อคติ 4 ประการ ต้นเหตุความอยุติธรรม

อคติ คือความลำเอียง มี 4 ประการ เรียกว่า อคติ 4 ประกอบด้วย ลำเอียงเพราะรัก ลำเอียงเพราะชัง ลำเอียงเพราะเขลา และลำเอียงเพราะกลัว อคติ 4 ล้วนให้โทษทั้งต่อตัวเอง ต่อผู้อื่น และต่อสังคม ดังนั้น เราต้องฝึกนิสัยไม่ให้มีความลำเอียง ไม่ให้มีอคติ 4 โดยต้องตัดสินทุกอย่างให้อยู่ในหลักศีลธรรม หลัก
ความถูกต้อง และมองเห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง อคติ 4 ประการ มีโทษอย่างไร ติดตามจากมังกัสกับข้าวแกงได้เลย

นิทานชาดก โกสิยชาดก : สูตรยาแก้หญิงมีชู้

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภหญิงนางหนึ่งที่ทำท่าว่าไม่สบายแต่ความจริงแอบมีชู้

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

มีอาจารย์ทิศาปาโมกข์ซึ่งมีลูกศิษย์ลูกหามากมายอยู่ในเมืองนั้น ลูกศิษย์คนหนึ่งเรียนจบแล้วและแต่งงานมีภรรยา ปกติจะมาหาอาจารย์ของเขาวันละ 2-3 ครั้งอยู่เสมอ แต่ช่วงนี้หายหน้าไปเพราะต้องไปดูแลภรรยาที่นอนป่วย เมื่อมีเวลาจึงได้มาไหว้อาจารย์

“เอ้า พ่อหนุ่ม หายหน้าหายตาไปหลายวันเชียวนะ เป็นอะไรหรือเปล่า”  อาจารย์ถาม 

อบายมุข ปากทางแห่งความเสื่อม

อบายมุขแปลว่าปากทางแห่งความเสื่อม หากใครหลงเดินไปทางของอบายมุขนี้ย่อมพบกับความเสื่อมอย่าง แน่นอน อบายมุขมี 6 ประการคือ ชอบดื่มน้ำเมา ชอบเที่ยวกลางคืน ชื่นชอบมหรสพ คบคนชั่วเป็นมิตร ติด การพนัน และเกียจคร้านการงาน ใครติดอบายมุขแม้ข้อเดียวก็เสื่อมแล้ว ดังนั้นเรามาเลิกอบายมุขกันเถอะ

นิทานชาดก มูสิกชาดก : จิ้งจอกหลอกกินหนู

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้หลอกลวงรูปหนึ่ง

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

มีหนูใหญ่ตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่ากับลูกน้องบริวารหนูอีกหลายตัว ในครั้งนั้นมีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งเข้ามาหากินในป่านั้น ได้เห็นหนูฝูงใหญ่ ก็คิดวางแผนจะกินหนูพวกนี้ มันจึงทำทีเป็นยืนขาเดียว แหงนหน้าจ้องดวงอาทิตย์อ้าปากกินลมอยู่ใกล้ๆบริเวณนั้น

เมื่อหัวหน้าหนูมาเห็นเข้าใจว่าเจ้าจิ้งจอกตัวนี้เป็นผู้มีศีล จึงเข้าไปถามว่า

“ท่านชื่ออะไร”

“เราชื่อธรรมมิกะ ที่แปลว่าผู้ตั้งอยู่ในธรรม” จิ้งจอกตอบพร้อมกับแปลให้เสร็จสรรพ 

นิทานชาดก ทุมเมธชาดก : พระราชาคิดฆ่าช้างเผือก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภความอิจฉาริษยาของพระเทวทัตที่มีต่อพระพุทธองค์

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้ามคธเสวยราชสมบัติในกรุงราชคฤห์

พระองค์มีช้างพระที่นั่งเชือกหนึ่ง เป็นพญาช้างเผือกที่มีลักษณะสมบูรณ์ด้วยลักษณะอันประเสริฐทุกประการ

วันหนึ่งมีงานมหรสพประจำปี พระองค์โปรดให้ประดับตกแต่งพระนครอย่างงดงามราวสรวงสวรรค์ แล้วทรงช้างพระที่นั่งเลียบพระนครตามขัตติยประเพณี

ฝ่ายพสกนิกรทั้งหลายที่เฝ้าชมพระบารมี เมื่อได้เห็นช้างพระที่นั่ง ก็พากันโสมนัสปรีดา ต่างก็ชื่นชมพรรณาถึงช้างเผือกเท่านั้น ว่างามอย่างนั้นอย่างนี้ มิได้สนใจพระราชาที่ประทับบนหลังช้างแม้แต่น้อย

เมื่อพระราชาประสบเหตุการณ์ดังนั้น ก็ทรงแค้นเคืองพระทัย มีจิตริษยาช้างเผือกของพระองค์เองและตั้งใจว่าจะฆ่าช้างเชือกนี้ให้ได้ จึงได้ตรัสถามควาญช้างว่า