญญัติพระวินัยมากมาย)

นานมาแล้ว มีพระราชาพระนามว่า คันธาระ ครองราชสมบัติอยู่ในเมืองตักกสิลา แคว้นคันธาระ

มีพราหมณ์คนหนึ่งได้ลูกวัวมาเลี้ยง แกรักมันเหมือนกับลูก ให้กินข้าวต้มข้าวสวยเหมือนมนุษย์ และตั้งชื่อว่า นันทิวิศาล

โคนันทิวิศาลเติบโตขึ้นโดยลำดับ และมีกำลังวังชาแข็งแรงอย่างยิ่ง มันตั้งใจจะสนองคุณพราหมณ์ที่เลี้ยงดูมันมาตั้งแต่เล็ก จนวันหนึ่งนันทิวิศาลนึกอุบายได้จึงได้บอกให้พรามณ์ไปท้าพนันกับวินทกเศรษฐี โดยวางเงินกันพันนึง

“ลูกแน่ใจนะนันทิวิศาล เกวียนหนึ่งร้อยเล่มไม่ใช่เบาๆ นา… เจ้าลากไหวแน่นะ” พรามณ์ถามเจ้าโค เมื่อรู้อุบายนั้นแล้ว 

“ฉันลากได้แน่นอนจ้ะ พ่อไม่ต้องเป็นห่วง พ่อต้องได้เงินหนึ่งพันนั้นมาอย่างแน่นอน” โคนันทิวิศาลตอบอย่างมั่นใจ

พราหมณ์จึงเข้าไปหาวินทกเศรษฐีและขอท้าพนัน เศรษฐีไม่เคยเห็นโคที่ไหนจะลากเกวียนได้ทีละร้อยเล่ม จึงรับท้าพนันนั้นทันที

เมื่อถึงเวลา เศรษฐีจึงเตรียมเกวียนไว้ให้พร้อมกับบรรทุกหิน ทราย เต็มที่ ผูกเกวียนติดกันยาวเหยียด

ฝ่ายพรามณ์เมื่อเห็นเกวียนบรรทุกทั้งหินและทรายเต็มเช่นนั้น ก็ชักใจไม่ดี หวั่นๆ ว่าโดนเจ้าโคมันหลอกแล้วกระมัง เมื่อเทียมโคนันทิวิศาลกับเกวียนเสร็จแล้วเขาก็ขึ้นไปนั่งบนเกวียนแล้วพูดกับเจ้าโคด้วยเสียงอันดังว่า

“เฮ้ย! เจ้าโคขี้โกง แกจงลากเกวียนออกไปจากที่นี่เร็วเข้า”

โคนันทิวิศาลได้ฟังถ้อยคำอันหยาบคายเช่นนั้นก็สิ้นกำลังใจ ยืนนิ่งไม่ยอมก้าวเดิน มีแต่น้ำตาที่ไหลออกมา

 

เป็นอันว่าวันนั้นพราหมณ์ต้องเสียเงินเดิมพันให้เศรษฐีตามสัญญา เขาแก้โคนันทิวิศาลแล้วปล่อยไป ส่วนตัวเองเดินคอตกกลับบ้าน

โคนันทิวิศาลกลับมาตอนเย็น เห็นพราหมณ์นอนอยู่จึงเข้าไปถาม

“พ่อๆ หลับอยู่หรอ”

“จะหลับได้ยังไงกัน คนเสียเงินไปตั้งพัน” พราหมณ์ตอบ

“ตั้งแต่เกิดมาฉันเคยเป็นวัวเกเร หรือว่าขี้โกงให้พ่อต้องเสียใจบ้างหรือเปล่า” เจ้าโคเริ่มคำถาม

“เอ่อ… ไม่เคยนี่ ทำไมหรอ” พราหมณ์งง

“แล้วเมื่อตอนลากเกวียน พ่อว่าฉันเป็นวัวขี้โกงทำไม ฉันเสียใจนะพ่อ ฟังแล้วมันหมดกำลังใจ” โคนันทิวิศาลบอกความในใจ

“คือ…” พราหมณ์พูดอะไรไม่ออก

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พ่อไปพนันกับเศรษฐีใหม่ คราวนี้เพิ่มเป็นสองพันเลย แต่พ่อต้องพูดกับฉันเพราะๆ นะ”

 

เมื่อถึงวันท้าพนัน เขาอาบน้ำให้โคนันทิวิศาลอย่างดี เลี้ยงอาหารแล้วพาไปเทียมเกวียนร้อยเล่มที่เศรษฐีเตรียมไว้ พราหมณ์ขึ้นนั่งบนเกวียนแล้วลูบหลังลูบไหล่เจ้าโค พลางกล่าวอย่างนุ่มนวลว่า

“ลูกเอ๋ย เจ้าจงลากเกวียนร้อยเล่มนี้ไปเถอะ พ่อพร้อมแล้ว”

พอนันทิวิศาลได้ยินดังนั้นก็เกิดกำลังใจ ลากเกวียนทั้งร้อยเล่มเคลื่อนที่ไปไม่รอช้า

เมื่อเกวียนเริ่มเคลื่อน เสียงคนดูก็เริ่มเชียร์ดังขึ้นๆ ไชโยโห่ร้องกันดังตลอดทาง

เป็นอันว่าคราวนี้ พราหมณ์ได้รับทรัพย์จำนวนสองพันจากเศรษฐีตามสัญญา เขาพาโคนันทิวิศาลกลับบ้านด้วยความยินดีปรีดาเป็นที่สุด

ข้อคิดจากชาดก
แม้แต่สัตว์เดรัจฉานยังชอบใจคำพูดที่ไพเราะเสนาะหู เราจึงไม่ควรพูดคำหยาบคายไม่ว่ากับใครก็ตาม

ประชุมชาดก 
พราหมณ์ในครั้งนั้น ได้เป็น พระอานนท์
โคนันทิวิสาลในครั้งนั้นได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

นิทานชาดก โคนันทวิศาล