Tag Archives: พ่อค้า

นิทานชาดก ผลชาดก : เตือนแล้วนะ! อย่ากินมะม่วง

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภอุบาสกผู้ฉลาดดูผลไม้คนหนึ่ง

 

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีพ่อค้าเกวียนคนหนึ่งบรรทุกเกวียนห้าร้อยเล่มออกไปค้าขายยังต่างเมืองพร้อมกับลูกน้องอีกหลายร้อยคน ครั้งหนึ่งต้องเดินทางไกลผ่านป่าแห่งหนึ่ง ในขณะที่อยู่ชายป่า เขาได้บอกกับลูกน้องว่า

“เดี๋ยวเราจะต้องเดินทางเข้าป่าแล้ว ในป่ามีผลหมากรากไม้จำนวนมากที่มีพิษ หากผลไม้ต้นไหนที่พวกเจ้าไม่เคยกินหรือเห็นผิดสังเกต ให้มาถามเราก่อนนะ”

“ครับ หัวหน้า” ลูกน้องต่างก็เชื่อฟัง

และในไม่ช้าไม่นาน ลูกน้องคนหนึ่งก็วิ่งมาหาหัวหน้าพ่อค้าเกวียน

“หัวหน้า ตรงโน้นมีต้นมะม่วงสุกเต็มต้นเลย ท่านลองไปดูสิครับ ลูกโตน่ากินชะมัด”

เมื่อพ่อค้าเกวียนไปดูแล้วก็บอกว่า

“นี่ไม่ใช่มะม่วง มันคือต้นกิงผลพฤกษ์ เป็นผลไม้พิษ มีพิษร้ายแรง พวกเจ้าอย่ากินเข้าไปเชียวนะ”

นิทานชาดก เสรีววาณิชชาดก : จองเวรข้ามชาติเพราะถาดทองคำ

นิทานชาดก จองเวร

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งผู้ละความเพียร ว่าหากละความเพียรจะเศร้าโศกตลอดกาล

ในอดีตกาลมีพ่อค้าเร่ ชื่อเสรีวะ อยู่ 2 คน คนหนึ่งเป็นคนโลภ เห็นแก่ได้ อีกคนหนึ่งเป็นคนใจดีอยู่ในศีลธรรม ทั้งสองได้ทำมาหากินโดยการเร่ขายเครื่องประดับตามบ้านเรือนต่างๆ

ในวันนั้นเอง นายเสรีวะคนโลภได้เดินเร่ขายของมาถึงบ้านเศรษฐีตกยากหลังหนึ่ง  ซึ่งขณะนั้นมียายกับหลานสาวอยู่บ้านเพียง 2 คน พอหลานสาวเห็นเครื่องประดับสวยๆ เข้า ก็นึกอยากได้เป็นกำลัง

“เรามันจน ไม่มีเงินซื้อเขาหรอก หลายเอ๋ย” ยายปลอบ “รออีกหน่อย ให้เรามีเงินมากกว่านี้ ค่อยซื้อใส่เถอะ” 

นิทานชาดก วัณณุปถชาดก : น้ำใสใต้กอหญ้า

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้ละความเพียรรูปหนึ่ง

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชย์สมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี

มีพ่อค้าเกวียนได้ทำการค้าด้วยเกวียน 500 เล่ม เดินทางไปค้าขายยังต่างเมือง และจำเป็นต้องเดินทางผ่านทะเลทรายซึ่งมีระยะทางประมาณ 60 โยชน์ ( 1 โยชน์ = 16 กิโลเมตร)

การเดินทางในทะเลทรายนั้น ในเวลากลางวันอากาศจะร้อนเหมือนกองถ่านเพลิง ไม่อาจเดินทางได้ ดังนั้นกองเกวียนจึงได้หยุดพักในเวลากลางวันแล้วเดินทางในเวลากลางคืน

พ่อค้าเกวียนเดินทางมาได้ 59 โยชน์ จึงคิดว่า อีกไม่นานก็จะพ้นทะเลทรายแล้ว จึงได้ให้ลูกน้อง

นิทานชาดก อปัณณกชาดก :อย่าไว้ใจน้ำบ่อหน้า

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภสาวกของเดียรถีย์ ที่กรุงสาวัตถี สหายของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เมื่อสาวกของอัญญเดียรถีย์ ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว มีจิตเลื่อมใส จึงนับถือพระรัตยตรัยเป็นสรณะ แต่เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสด็จจากกรุงสาวัตถี กลับไปกรุงราชคฤห์ เหล่าสาวกอัญญเดียรถีย์ก็หันกลับไปนับถืออัญญเดียรถีย์ ตามเดิม

กาลครั้งหนึ่ง ในนครพาราณสี มีพระราชาชื่อ พรหมทัตเป็นผู้ปกครอง
มีพ่อค้าสองคนได้ทำการค้าขายด้วยเกวียน 500 เล่ม คนหนึ่งเป็นคนฉลาด มีปัญญา อีกคนหนึ่งเป็นคนโง่เขลา

ทั้ง 2 ได้มานั่งพักเพื่อที่จะเตรียมตัวเดินทางไปค้าขายยังหัวเมืองเดียวกัน พ่อค้าคนฉลาดคิดว่าถ้าเราจะไปพร้อมกันเสบียงต่างๆ เช่น น้ำและฟืน อาจจะไม่พอ แม้หนทางก็จะคับแคบ จึงได้ถามพ่อค้าอีกคนขึ้นว่าเขาจะไปก่อนหรือจะไปทีหลัง