Category Archives: นิทาน เรื่องของสัตว์

นิทานชาดก สัจจังกิรชาดก : คนไม่ใช่คน เพราะเป็นคนไม่รู้คุณคน

นิทานชาดก สัจจังกิรชาดก พระราชา อกตัญญู

เหตุที่ตรัสชาดก สัจจังกิรชาดก : เมื่อภิกษุสงฆ์ประชุมกันในธรรมสภา สนทนากันถึงโทษของพระเทวทัตว่า พระเทวทัตมิได้รู้คุณของพระศาสดา และยังจะพยายามปลงพระชนม์พระพุทธเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า โดยมิได้เกรงกลัวบาปกรรมใดๆ


ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติในนครพาราณสีพระราชกุมารของพระองค์นามว่า “ทุฏฐกุมาร” เป็นคนใจร้ายหยาบคาย อกตัญญู ชอบด่าว่าเฆี่ยนตีมหาดเล็กและคนใกล้ชิดโดยปราศจากความปราณีอยู่เสมอ จนทุกคนพากันเกลียดชัง วันหนึ่งท้าวเธอปรารถนาจะเล่นน้ำในแม่น้ำ แม้จะเห็นเมฆตั้งเค้าดำทะมึนมาแต่ไกล ก็ยังสั่งให้มหาดเล็กพาออกไปกลางแม่น้ำ 

ข้าราชบริพารได้ทีจึงวางแผนปล่อยพระองค์เสียกลางแม่น้ำนั้นแล้วกลับมาทูลต่อพระเจ้าพาราณสีว่าพระกุมารหายไปในเวลามืดฟ้ามัวฝน หาเท่าไรก็หาไม่เจอ

ฝ่ายทุฏฐกุมาร ถูกกระแสน้ำพัดไป เห็นท่อนไม้ท่อนหนึ่งจึงเกาะท่อนไม้นั้นลอยไปตามกระแสน้ำ

นิทานชาดก วิสวันตชาดก : ศักดิ์ศรีของข้า สำคัญกว่าชีวิต

นิทานชาดก วิสวันตชาดก งู

เหตุที่ตรัสชาดก : วันหนึ่งชาวเมืองได้นำขนมที่ทำจากแป้งไปถวายพระรูปหนึ่งในสำนักพระสารีบุตร แต่ท่านไม่อยู่ พระเพื่อนจึงรับไว้แทน เมื่อเวลาสายมากแล้วพระรูปนั้นก็ยังไม่กลับมา พระเพื่อนจึงนำขนมนั้นไปถวายแด่พระสารีบุตร เมื่อท่านฉันแล้ว พระรูปนั้นจึงกลับมา พระสารีบุตรจึงบอกว่าได้ฉันขนมนั้นไปหมดแล้ว พระรูปนั้นจึงจึงกล่าว่า ธรรมดาของอร่อย ใครจะไม่ชอบเล่า พระสารีบุตรเกิดสลดใจ จึงตั้งสัจจะไว้ว่าต่อไปจะไม่ฉันขนมที่ทำด้วยแป้งอีก : วิสวันตชาดก

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีชายชาวชนบทคนหนึ่งถูก งู กัด หมู่ญาติจึงรีบพาเขามาหาหมอประจำหมู่บ้าน หมอคนนี้แกเก่งทางคาถาอาคม และมีวิชารักษาโรคภัย

“เอ้า เข้ามาๆๆ” หมอร้องทัก แล้วจัดแจงเอาเชือกรัดเหนือบาดแผลที่ถูกงูกัดอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันมิให้พิษงูแล่นเข้าสู่หัวใจ แล้วก็ถามคนไข้ขึ้นว่า

“เจ้าจำได้ไหมว่างูที่กัดเจ้า เป็นงูอะไร”

“ฉันไม่รู้หรอก หมอ ตัวอ้วนๆ สีดำสลับเหลือง จ้ะ” เสียงเขาสั่นเครือ

นิทานชาดก ตโยธรรมชาดก : กอลิลล่า ฆ่าลูก

นิทานชาดก ตโยธรรมชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก ตโยธรรมชาดก : ทรงปรารภการพยายามปลงพระชนม์ของพระเทวทัตที่มีต่อพระองค์ อยู่หลายครั้ง ที่ไม่ใช่เฉพาะในชาตินี้เท่านั้น แต่ไม่ว่าชาติไหนหากเกินมาเจอกัน จะเป็นมานุษย์หรือสัตว์ก็ตาม พระเทวทัตก็คิดประทุษร้ายพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ แล้วทรงนำนิทานมาเล่าให้ฟัง

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีลิงฝูงใหญ่ฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ในป่า ทุกครั้งที่บริวารมันให้กำเนิดลูกลิงเป็นตัวผู้ ลิงตัวหัวหน้าฝูงจะกัดอวัยวะเพศของลูกลิงตัวผู้ทุกตัว เพราะมันกลัวจะโดนแย่งตำแหน่งจ่าฝูง และนางลิงทุกตัวก็ตกเป็นเมียของมันแต่เพียงผู้เดียว

ต่อมา นางลิงสาวตัวหนึ่งรู้ว่าตนเองตั้งท้อง ก็หลบจากฝูงไปอาศัยอยู่ที่ซอกเขาแห่งหนึ่งที่ไกลออกไป จนกระทั่งออกลูกเรียบร้อย และทะนุถนอมเลี้ยงดูอย่างดี

ลูกลิงเติบโต เป็นลิงหนุ่มน้อยที่สมบูรณ์ด้วยพละกำลัง แล้ววันหนึ่งมันก็ถามถึงพ่อ

“แม่จ๋า พ่อของฉันเป็นใคร เขาอยู่ที่ไหนจ๊ะ”

นิทานชาดก วานรินทชาดก : ลิงหลอกเข้

นิทานชาดก วานรินทชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก วานรินทชาดก : ทรงปรารภการพยายามปลงพระชนม์ของพระเทวทัตที่มีต่อพระองค์ อยู่หลายครั้ง ที่ไม่ใช่เฉพาะในชาตินี้เท่านั้น แต่ไม่ว่าชาติไหนหากเกินมาเจอกัน จะเป็นมานุษย์หรือสัตว์ก็ตาม พระเทวทัตก็คิดประทุษร้ายพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ แล้วทรงนำนิทานมาเล่าให้ฟัง

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีลิงหนุ่มร่างกายกำยำตัวหนึ่ง อาศัยอยู่แนวฝั่งแม่น้ำ กลางแม่น้ำนั้นมีเกาะแห่งหนึ่งที่อุดมสมบูรณ์ด้วยผลหมากรากไม้นานาชนิด ลิงตัวนี้มีกำลังวังชามาก จึงสามารถกระโดดจากฝั่งไปยังเกาะนั้นได้ โดยอาศัยแผ่นหินที่อยู่ระหว่างฝั่งกับเกาะเป็นตัวช่วย แล้วจึงกระโดดจากแผ่นหินนั้นข้ามไปยังเกาะอีกทีหนึ่ง มันเที่ยวเล่นอยู่ที่นั่นทั้งวัน จนกระทั่งเย็นจึงกระโดดข้ามกลับไปยังที่อยู่ของมัน มันทำเช่นนี้อยู่เป็นประจำทุกวัน

ในครั้งนั้น มีจระเข้ตัวหนึ่งอาศัยอยู่กับเมียสาวในน่านน้ำนั้นด้วย ฝ่ายจระเข้ตัวเมียที่กำลังท้องเห็นลิงกระโดดข้ามไปมาดังนั้นก็เกิดแพ้ท้อง อยากกินหัวใจลิงขึ้นมาทันใด

นิทานชาดก อารามทูสกชาดก : ลิงรดน้ำต้นไม้

นิทานชาดก อารามทูสกชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก อารามทูสกชาดก : มีชายคนหนึ่งในแคว้นโกศล นิมนต์พระพุทธเจ้าและหมู่พระภิษุสงฆ์ไปที่สวนของตน เมื่อได้ถวายของขบฉันเรียบร้อยแล้ว ก็นิมนต์พระให้เที่ยชมสวน พระภิกษุเดินเที่ยวชมสวนไปกับนายอุทยานบาล เห็นที่โล่งเตียนแห่งหนึ่งจึงถามว่าทำไมตรงนี้ไม่มีต้นไม้เลยทั้งๆที่บริเวณอื่นมีต้นไม้เขียวชอุ่มร่มรื่น คนเฝ้าสวนตอบว่า เมื่อตอนสร้างอุทยานนี้ มีเด็กชาวบ้านคนหนึ่งเมื่อจะรดน้ำต้นไม้ทีไรต้องถอนต้นไม้นั้นขึ้นมาดูรากเสียก่อนแล้วจึงรดน้ำตามความสั้นยาวของรากต้นไม้ ด้วยเหตุนี้ต้นไมที่ปลูกใหม่เหล่านั้นก็เหี่ยวแห้งตายไป เหลือแต่ที่โล่งเตียนเช่นนี้ พระภิกษุจึงนำความมากราบทูลพระพุทธเจ้า พระองค์จึงปรารภถึงเด็กชายผู้นั้นว่าเมื่ออดีตก็เคยทำอย่างนี้มาแล้ว

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

ทุกๆ ปี พระองค์จะรับสั่งให้จัดงานนักขัตฤกษ์ประจำปีขึ้นที่หน้าพระลานหลวง มีมหรสพและการละเล่นเป็นที่สนุกสนานยิ่ง

และในวันนักขัตฤกษ์ประจำปีคราวหนึ่งคนเฝ้าพระราชอุทยานอยากจะไปเที่ยวงานกับเขาบ้าง จึงเรียกลิงตัวหัวหน้าที่อาศัยอยู่ในอุทยานนั้นมาแล้วสั่ง

“นี่เจ้าลิง เจ้าก็อาศัยอยู่ที่นี่มานาน ได้ร่มเงาต้นไม้พวกนี้เป็นที่พักพิง… วันนี้มีงานที่พระลานหลวง ข้าจะฝากเจ้าดูแลต้นไม้พวกนี้หน่อยจะได้ไหม”

นิทานชาดก กโปตกชาดก : นกพิราบใจดีกับกาขี้ขโมย

นิทานชาดก กโปตกชาดก นกพิราบกับกาขี้ขโมย

เหตุที่ตรัสชาดก กโปตกชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้มีความโลเลรูปหนึ่ง ในครั้งนั้น พระภิกษุทั้งหลายพาภิกษุนั้นมากราบทูลพระศาสดาว่า พระรูปนี้มีนิสัยโลเล พระพุทธเจ้าถามว่าจริงหรือไม่ พระนั้นตอบว่าจริง พระพุทธองค์จึงตรัสว่า ไม่ใช่แค่ในชาตินี้เท่านั้นที่เธอโลเล แม้ในอดีต เธอก็เป็นคนโลเล สิ้นชีวิตเพราะความโลเลของตน แม้บัณฑิตผู้อาศัยเธอ ก็ต้องพลัดพรากจากที่อยู่ไปด้วย

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

ชาวเมืองนิยมแขวนกระเช้าหญ้าไว้นอกระเบียงเพื่อให้ฝูงนกทั้งหลายได้อาศัยอยู่กันอย่างสบาย

ครั้งนั้นพ่อครัวของเศรษฐีได้แขวนกระเช้าไว้ในครัวด้วย ต่อมามีนกพิราบตัวหนึ่งบินมาอาศัยอยู่ในกระเช้านั้น พอรุ่งเช้ามันก็ออกไปหากิน ตกเย็นจึงกลับมานอนในกระเช้าของมัน

อยู่มาวันหนึ่งมีกาตัวหนึ่งบินผ่านมาทางโรงครัว มันได้กลิ่นเนื้อกลิ่นปลา ก็นึกอยากจะกินเนื้อกินปลาในครัวเต็มประดา จึงคิดหากลอุบายอยู่ ครั้นตกเย็นจึงได้เห็นนกพิราบกลับมา มันคิดจะอาศัยอยู่กับนกพิราบ ด้วยหวังจะกินเนื้อให้ได้ คิดแล้วก็บินกลับไปยังที่อยู่ของมัน

รุ่งเช้าก็บินมาจับอยู่ใกล้โรงครัวนั้น พอเห็นนกพิราบบินออกจากครัว ก็ออกบินติดตามไปใกล้ๆ

นิทานชาดก พกชาดก : นกยางเจ้าเล่ห์กับปู

นิทานชาดก พกชาดก นกยางเจ้าเล่ห์กับปู

เหตุที่ตรัสชาดก พกชาดก : ที่วัดพระเชตวัน มีพระจีวรวัฑฒกะ(แปลว่าพระที่มีความสามารถในการทำจีวร) รูปหนึ่งมีความสามารถในการย้อมผ้าเก่าให้เป็นผ้าใหม่ได้ แต่ไม่ได้บอกใครว่านั่นเป็นผ้าเก่านำมาย้อม พระอื่นๆเห็นว่าเป็นผ้าเนื้อดีจึงนำผ้าใหม่มาให้ท่านย้อมให้บ้าง แต่พระจีวรวัฑฒกะบอกว่าการย้อมมันต้องใช้เวลานานเดี๋ยวท่านๆจะไม่มีผ้าใช้ จึงแนะนำให้แลกกับผ้าย้อมที่มีอยู่ เมื่อพระที่นำจีวรมาแลกได้ผ้าย้อมแมวไป พอนำไปซักด้วยน้ำร้อน เกิดสีตกจึงรู้ว่าถูกหลอก และในครั้งนั้นที่หมู่บ้านนอก มีพระจีวรวัฑฒกะที่ย้อมแมวผ้าจีวรหลอกพระอื่นๆเช่นกัน ได้ข่าวนี้จึงมาที่วัดพระเชตวันแล้วหลอกพระจีวรวัฑฒกะที่วัดเชตวันด้วยอาการเดียวกันคือนำผ้าเก่ามาหลอกแลกผ้าใหม่ ความที่ว่าพระหลอกพระจึงดังไปทั่ววัด

ในอดีตกาล นานมาแล้ว มีสระใหญ่แห่งหนึ่งอยู่ในป่า เป็นที่อาศัยของปลาน้อยใหญ่จำนวนมาก ต่อมาในฤดูแล้ง น้ำในสระได้แห้งขอดลง ปลาในสระไม่สามารถที่จะย้ายสระได้จึงได้แต่นอนรอความตายอยู่ที่นั่น
บังเอิญวันนั้น มีนกยางบินผ่านมาพอดี เจ้านกยางเกิดเปรี้ยวปากอยากกินปลา จึงคิดอุบายหาทางกินปลาอย่างง่ายๆ โดยไม่ต้องลงไปไล่จับปลาให้ตัวเปื้อนโคลน แล้วมันก็นึกขึ้นได้ บินถลาลงไปเกาะขอบสระในทันที

“นี่เจ้านกยาง เจ้าเป็นอะไร ทำไมยืนหน้าเศร้าแบบนั้น” ปลาตัวหนึ่งเอ่ยถาม
“ข้าสงสารพวกเจ้านะซี อีกไม่นานก็ต้องตายเพราะน้ำในสระแห้งลงเรื่อยๆ” นกยางบอกเสียงสลด
“นั่นน่ะซี เมื่อก่อนก็มีน้ำเต็มสระ แต่ปีนี้มันแล้งจริงๆ พวกข้าก็ไม่รู้จะทำยังไง หนีไปไหนก็ไม่ได้” ปลาอีกตัวบ่น 

นิทานชาดก ติตติรชาดก : นกกระทา ลิง ช้าง พี่น้อง 3 เผ่าพันธุ์

นิทานชาดก นกกระทา ลิง ช้าง

เหตุที่ตรัสชาดก ติตติรชาดก : ครั้งหนึ่งท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ได้นิมนต์พระศาสดาและพระภิกษุไปยังนครสาวัตถี ในระหว่างทางต้องมีการค้างพักแรมที่เมืองเวลาลี พระหนุ่มๆที่ล่วงหน้ามาก่อนต่างจับจองอาสนะที่พักของตน พระสารีบุตรซึ่งเป็นพระเถระมีอายุมาก และคณะมาถึงทีหลังจึงไม่ได้ที่พัก ต้องพักอยู่ใต้ต้นไม้ รุ่งเช้าพระพุทธเจ้าเห็นจึงตรัสถาม เมื่อทราบความจึงเกิดสลดใจว่าขนาดท่านยังมีพระชนม์ชีพอยู่พระภิกษุยังทะเลาะกัน จึงทรงปรารภการไม่เคารพกันของพระภิกษุ

ในอดีตกาล ที่ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีต้นไทรต้นใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยของนกกระทา ลิง และช้าง แม้ทั้งสามจะอาศัยอยู่ที่ต้นไทรต้นเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้มีความเคารพยำเกรงกันเลย เจ้าช้างนึกอยากเขย่าต้นไทรเมื่อไรก็เขย่า เจ้าลิงก็คอยแต่จะแกล้งเพื่อนตามประสาความซน ส่วนเจ้านกกระทาก็ชอบร้องเพลงตอนกลางคืนรบกวนเพื่อนๆ ที่จะนอน

ทั้งสามอยู่กันด้วยความขุ่นข้องหมองใจเสมอมา จนกระทั่งวันหนึ่ง มันก็คิดขึ้นได้ว่าขืนอยู่กันอย่างนี้ต่อไป คงไม่มีความสงบสุขแน่ จึงหันมาคุยกันว่าพวกมันควรให้ความเคารพและเชื่อฟังแก่ผู้ที่แก่กว่า …แต่เอ…แล้วพวกมันจะรู้ได้ยังไงว่าใครแก่กว่า

ในที่สุดเจ้านกกระทาก็คิดขึ้นมาได้

“ถ้าอย่างนั้นใช้ต้นไทรนี้เป็นตัวบอกอายุก็แล้วกัน เริ่มที่เจ้าช้างก่อนนะ เจ้าเห็นต้นไทรนี้ครั้งแรกเมื่อไร” นกกระทาถาม

นิทานชาดก สกุณชาดก : คิดว่าตัวฉลาดเลยพลาดท่า

นิทานชาดก สกุณชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก สกุณชาดก : ภิกษุรูปหนึ่งได้ออกจากวัดเชตวันไปจำพรรษาที่ชนบทแห่งหนึ่ง ไม่ทันไรก็ถูกไฟไหม้บรรณศาลา ท่านจึงจำต้องพักอาศัยอยู่กลางแจ้ง ตลอดพรรษา 3 เดือน การอาศัยในที่ไม่เป็นสัปปายะเป็นอุปสรรคในการทำภาวนา เวลาผ่านไป 3 เดือนท่านจึงยังไม่ได้บรรลุธรรมใดๆ

ในอดีตกาล ณ ป่าใหญ่ใกล้เมืองพาราณสี มีนกหลายพันตัวทำรังอาศัยอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งมีกิ่งก้านสาขาสมบูรณ์ด้วยความสุขสบายเสมอมา

ต่อมา ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นถูกลมพัดกระหน่ำอย่างแรงจนคาคบเสียดสีกัน ส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว และเกิดควันฟุ้งตลบทั่วบริเวณ

นกหัวหน้าฝูงเห็นเช่นนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ช้าจะเกิดไฟไหม้ขึ้นที่ต้นไม้นี้ ทางที่ดีเรารีบบอกพรรคพวกให้หนีไปเสียก่อนดีกว่า ครั้นแล้วจึงหันมาสั่งพรรคพวกให้รีบอพยพหนีโดยเร็ว

“จะไปไหนกันหรือ หัวหน้า” นกพวกหนึ่งร้องถามขึ้นเพราะเป็นห่วงรังของตน

“ไปไหนก็ได้ ให้ไกลจากที่นี่ไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวจะเกิดไฟไหม้แล้ว เห็นไหมล่ะ ควันกลบไปหมดนั่นไง” หัวหน้าตะโกนบอก 

นิทานชาดก มัจฉชาดก : กามตัญหาทำปลาหน้ามืด

เหตุที่ตรัสชาดก มัจฉชาดก : ทรงปรารภพระภิกษุที่อยากจะสึกเพราะคิดถึงภรรยาเก่า

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

ที่แม่น้ำใกล้ชานเมือง มีปลาตัวหนึ่งมันเติบโตเป็นหนุ่มใหญ่แต่ยังไม่มีคู่ไว้เชยชิดเสน่หาเลย วันหนึ่งมันจึงว่ายออกจากที่อยู่ของมัน เพื่อเสาะแสวงหาปลาสาวมาเป็นคู่สักตัว มันว่ายน้ำมาไกลจนกระทั่งเข้าเขตปลาพวกอื่น ก็พอดีได้พบนางปลาตัวหนึ่งเป็นที่ต้องใจของมันยิ่งนัก มันจึงเข้าไปเกี้ยวพาราสี

ปลาทั้งสองว่ายน้ำจู๋จี๋อี๋อ๋อกันอย่างดื่มด่ำชุ่มฉ่ำใจ ปลาสาวว่ายนำหน้า ส่วนปลาหนุ่มว่ายตามหลัง บางครั้งก็เข้าชิดเกาะเกี่ยวกัน บางครั้งก็ออกห่างโลดไล่กันไปมาอย่างสนุกสนาน

ขณะที่ปลาสาวว่ายนำหน้ามาถึงตอนหนึ่ง นางได้กลิ่นแหของชาวประมง จึงหวนกลับ ส่วนปลาหนุ่มกำลังเต็มตื้นด้วยความเสน่หา เห็นดังนั้นก็นึกว่าปลาสาวคงจะแสร้งว่ายกลับให้ตัววิ่งไล่ จึงถลันเข้าไปในท้องแหโดยไม่รู้ตัว