Tag Archives: พราหมณ์

นิทานชาดก อัณฑภูตชาดก : เธอเลวทรามยามลับตา

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งที่ต้องการจะสึกออกไปครองเรือน

พระราชาทรงพอพระทัยที่จะเล่นสกากับท่านปุโรหิต เมื่อพระองค์ต้องการใช้สมาธิ พระองค์จะร้องเพลงขึ้นมาก่อนว่า “หญิงทั้งหลายชอบมีชู้เมื่อนางอยู่ลับตาคน” แล้วก็ทอดลูกบาศก์ ปรากฏว่าพระราชาชนะปุโรหิตทุกครั้ง ปุโรหิตจึงคิดว่าถ้าทำให้เพลงของพระราชาเป็นเท็จได้พระราชาจะเสียสมาธิและตนจะเป็นผู้ชนะบ้าง ปุโรหิตจึงไปหาหญิงท้องแก่ เพื่อจะซื้อเด็กในท้องมาเลี้ยงไว้เป็นเมียตน ตลอดระยะเวลา 16 ปี ปุโรหิตได้ป้องกันนางไว้ให้อยู่แต่ในบ้าน ไม่ให้พบชายอื่นเลย เมื่อถึงเวลา ปุโรหิตจึงให้นางได้เป็นภรรยา

ต่อมาปุโรหิตได้ไปเล่นสกากับพระราชอีก เมื่อพระราชาได้ร้องเพลงเดิม ว่า “หญิงทั้งหลายชอบมีชู้เมื่อนางอยู่ลับตาคน” ปุโรหิตจึงร้องแก้ว้า “เว้นน้องนางหน้ามนไว้หนึ่งคนไม่มีชู้” และประโยคนี้ก็ทำให้ปุโรหิตชนะการเล่นสกากับพระราชาจริงๆ พระราชาไม่เชื่อว่าจะมีหญิงที่รักเดียวใจเดียวอยู่อีก จึงให้อำมาตย์ไปสืบดู จนได้ความทั้งหมด พระราชาจึงวางแผนกับนักเลงคนหนึ่ง ให้เขาไปเป็นชู้กับภรรยาสาวของท่านปุโรหิต

นักเลงคนหล่อจึงวางแผนไปเปิดร้านขายเครื่องหอมและดอกไม้ใกล้กับบ้านปุโรหิต และสวมรอยเป็นลูกชายที่หายไปของพี่เลี้ยงภรรยาของท่านปุโรหิต จนได้เข้าไปถึงห้องของนางและได้เป็นชู้กับนางตามแผน

ชายหนุ่มอยู่ในห้องหญิงสาวถึง 3 วัน และเขาได้วางแผนกับภรรยาเพื่อจะแกล้งเขกหัวปุโรหิต

นักเลงได้เข้าไปรายงานพระราชาถึงเรื่องทั้งหมด

ต่อมาเมื่อทรงเล่นสกากับปุโรหิตก็ได้ร้องเพลงเดิมขึ้นมา และปุโรหิตก็ได้ร้องแก้เหมือนเดิม แต่คราวนี้พระราชาได้บอกปุโรหิตว่าภรรยาของเขามีชู้เสียแล้ว เมื่อวานเขายังถูกชายชู้เขกหัวให้เลย

ปุโรหิตโกรธมาก จึงกลับไปต่อว่าภรรยาสาว นางปฏิเสธว่าไม่เคยสัมผัสชายใดนอกจากปุโรหิต และต้องการพิสูจน์ความจริงด้วยการลุยไฟ

เมื่อเวลานั้นมาถึง ขณะที่นางกำลังจะเดินลุยไฟ นักเลงหนุ่มซึ่งเป็นชู้รักของนาง (ซึ่งนางได้ให้พี่เลี้ยงไปบอกเขาและเตี๊ยมกันไว้แล้ว) ได้โพล่งเข้ามาจับมือนางและขอร้องว่า จะให้หญิงสาวสวยอย่างนี้เดินลุยไฟได้อย่างไร โปรดออกมาเถิด

นางจึงบอกปุโรหิตว่าไม่อาจลุยไฟได้แล้วเพราะชายคนนี้มาจับมือนางแล้ว นางเสียสัจจะที่เคยบอกว่าไม่เคยสัมผัสชายใดนอกจากท่านปุโรหิตแล้ว

ปุโรหิตรู้ได้ในทันใดว่ามันคือแผนของนางและชายชู้ จึงสั่งให้นำทั้งสองไปโบยแล้วไล่ออกไป

นิทานชาดก เวทัพพชาดก : ร่ายมนต์เรียกฝนเงินทอง

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้ว่ายากคนหนึ่ง  ซึ่งในอดีตชาติก็เป็นผู้ว่ายากเช่นเดียวกัน จนถึงกับทำให้ตัวต้องตาย และคนอื่นอีกนับพันก็ต้องตายไปด้วย

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีพราหมณ์คนหนึ่ง รู้วิชาการร่ายมนต์เรียกแก้วเจ็ดประการ หากวันใดฤกษ์งามงามดี เมื่อแกสาธยายมนต์บทที่ชื่อ เวทัพพะนี้แล้ว จะมีรัตนชาติต่างๆตกลงมาจากฟ้าอย่างน่าอัศจรรย์

อยู่มาวันหนึ่งพราหมณ์ได้พาศิษย์คนโปรดออกเดินทางไปต่างเมือง ในระหว่างทางกลางป่าใหญ่ ถูกพวกโจรห้าร้อยคนจับตัวไว้แล้วปล่อยศิษย์ให้กลับมาหาเงินค่าไถ่ตัวพราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์ ก่อนลูกศิษย์จะจากไป ได้กำชับอาจารย์ว่า

“อาจารย์… ถึงอย่างไรฉันต้องกลับมาแน่ ไม่ว่าจะอย่างไรอาจารย์ห้ามร่ายมนต์บทนั้นเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นอาจารย์จะมีอันตราย นะขอรับ”

“เออ.. ข้ารู้น่า เอ็งรีบไปรีบมาก็แล้วกัน” พราหมณ์รับคำ

พอตกเย็น พวกโจรได้ลากตัวพราหมณ์ไปมัดไว้ที่กลางแจ้งแห่งหนึ่ง เมื่อพราหมณ์ได้เห็นพระจันทร์ขึ้นมาทางทิศตะวันออก ก็แลดูอากาศ เห็นว่าวันนี้เป็นวันฤกษ์ดีที่ฝนแก้วเจ็ดประการจะตกลงมาได้  

นิทานชาดก สิคาลชาดก : สุนัขจิ้งจอกหลอก (ขี้) ใส่ผ้า

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภพระเทวทัตที่ชอบพูดมุสาอยู่เป็นนิจ

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

ในครั้งนั้นมีงานนักขัตฤกษ์ครึกครื้น ชาวเมืองจัดข้าวปลาอาหารและเหล้าจำนวนมากไปตั้งไว้ในที่ต่างๆ เพื่อบวงสรวงยักษ์และสัมภเวสีทั้งหลาย

ตกกลางคืนมีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งลอบเข้าเมืองทางท่อระบายน้ำ มันกินเนื้อ ปลา อาหาร และเหล้าจนอิ่มแปล้ แล้วหลบไปนอนอยู่ในพุ่มไม้จนสว่าง

เมื่อตื่นมา มันคิดว่าไม่ควรออกไปในเวลานี้ ถ้าคนเห็น มันต้องโดนตีตายแน่ มันจึงไปนอนแอบอยู่ข้างถนนแห่งหนึ่ง เห็นคนเดินผ่านไปมาก็เฉยเสีย จนกระทั่งมันเห็นพราหมณ์คนหนึ่งกำลังเดินมา มันคิดในใจ

‘ธรรมดาพราหมณ์ย่อมงกเงิน เราจะหลอกพราหมณ์คนนี้ให้พาเราออกจากเมืองให้ได้’