นิทานชาดก นัจจชาดก : ลำแพนลำพอง

นิทานชาดก นกยูง

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภพระภิกษุผู้มีภัณฑะมากรูปหนึ่ง เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสถาม แม้ภิกษุผู้นั้นจะรับว่าจริงแต่ก็โกรธ จึงเปลี้องผ้าออก ยืนเป็นคนเปลือยอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ แล้วหันหลังเดินจากไป สักพักก็มาขอสึก

ในอดีตกาล เมื่อต้นภัทรกัปนี้ (เมื่อโลกเกิดขึ้นใหม่ๆ) สัตว์ทั้งหลายต่างก็ตั้งพวกของตนให้เป็นหัวหน้า เช่น พวกปลาได้ตั้งปลาอานนท์เป็นหัวหน้า พวกนกได้ตั้งหงส์เป็นหัวหน้า ส่วนสัตว์สี่เท้าได้ตั้งราชสีห์เป็นหัวหน้า

ครั้งหนึ่งพญาหงส์ซึ่งเป็นหัวหน้าของบรรดานกทั้งหลาย มีความประสงค์จะให้ลูกสาวผู้เลอโฉมได้แต่งงาน จึงประชุมบรรดานกทั้งหมด แล้วให้ลูกสาวเลือกคู่ได้เองตามใจชอบ

ลูกสาวแสนสวยของพญาหงส์ได้เดินชะแง้แลมองบรรดานกหนุ่มที่ชูคอสลอน ณ ที่นั้น เธอเดินไปเดินมาหลายรอบ ในที่สุดก็ได้พบกับนกยูงใหญ่ตัวหนึ่ง รูปร่างท่าทางองอาจผึ่งผาย มิหนำซ้ำที่คอยังมีสีเหมือนแก้วมณี มีหางอันงามวิจิตร เป็นที่สะดุดตา เลยเกิดชอบใจ จึงกลับไปบอกพ่อกับแม่ของเธอทันที

“ตกลงพ่อยกเจ้าให้กับนกยูงผู้งามสง่า” พญาหงส์ประกาศ 

“แหมท่านนกยูง! ท่านช่างมีบุญวาสนาเหลือเกิน” พวกนกต่างๆ พากันเข้ามาแสดงความยินดีกับนกยูง “ท่านได้เป็นลูกเขยของพญาหงส์ ช่างเป็นบุญของท่านแท้ๆ”

และด้วยเพราะความดีใจของเจ้านกยูงบวกกับเสียงยกยอปอปั้นของเพื่อนนก มันจึงรีบถลาออกมายืนกลางที่ประชุม ยกปีกหางขึ้นรำแพนกรีดกรายไปมา พร้อมกับส่งเสียงออกมาทันทีว่า

“แน่นอนล่ะ นอกจากข้าจะมีบุญวาสนาแล้ว ปีกหางของข้าก็ยังสวยสะดุดตาเกินกว่านกใดๆ นี่ดูสิ ดูให้เต็มตา เดี๋ยวจะหาว่าข้าคุย ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่างพวกเจ้าไม่ได้เศษเสี้ยวความงามของข้าหรอก” มันฝอยฟุ้งพลางหัวเราะเยาะเย้ยพวกนกทั้งหลายต่อไปอีกยกใหญ่

“ท่านพญาหงส์! ” นกอายุมากตัวหนึ่งขยับไปพูดกับพญาหงส์ “นกสามหาวคุยโวอย่างนี้หรือที่ท่านจะยอมรับเป็นลูกเขย แหม.. บอกตรงๆ ข้าเสียดายลูกสาวท่านจังเลย”

“นั่นสิพี่ ฉันเองก็สงสารลูกสาว ถ้าจะได้สามีพรรค์ต่ำๆ อย่างนั้น” เมียพญาหงส์สำทับ

ฝ่ายพญาหงส์ซึ่งรู้สึกไม่พอใจในกิริยาท่าทางของว่าที่ลูกเขยตั้งแต่แรกแล้ว เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างนั้นก็ยิ่งไม่พอใจหนักขึ้น จึงตัดสินใจร้องประกาศออกมาทันทีว่า

“นี่! พวกท่านทั้งหลายจงเงียบ แล้วฟังเราสักครู่หนึ่ง”

นกทั้งหลายต่างเงียบเสียงลงทันที

“ที่เราประกาศยกลูกสาวให้กับเจ้านกยูงรูปงามเมื่อกี้นั้น เราขอยกเลิก”

“อ้าว! ทำไมยังงั้นล่ะ ท่านว่าที่พ่อตา?” เจ้านกยูงหน้าซีด ตะโกนถาม พร้อมกับเสียงอื้ออึงของบรรดานกทั้งหลายอีกครั้ง

“ก็เพราะเจ้ามีความประพฤติไม่เหมาะสมกับลูกสาวเราน่ะสิ” เมื่อเห็นเจ้านกยูงทำหน้าเหว๋อ พญาหงส์จึงพูดต่อ

“เจ้าวางกล้ามสามหาว คุยโว อย่างนั้น เราถือว่าเจ้าประพฤติไม่เหมาะสม แล้วอีกอย่าง ต่อไปเราจะวางใจให้เจ้าเป็นผู้ปกครองสืบต่อจากเราได้ยังไง”

“จริงด้วยท่าน พวกข้าไม่ยอมให้มันมาปกครองพวกข้าหรอกนะ เจ้านกขี้โวอย่างนี้น่ะ” เสียงหนึ่งตะโกนออกมา

“ข้าก็ว่าอย่างนั้น ถ้าน้องหงส์แต่งงานกับมัน น้องหงส์ต้องไม่มีความสุขแน่” อีกเสียงสำทับ

แล้วก็มีเสียงต่อว่าเจ้านกยูงจอมโวดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมันทนไม่ไหวต้องบินหนีไป

เมื่อเหตุการณ์สงบลงแล้ว พญาหงส์จึงกล่าวขึ้นว่า

“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นเราจะยกลูกสาวให้กับหงส์ทอง หลานชายของเรา มีใครไม่เห็นด้วยไหม”

“เหมาะสมที่สุดแล้วครับท่านพญาหงส์” นกทั้งหลายต่างยอมรับ

เป็นอันว่าลูกสาวพญาหงส์กับหงส์ทองจึงได้แต่งงานกัน และนกทุกตัวต่างก็แยกย้ายกลับรังของตัวเอง

ข้อคิดจากชาดก :
1. คนบางคน รูปร่างท่าทางสวยงาม ดูภายนอกอาจจะเป็นคนดี เรียบร้อย แต่หากได้สนทนากัน เขาอาจไม่ได้เป็นอย่างรูปลักษณ์ภายนอก
2. การยกตนข่มท่าน หรือคุยโวโอ้อวดว่าตนมีดีกว่าผู้อื่น สุดท้ายก็ต้องโดนยำอย่างเจ้านกยูงนั่นแหละ

ประชุมชาดก 
นกยูง ได้เกิดเป็น ภิกขุผู้มีภัณฑะมาก
พญาหงส์ ได้เกิดเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

นิทานชาดก นกยูง