Category Archives: นิทาน เรื่องของมนุษย์

นิทานชาดก สุวรรณหังสชาดก : หงส์ทองถูกถอนขน

สุวรรณหังสชาดก

เหตุที่ตรัส สุวรรณหังสชาดก : ทรงปรารภภิกษุณี ชื่อ ถุลลนันทา ที่ไปขนกระเทียมที่บ้านเจ้าภาพอย่างไม่รู้ประมาณ

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

มีพราหมณ์คนหนึ่ง มีลูกสาว3 คน ชื่อ นางนันทา นางนันทวดีและนางสุนันทา ต่อมาได้แต่งงานและไปอยู่กินบ้านสามี ส่วนพราหมณ์ผู้บิดาก็ตายไปเกิดเป็นหงส์ทอง

หงส์ทองตัวนั้น เมื่อเติบโตมาก็ระลึกชาติได้ จึงนึกถึงภรรยาและลูกสาวเห็นว่าต้องเลี้ยงชีพด้วยความแร้นแค้นจึงคิดจะสงเคราะห์ด้วยการให้ขนทองคำของตนไว้ครั้งละ 1 ขน เพื่อคนทั้งสี่ จะได้อยู่กันอย่างสุขสบาย

พญาหงส์ทองจึงบินไปที่บ้าน ภรรยาเขาเห็นเข้าจึงเอ่ยถาม

พ่อคุณ เจ้ามาจากไหนกันเล่า”’

 

เราคือสามีของเจ้าที่ตายไป ได้มาเกิดเป็นหงส์ทองอยู่ที่ป่าหิมพานต์ และเห็นว่าพวกเจ้าอยู่กันอย่างลำบาก เราจะให้ขนทองคำของเราแก่พวกเจ้า เอาไปขายเป็นการเลี้ยงชีพ” ว่าแล้วเจ้าหงส์ทองก็สลัดขนของตนไว้

นางพราหมณีและลูกสาวได้เอาขนทองคำนั้นไปจำหน่ายขายกินเลี้ยงชีวิตให้ดีขึ้นโดยลำดับ ส่วนหงส์ทองก็ไปมาหาสู่อยู่เรื่อยๆ และสลัดขนทิ้งไว้ให้ทุกครั้ง

วันหนึ่งนางพราหมณีปรึกษากับลูกๆว่า

นิทานชาดก สาลิตตกชาดก : ดีดขี้แพะเข้าปาก แก้คนพูดมากได้ชะงัด

สาลิตตกชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก สาลิตตกชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้ฆ่าหงษ์ด้วยการดีดกรวด

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

มีคนง่อยเปลี้ยคนหนึ่งชำนาญในการดีดกรวด พวกเด็กชาวบ้านให้เขาดีดกรวดทำใบไม้เป็นรูปต่างๆ ที่ต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง โดยให้ค่าจ้างคนละเล็กละน้อยตามประสา

วันนั้นพระเจ้าพรหมทัต เสด็จประพาสพระราชอุทยาน ได้เสด็จผ่านมายังที่นั้นพวกเด็กๆเห็นเข้าก็กลัว พากันวิ่งหนีไป ทิ้งบุรุษง่อยเปลี้ยไว้แต่ผู้เดียว

เมื่อพระราชาเสด็จไปถึง ได้ทอดพระเนตรเห็นใบไม้เป็นรูปสัตว์ต่างๆเต็มไปหมด จึงรับสั่งถามขึ้นด้วยความสนพระทัย

ใครเป็นคนทำนี่?”

บุรุษเปลี้ยคนหนึ่งเป็นผู้กระทำพระเจ้าข้า” ราชองครักษ์ตอบ

แล้วเขาอยู่ที่ไหนล่ะ” พระราชาถามต่อ

นายทหารจึงพากันค้นหาแล้วพาตัวไปเฝ้าพระราชา

เจ้าเป็นคนทำเองรึนี่” พระราชาตรัสถามอีกครั้ง

พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าเป็นคนทำ” คนง่อยทูลตอบ

อืมเจ้าสามารถทำให้ปุโรหิตปากมากของข้า เลิกพูดมากได้ไหม” พระราชาถามต่อ 

นิทานชาดก มหาสารชาดก : อุบายแยบยลช่วยคนพ้นภัย

มหาสารชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก มหาสารชาดก : ทรงปรารภพระอานนท์ที่ออกอุบายให้คนขโมยแก้วมณีของพระเจ้าโกศลนำมาคืน

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

วันหนึ่งหลังจากเสด็จพระพาสอุทยานพร้อมด้วยมเหสี ก่อนจะทรงกีฬาในสระโบกขรณี พระมเหสีได้เปลื้องเครื่องประดับพระศอวางไว้ที่ผ้าสไบ ให้นางกำนัลทั้งหลายนั่งเฝ้า

นางลิงตัวหนึ่งเห็นเครื่องประดับนั้นก็นึกอยากได้ อาศัยจังหวะที่นางกำนัลเผลอหลับ กระโดดลงจากต้นไม้ หยิบสร้อยคอมาสวมแล้วกระโดดกลับไป เอาไปซ่อนไว้ในโพรงไม้

ฝ่ายนางกำนัลเมื่อตื่นขึ้นมาไม่เห็นเครื่องประดับ ก็ตกใจจนหน้าซีด ไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่ตะโกน

ขโมย! คนขโมยสร้อยพระศอพระมเหสีวิ่งหนีไปแล้ว!”พวกทหารได้ยินดังนั้นจึงรีบวิ่งมาดู แล้วไปกราบทูลพระราชา พระราชามีรับสั่งให้จับขโมยคนนั้นให้ได้

ทหารจึงรีบวิ่งลนลานไปหาตัวผู้ก่อเหตุ ขณะนั้นมีชาวบ้านคนหนึ่งกำลังนั่งตกเบ็ดอยู่ได้ยินเสียงทหารมาก็ตกใจกลัวรีบวิ่งหนีไป ทหารเห็นพิรุษจึงตามจับตัวเขาไปเฝ้าพระราชา

เจ้าขโมยเครื่องประดับของมเหสีเราไปรึ!” พระราชาตวาด

ชายคนนั้นคิดว่าหากปฏิเสธ คงจะต้องโดนลงทัณฑ์จนตายแน่ๆ จึงต้องจำยอม

..พระเจ้าข้า”

แล้วเจ้าเอาไปไว้ที่ไหน” พระราชาถามต่อ

ข้าพระองค์นำไปให้ท่านเศรษฐีแล้วพระเจ้าข้า” เขาซัดทอด

พระราชารับสั่งให้เศรษฐีเข้าเฝ้า

ข้าพระองค์นำไปให้ท่านปุโรหิแล้วพระเจ้าข้า” เศรษฐีทูลตอบ

พระราชารับสั่งให้ปุโรหิตเข้าเฝ้า

ข้าพระองค์นำไปให้นักร้องที่บ้านแล้วพระเจ้าข้า” ปุโรหิตทูลตอบ

พระราชารับสั่งให้นักร้องเข้าเฝ้า

ข้าพระองค์นำไปให้หญิงโสเภณีแล้วพระเจ้าข้า” ปุโรหิตทูลตอบ

พระราชารับสั่งให้โสเภณีเข้าเฝ้า

หม่อมฉันไม่รู้เรื่องเพคะ หม่อมฉันไม่ได้เอาไป” นางโสเภณีปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

เมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้พระราชาจึงให้จับคนทั้ง 5 ไว้ก่อน แล้วค่อยสอบสวนต่อในวันรุ่งขึ้น

นิทานชาดก มังคลชาดก : หนูกัดผ้าหายนะจะมาเยือน

นิทานชาดก มังคลชาดก หนูกัดผ้า

เหตุที่ตรัสชาดก มังคลชาดก : ทรงปรารภพราหมณ์ชาวพระนครราชคฤห์ผู้หนึ่งที่เป็นผู้ถือมงคลตื่นข่าว เชื่อถือเรื่องโชคลาง

ในเมืองราชคฤห์ มีฤาษีองค์หนึ่งเป็นผู้ได้ฌานสมาบัติ มาพักอยู่ในพระราชอุทยานของพระราชา พระราชาทรงเลื่อมใสจึงนิมนต์ให้ไปฉันในพระราชวังทุกวัน

พราหมณ์คนหนึ่งชื่อว่าทุสสลักขณพราหมณ์ เป็นผู้ถือมงคล ไม่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย เป็นมิจฉาทิฏฐิ มีทรัพย์มาก เมื่อเขาอาบน้ำเสร็จแล้วสั่งให้คนไปนำผ้าเนื้อดีที่เก็บไว้ในหีบมาให้

บ่าวคนหนึ่งวิ่งโร่มาบอก

แย่แล้วๆ ท่านพราหมณ์ มีหนูมากัดผ้าของท่านเป็นรูเบ่อเริ่มเลยขอรับ”

ตายแล้ว” พราหมณ์อุทานพร้อมกับหน้าซีด แล้วพูดเบาๆกับตัวเองว่า “หนูกัดผ้า เขาว่าจะเกิดพินาศใหญ่ ผ้าผืนนี้เป็นอวมงคล ใครนำไปใช้จะต้องมีอันเป็นไป” ว่าแล้วก็ตะโกนเรียกลูกชาย

ลูกพ่อ เอ็งมานี่เร็ว”

มีอะไรหรือพ่อ” ลูกชายถาม

เอ็งเอาผ้าผืนนี้ไปทิ้งที่ป่าช้าที มันเป็นเสนียด หนูกัดผ้าขาดเสียแล้ว” พราหมณ์บอกเสียงสั่น

ทำไมพ่อไม่ให้บ่าวมันเอาไปทิ้งล่ะ ใช้ฉันทำไม ฉันก็กลัวนะพ่อ” ลูกชายก็กลัวเหมือนกัน

บ่าวมันเห็นเป็นผ้าเนื้อดี เดี๋ยวมันแอบเอาไปใช้ เอ็งนั่นแหละเอาไปทิ้ง แต่อย่าไปจับโดนผ้าเป็นอันขาด” พราหมณ์สั่ง

นิทานชาดก อิลลีสชาดก : แฝดเทวดา

นิทานชาดก อิลลีสชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก อิลลีสชาดก : ทรงปรารภเศรษฐีขี้ตระหนี่ชื่อมัจฉริโกสิยะ แม้จะมีทรัพย์มากเพียงใดก็ไม่ยอมใช้จ่าย แม้ตัวเองอยากกินขนม ก็กลัวคนอื่นจะเห็นจึงขึ้นไปกินข้างบนปราสาท แต่วันนั้นพระพุทธเจ้าเห็นว่ามัจฉริโกสิยะมีบุญพอจะโปรดได้จึงให้โมคคัลลานะเหาะไปโปรดบนปราสาท

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติในนครพาราณสี
มีเศรษฐีชื่อ อิลลีสะ มีทรัพย์มากมายถึง 80 โกฏิ แต่ทว่าเป็นคนอาภัพด้วยรูปร่าง ตาเข แขนง่อยเปลี้ย มิหนำซ้ำยังเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวอย่างที่สุด
แต่บิดามารดาของอิลลีสะ เป็นคนชอบบริจาคทาน เป็นทานบดีมาถึง 7 ชั่วตระกูล
เมื่อบิดามารดาเขาเสียชีวิตลง อิลลีสะ ก็ได้เผาโรงทาน ขับไล่พวกยาจก เก็บทรัพย์มรดกไว้แต่เพียงผู้เดียว

นิทานชาดก สัจจังกิรชาดก : คนไม่ใช่คน เพราะเป็นคนไม่รู้คุณคน

นิทานชาดก สัจจังกิรชาดก พระราชา อกตัญญู

เหตุที่ตรัสชาดก สัจจังกิรชาดก : เมื่อภิกษุสงฆ์ประชุมกันในธรรมสภา สนทนากันถึงโทษของพระเทวทัตว่า พระเทวทัตมิได้รู้คุณของพระศาสดา และยังจะพยายามปลงพระชนม์พระพุทธเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า โดยมิได้เกรงกลัวบาปกรรมใดๆ


ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติในนครพาราณสีพระราชกุมารของพระองค์นามว่า “ทุฏฐกุมาร” เป็นคนใจร้ายหยาบคาย อกตัญญู ชอบด่าว่าเฆี่ยนตีมหาดเล็กและคนใกล้ชิดโดยปราศจากความปราณีอยู่เสมอ จนทุกคนพากันเกลียดชัง วันหนึ่งท้าวเธอปรารถนาจะเล่นน้ำในแม่น้ำ แม้จะเห็นเมฆตั้งเค้าดำทะมึนมาแต่ไกล ก็ยังสั่งให้มหาดเล็กพาออกไปกลางแม่น้ำ 

ข้าราชบริพารได้ทีจึงวางแผนปล่อยพระองค์เสียกลางแม่น้ำนั้นแล้วกลับมาทูลต่อพระเจ้าพาราณสีว่าพระกุมารหายไปในเวลามืดฟ้ามัวฝน หาเท่าไรก็หาไม่เจอ

ฝ่ายทุฏฐกุมาร ถูกกระแสน้ำพัดไป เห็นท่อนไม้ท่อนหนึ่งจึงเกาะท่อนไม้นั้นลอยไปตามกระแสน้ำ

นิทานชาดก วิสวันตชาดก : ศักดิ์ศรีของข้า สำคัญกว่าชีวิต

นิทานชาดก วิสวันตชาดก งู

เหตุที่ตรัสชาดก : วันหนึ่งชาวเมืองได้นำขนมที่ทำจากแป้งไปถวายพระรูปหนึ่งในสำนักพระสารีบุตร แต่ท่านไม่อยู่ พระเพื่อนจึงรับไว้แทน เมื่อเวลาสายมากแล้วพระรูปนั้นก็ยังไม่กลับมา พระเพื่อนจึงนำขนมนั้นไปถวายแด่พระสารีบุตร เมื่อท่านฉันแล้ว พระรูปนั้นจึงกลับมา พระสารีบุตรจึงบอกว่าได้ฉันขนมนั้นไปหมดแล้ว พระรูปนั้นจึงจึงกล่าว่า ธรรมดาของอร่อย ใครจะไม่ชอบเล่า พระสารีบุตรเกิดสลดใจ จึงตั้งสัจจะไว้ว่าต่อไปจะไม่ฉันขนมที่ทำด้วยแป้งอีก : วิสวันตชาดก

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีชายชาวชนบทคนหนึ่งถูก งู กัด หมู่ญาติจึงรีบพาเขามาหาหมอประจำหมู่บ้าน หมอคนนี้แกเก่งทางคาถาอาคม และมีวิชารักษาโรคภัย

“เอ้า เข้ามาๆๆ” หมอร้องทัก แล้วจัดแจงเอาเชือกรัดเหนือบาดแผลที่ถูกงูกัดอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันมิให้พิษงูแล่นเข้าสู่หัวใจ แล้วก็ถามคนไข้ขึ้นว่า

“เจ้าจำได้ไหมว่างูที่กัดเจ้า เป็นงูอะไร”

“ฉันไม่รู้หรอก หมอ ตัวอ้วนๆ สีดำสลับเหลือง จ้ะ” เสียงเขาสั่นเครือ

นิทานชาดก วรุณชาดก : ลำดับความสำคัญผิดชีวิตต้องเดือดร้อน

นิทานชาดก วรุณชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภพระติสสเถระบุตรกุฎุมพี ที่บำเพ็ญสมณธรรมโดยรีบเร่งเกินไป เพราะมัวแต่เกียจคร้านไม่มีความเพียร แะติดในรสอาหาร แต่เมื่อเห็นพระเพื่อนบรรลุเป็นพระอรหันต์กันหมดจึงอยากจะเป็นบ้าง จึงกลับมาทำความเพียรอย่างรีบเร่งในเวลาค่ำคืน ทำให้เผลอหลับกลิ้งตกลงมา กระดูกขาของท่านแตก ได้รับความเจ็บปวดมาก : นิทานชาดก วรุณชาดก

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติในนครพาราณสี
ณ เมืองตักกสิลา มีอาจารย์ทิศาปาโมกข์คนหนึ่ง เป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง มีลูกศิษย์ ถึง 500 คน

วันหนึ่งลูกศิษย์ทั้งหลายได้เข้าป่าเพื่อไปหาฟืน หนึ่งในจำนวนนั้นเป็นคนเกียจคร้าน ได้หลบจากพวกหนีไปนอนหลับอยู่ใต้ต้นกุ่ม

“แอบนอนสักงีบดีกว่า ตื่นมาค่อยหักกิ่งไม้จากต้นนี้ไปทำฟืน” ว่าแล้วก็ล้มตัวนอนลงหลับสนิท

เวลาผ่านไป เพื่อนๆหาฟืนกันได้จำนวนมากแล้วจึงพากันกลับ เห็นเจ้าคนขี้เกียจมาแอบหลับจึงสะกิดด้วยส้นเท้า

“เฮ้ย! มาแอบหลับอยู่ได้ ตื่นได้แล้วโว้ย” เพื่อนคนหนึ่งตะโกนพร้อมกับกระทืบลงกลางหลัง

นิทานชาดก มุทุลักขณชาดก : ไม่สำรวมจักษุ ศีลทะลุ เหาะไม่ได้

นิทานชาดก มุทุลักขณชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : มีพระภิกษุรูปหนึ่งที่เคยตั้งใจบำเพ็ญเพียรอย่างเคร่งครัด วันหนึ่งออกบิณฑบาตแล้วไปเห็นหญิงสาวสยนางหนึ่ง จึงเกิดกามกำเริบ ไม่บำเพ็ญเพียร ไม่มีความยินดีในเพศบรรพชิต ปล่อยผมยาวรุงรัง และอยากจะสึกออกไปครองเรือน : นิทานชาดก มุทุลักขณชาดก

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีบุตรพราหมณ์ชั้นสูงคนหนึ่งออกบวชเป็นดาบสอยู่ในป่าหิมพานต์ บำเพ็ญเพียรจนได้คุณวิเศษ วันหนึ่งได้เหาะจากป่าหิมพานต์เข้ามายังกรุงพาราณสี เข้าอาศัยอยู่ในอุทยานของพระเจ้าพรหมทัต รุ่งเช้าก็เข้าไปบิณฑบาตในพระนคร

เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเห็นเข้า ก็ทรงเลื่อมใส โปรดให้ราชบุรุษนิมนต์มา และปวารณาเป็นอุปถาก ทรงอาราธนาให้ดาบสอยู่ในอุทยานของพระองค์ ดาบสรับอาราธนา แล้วถวายพระพรลากลับไปพักอยู่ในอุทยาน ตอนเช้าก็เข้าไปในพระราชวัง และให้โอวาทชาววัง เป็นเช่นนี้ทุกวัน จนเวลาล่วงเลยมาได้ 16 ปี

ต่อมาครั้งหนึ่ง พระเจ้าพรมทัตเสด็จไปปราบโจรที่ชายแดน ทรงมอบภาระการถวายอาหารดาบสแก่พระมเหสีนามว่า “มุทุลักขณา” ตั้งแต่นั้นดาบสก็เข้าไปฉันในพระราชนิเวศน์ตามเวลาที่ตนพอใจ มิได้จำกัดเวลาเหมือนเมื่อพระราชาทรงประทับอยู่

นิทานชาดก ตักกชาดก : ขอสี่คำ…สำหรับหญิงสองใจ

นิทานชาดก ตักกชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก ตักกชาดก : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งที่ต้องการจะสึกออกไปครองเรือน ไม่ยินดีในการบำเพ็ญสมณธรรม วันๆคิดถึงแต่หญิงสาว พระพุทธเจ้าจึงนำเรื่องในอดีตมาเล่าเพื่อเป็นข้อคิดเตือนใจให้เห็นโทษภัยของการครองเรือน (เมื่อเล่าจบภิกษุนั้นก็บบรรลุโสดาปัตติผล)

ลูกสาวเศรษฐีคนหนึ่งชื่อว่านางทุษฐกุมารี มีหน้าตาสวยงาม แต่มีนิสัยดุร้ายหยาบคาย ชอบทุบตีบ่าวไพร่อยู่เสมอ วันหนึ่งนางทุษฐกุมารีและบริวารชวนกันไปเล่นน้ำที่ท่าน้ำใกล้บ้าน อยู่ๆท้องฟ้าก็กลับมืดครึ้มดูทีท่าว่าพายุใหญ่จะมา พวกบริวารคิดแก้เผ็ดนางทุษฐกุมารีโดยพากันแอบกลับเรือน แล้วทิ้งนางไว้ให้อยู่ที่นั่นคนเดียว เมื่อพายุมานางจึงโดนน้ำพัดไปและไม่มีใครช่วย จนกระทั้งน้ำพัดนางมาถึงหน้าอาศรมของฤาษีรูปหนึ่ง ฤาษีเห็นจึงได้เข้าไปช่วยและให้พักอยู่ในอาศรมของท่านก่อนเพราะเป็นเวลาดึกมาแล้ว ส่วนตัวท่านฤาษีได้ออกมานอนข้างนอกแทน รุ่งเช้า ฤาษีชีทางให้นางกลับไป แต่นางไม่ยอมกลับเพราะนึกชอบฤาษีขึ้นมา นางจึงทำมิดีมิร้ายกับฤาษีจนฤาษีเสื่อมจากฌาน เป็นดังนี้ฤาษีจึงสึกออกมาเลี้ยงดูนางทุษฐกุมารี โดยได้ออกมาทำการค้าขายเปรียงอยู่ที่บ้านชายแดน และใช้ชื่อเดิมว่าตักกบัณฑิต