นิทานชาดก นิโครธมิคชาดก : กวางหัวหน้ายอมถูกฆ่าแทนลูกน้อง

นิทานชาดก นิโครธมิคชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุณีนางหนึ่งที่ได้เคยบวชยังสำนักพระเทวทัต ต่อมาปรากฏว่านางได้ตั้งครรภ์ พระเทวทัตกลัวสำนักตนเสียชื่อจึงไล่ให้สึกโดยมิได้มีการสืบสาวราวเรื่องแต่อย่างใด ภิกษุณีนั้นคิดว่าตนมาบวชเพราะเลื่อมในในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น จึงเดินทางมาเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา พระองค์ทรงทราบด้วยญาณว่านางบริสุทธิ์ แต่เพื่อความโปร่งใสและจะได้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งหลาย พระองค์จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวน ผลปรากฏว่านางได้ตั้งครรภ์มาแล้วตั้งแต่ก่อนบวช จึงพ้นความผิด

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี
กวางใหญ่ 2 ฝูงอาศัยอยู่ในป่าใหญ่ใกล้ๆ กรุงพาราณสี ฝูงหนึ่งมีพญากวาง “นิโครธ” ปกครอง อีกฝูงหนึ่งมีพญากวาง “สาขะ” ปกครอง แต่ละฝูงมีบริวารอยู่ 500 ตัว อาศัยอยู่ไม่ไกลกันนัก

เนื่องจาก พระราชาโปรดเสวยเนื้อกวาง จึงได้ออกเข้าป่าล่ากวางทุกวัน และเกณฑ์ประชาชนให้ไปกับพระองค์ด้วยทุกครั้ง ทำให้ชาวบ้านไม่มีเวลาทำมาหากิน ชาวบ้านจึงประชุมกันว่าจะต้อนกวางมาไว้ในเขตพระราชอุทยานเพื่อให้พระราชาทรงล่าได้โดยสะดวก 

นิทานชาดก ลักขณชาดก : กวางดื้อถือดีตน จึงอับจนพบหายนะ

นิทานชาดก ลักขณชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภพระเทวทัตที่ครั้งหนึ่งประกาศขอเป็นผู้ปกครองสงฆ์แทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระเทวทัตได้ทูลขอให้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติพระวินัยให้คณะสงฆ์ปฏิบัติ ๕ ประการ แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาต พระเทวทัตได้ทีจึงประกาศว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงเคร่งครัดในพระธรรมวินัย แล้วแยกตัวออกไปพร้อมคณะสงฆ์ที่เห็นด้วยจำนวน 500 รูป แต่เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อพระสงฆ์ทั้ง 500 นั้น สำเร็จมรรคผลแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงให้พระโมคคัลลานะและพระสารีบุตรไปรับกลับมา

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้ามคธครองราชย์สมบัติอยู่ในนครราชคฤห์ ในแคว้นมคธ

มีพญากวางตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่า ปกครองบริวารกวางจำนวน 1,000 ตัว พญากวางนั้นมีลูก 2 ตัว ชื่อ กวางลักขณะ และ กวางกาฬะ เมื่อลูกกวางทั้ง 2 โตขึ้น พญากวางก็แก่ลงมาก จึงคิดจะให้ลูกกวางทั้ง 2 เป็นผู้ปกครองฝูงแทนตน  

นิทานชาดก สุขวิหาริชาดก : ว่างทุกข์ สุขนิรันดร์

นิทานชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภพระภัททิยเถระ (พระอนุชา) ที่เมื่อครั้งพระภัททิยเถระได้ครองราชย์ต่อจากเจ้าชายสิทธัตถะ แม้พระองค์จะแวดล้อมด้วยบริวารและราชองครักษ์ ก็ยังไม่เคยมีความสงบและเป็นสุขเลย จนกระทั่งพระภัททิยเถระได้ออกบวชในพระพุทธศาสนา และได้บำเพ็ญเพียรจนหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ รู้สึกมีความสุขมากจริงๆ จึงได้เปล่งอุทานออกมาตลอดว่า “สุขจริงหนอ” แต่พระภิกษุอื่นเห็นแล้วไม่เข้าใจจึงพากันติเตียน

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชย์สมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี

มีพรามณ์ผู้หนึ่งซึ่งเกิดในตระกูลสูง ได้พิจารณาเห็นโทษของการครองเรือนและเห็นอานิสงส์ของการบวช จึงละทิ้งสมบัติทั้งหลาย มุ่งเข้าป่าบวชเป็นฤาษี ตั้งใจบำเพ็ญเพียรจนบรรลุฌาณสมาบัติ 8 และมีลูกศิษย์ถึง 500 คน 

นิทานชาดก เสรีววาณิชชาดก : จองเวรข้ามชาติเพราะถาดทองคำ

นิทานชาดก จองเวร

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งผู้ละความเพียร ว่าหากละความเพียรจะเศร้าโศกตลอดกาล

ในอดีตกาลมีพ่อค้าเร่ ชื่อเสรีวะ อยู่ 2 คน คนหนึ่งเป็นคนโลภ เห็นแก่ได้ อีกคนหนึ่งเป็นคนใจดีอยู่ในศีลธรรม ทั้งสองได้ทำมาหากินโดยการเร่ขายเครื่องประดับตามบ้านเรือนต่างๆ

ในวันนั้นเอง นายเสรีวะคนโลภได้เดินเร่ขายของมาถึงบ้านเศรษฐีตกยากหลังหนึ่ง  ซึ่งขณะนั้นมียายกับหลานสาวอยู่บ้านเพียง 2 คน พอหลานสาวเห็นเครื่องประดับสวยๆ เข้า ก็นึกอยากได้เป็นกำลัง

“เรามันจน ไม่มีเงินซื้อเขาหรอก หลายเอ๋ย” ยายปลอบ “รออีกหน่อย ให้เรามีเงินมากกว่านี้ ค่อยซื้อใส่เถอะ” 

นิทานชาดก มฆเทวชาดก : ผมหงอกหนึ่งเส้น จึงหลีกเร้นไปออกบวช

นิทานชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภถึงการเสด็จออกบรรพชาของพระองค์

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้ามฆราชครองราชสมบัติอยู่ในกรุงมิถิลานคร

พระองค์ทรงเป็นมหาธรรมราชาผู้ดำรงอยู่ในธรรม ในสมัยนั้นทรงมีพระชนม์มายุยืนนานถึงสองหมื่นปี วันหนึ่งพระองค์ทรงเรียนช่างกัลบก (ช่างตัดผม) มาแต่งพระเกศา แล้วรับสั่งว่า

“หากเจ้าเห็นผมหงอกบนศีรษะของเราในเวลาใด จงบอกแก่เราเถอะ”

เวลาได้ผ่านมาเนิ่นนาน จนวันหนึ่งในขณะที่ช่างกัลบกกำลังตั้งหน้าตั้งตาแต่งพระเกศาอยู่นั้น