Category Archives: นิทาน เรื่องของสัตว์

นิทานชาดก ติปัลลัตถมิคชาดก : แกล้งตายจึงไม่ตาย

นิทานชาดก ติปัลลัตถมิคชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก ติปัลลัตถมิคชาดก : ทรงปรารภพระราหุลผู้ใคร่ในการศึกษา

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้ามคธครองราชสมบัติอยู่ในกรุงนครราชคฤห์

มีกวางฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ในป่าใหญ่  มีหัวหน้าเป็นกวางหนุ่มผู้เฉลียวฉลาด เอาใจใส่ดูแลบริวารกวางทุกตัวให้ได้รับความสุขเสมอมา

ต่อมานางกวางซึ่งเป็นน้องของหัวหน้าได้พาลูกกวางของนางมาให้ลุงสอนเลห์กลมายาในการเอาตัวรอดในป่าใหญ่ให้ และลุงก็ตั้งใจสอนจนจบสิ้น

ต่อมาวันหนึ่ง กวางน้อยบังเอิญไปติดบ่วงนายพรานเข้า ก็ร้องเสียงลั่น ตะโกนบอกเพื่อนๆว่าตรงนี้มีบ่วง เพื่อนกวางได้ยินจึงรีบวิ่งหนีไปและไปบอกข่าวแก่แม่กวาง

นางกวางผู้เป็นแม่เมื่อทราบเหตุร้ายที่เกิดขึ้นแก่ลูก ก็รีบวิ่งมาหาพี่ชายแล้วละล่ำละลักบอกว่า

“แย่แล้วพี่! ลูกฉันไปติดบ่วงนายพรานเข้าให้แล้ว จะทำยังไงดี” 

นิทานชาดก มตกภัตตชาดก : ฆ่าสัตว์แก้บนต้องทุกข์ทนโดนตัดหัว

เหตุที่ตรัสชาดก มตกภัตตชาดก : ทรงปรารภถึงการฆ่าสัตว์เพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษของมนุษย์ในยุคนั้นที่นิยมทำกันมาก

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีพราหมณ์คนหนึ่ง เป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ที่มีชื่อเสียง ท่านมีลูกศิษย์มากมาย วันหนึ่งท่านต้องการจะเซ่นไหว้บรรพบุรุษและผีไร้ญาติทั้งหลาย จึงสั่งให้ลูกศิษย์ไปจับแพะมา แล้วให้พาไปอาบน้ำ ประดับด้วยดอกไม้ต่างๆ

เมื่อลูกศิษย์ได้อาบน้ำแพะเรียบร้อยแล้วจึงให้ยืนพักอยู่ที่ริบแม่น้ำนั้น จู่ๆ เจ้าแพะโชคร้ายก็หัวเราะขึ้นเสียงดัง สักพักกลับร้องไห้โฮขึ้นมา พวกลูกศิษย์เห็นดังนั้นก็พากันประหลาดใจ แล้วเอ่ยถามแพะขึ้นว่า

“นี่เจ้าเป็นอะไร กลัวตายจนเสียสติไปเลยรึ”

“เราไม่ได้กลัวตาย ถ้าท่านอยากรู้ พาเราไปหาอาจารย์พวกท่านสิ แล้วเราจะบอก” 

นิทานชาดก วาตมิคชาดก : รักชีวิตอย่าคิดผิดเห็นแก่กิน

นิทานชาดก วาตมิคชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก วาตมิคชาดก : ทรงปรารภพระจูฬปิณฑปาติกติสสเถระ ครั้งก่อนจะบวชบิดามารดาไม่อนุญาต จึงได้ทำการอดอาหาร 7 วันจนกระทั่งท่านยอมใจอ่อนให้บวช ต่อมามารดาเกิดร้องไห้คิดถึง นางวัณณทาสีเห็นเข้าจึงเสนอตัวว่าจะช่วยให้พระจูฬปิณฑปาติกติสสเถระสึกออกมา แต่ต้องให้ความเป็นใหญ่ในบ้านแก่นาง นางได้สอบถามมารดาว่าพระท่านชอบหรือไม่ชอบอะไร เมื่อได้ข้อมูลแล้วจึงได้จัดแจงอาหารที่ท่านชอบเพื่อไปใส่บาตร แล้วนิมนต์ไปรับภัตตาหารที่บ้าน ต่อมานางแกล้งป่วย พระเถระถูกตัณหาในรสผูกพันจึงเข้าไปหานางถึงในห้อง  นางวัณณทาสีรู้เหตุแห่งการมาเพื่อตน จึงประเล้าประโลมพระเถระนั้น จนกระทั่งพระต้องสึก

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี

คนเฝ้าสวนของพระเจ้าพรหมทัต ชื่อว่า สัญชัย เห็นเนื้อสมันตัวหนึ่งมาเที่ยวหากินอยู่ในเขตพระราชอุทยานเป็นประจำ

ต่อมาวันหนึ่งพระราชาตรัสถามนายสัญชัยว่า 

นิทานชาดก กัณฑินชาดก : ติดหญิงจึงโดนยิงตาย

เหตุที่ตรัสชาดก กัณฑินชาดก : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งที่ถูกภรรยาเก่าประเล้าประโลม จึงต้องการจะสึก

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้ามคธครองราชสมบัติอยู่ในพระนครราชคฤห์ แคว้นมคธ

ในสมัยนั้นผู้คนต่างนิยมล่าเนื้อเป็นจำนวนมาก กวางทั้งหลายจึงไปอาศัยอยู่ที่เนินเขาห่างไกลผู้คน ไม่มีอันตรายใดๆมารบกวน แต่ต่อมา กวางหนุ่มตัวหนึ่งเกิดความร้อนรุ่มใจอยากได้กวางสาวมาเป็นคู่ชิดเชยของมัน จึงทำให้มันต้องเดินออกจากที่นั่นเพื่อแสวงหากวางสาวสักตัว

จนกระทั่งวันหนึ่งมันได้มาถึงป่าละเมาะใกล้บ้านคน ก็ได้พบนางกวางสาว เกิดถูกอกถูกใจจึงเข้าไปเกี้ยวพาราสี

“พี่กวาง ที่นี่มีอันตราย ชาวบ้านกำลังจะมาล่ากวาง พี่กวางกลับไปเถิด” กวางสาวเตือน 

“พี่จะไม่ไปไหนทั้งนั้น พี่รักเจ้านี่จ๊ะ” กวางหนุ่มตอบ

ฝ่ายชาวบ้าน รู้ว่าเวลานี้เป็นเวลาที่พวกกวางจะลงมาจากภูเขาเพื่อหากิน จึงได้มายืนซุ่มในที่อันมิดชิด

นางกวางสาวได้กลิ่นมนุษย์ ก็รู้ว่ามีนายพรานซุ่มอยู่บริเวณนั้น จึงหยุดคอยให้กวางหนุ่มเดินมาถึงตัว แล้วพยักเพยิดให้เดินออกหน้าไปก่อน ส่วนตัวเองอยู่ข้างหลัง

นิทานชาดก นิโครธมิคชาดก : กวางหัวหน้ายอมถูกฆ่าแทนลูกน้อง

เหตุที่ตรัสชาดก นิโครธมิคชาดก : ทรงปรารภภิกษุณีนางหนึ่งที่ได้เคยบวชยังสำนักพระเทวทัต ต่อมาปรากฏว่านางได้ตั้งครรภ์ พระเทวทัตกลัวสำนักตนเสียชื่อจึงไล่ให้สึกโดยมิได้มีการสืบสาวราวเรื่องแต่อย่างใด ภิกษุณีนั้นคิดว่าตนมาบวชเพราะเลื่อมในในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น จึงเดินทางมาเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา พระองค์ทรงทราบด้วยญาณว่านางบริสุทธิ์ แต่เพื่อความโปร่งใสและจะได้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งหลาย พระองค์จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวน ผลปรากฏว่านางได้ตั้งครรภ์มาแล้วตั้งแต่ก่อนบวช จึงพ้นความผิด

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี
กวางใหญ่ 2 ฝูงอาศัยอยู่ในป่าใหญ่ใกล้ๆ กรุงพาราณสี ฝูงหนึ่งมีพญากวาง “นิโครธ” ปกครอง อีกฝูงหนึ่งมีพญากวาง “สาขะ” ปกครอง แต่ละฝูงมีบริวารอยู่ 500 ตัว อาศัยอยู่ไม่ไกลกันนัก

เนื่องจาก พระราชาโปรดเสวยเนื้อกวาง จึงได้ออกเข้าป่าล่ากวางทุกวัน และเกณฑ์ประชาชนให้ไปกับพระองค์ด้วยทุกครั้ง ทำให้ชาวบ้านไม่มีเวลาทำมาหากิน ชาวบ้านจึงประชุมกันว่าจะต้อนกวางมาไว้ในเขตพระราชอุทยานเพื่อให้พระราชาทรงล่าได้โดยสะดวก 

นิทานชาดก ลักขณชาดก : กวางดื้อถือดีตน จึงอับจนพบหายนะ

เหตุที่ตรัสชาดก ลักขณชาดก : ทรงปรารภพระเทวทัตที่ครั้งหนึ่งประกาศขอเป็นผู้ปกครองสงฆ์แทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระเทวทัตได้ทูลขอให้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติพระวินัยให้คณะสงฆ์ปฏิบัติ ๕ ประการ แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาต พระเทวทัตได้ทีจึงประกาศว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงเคร่งครัดในพระธรรมวินัย แล้วแยกตัวออกไปพร้อมคณะสงฆ์ที่เห็นด้วยจำนวน 500 รูป แต่เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อพระสงฆ์ทั้ง 500 นั้น สำเร็จมรรคผลแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงให้พระโมคคัลลานะและพระสารีบุตรไปรับกลับมา

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้ามคธครองราชย์สมบัติอยู่ในนครราชคฤห์ ในแคว้นมคธ

มีพญากวางตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่า ปกครองบริวารกวางจำนวน 1,000 ตัว พญากวางนั้นมีลูก 2 ตัว ชื่อ กวางลักขณะ และ กวางกาฬะ เมื่อลูกกวางทั้ง 2 โตขึ้น พญากวางก็แก่ลงมาก จึงคิดจะให้ลูกกวางทั้ง 2 เป็นผู้ปกครองฝูงแทนตน  

“ตอนนี้พ่อแก่มากแล้ว พ่ออยากให้พวกเจ้าเป็นจ่าฝูงแทนพ่อ พวกเจ้าแบ่งบริวารไปปกครองตัวละ 500 นะลูก” พญากวางบอกแก่ลูกกวางทั้ง 2

“ครับพ่อ” ลูกกวางทั้ง 2 ตอบรับ แล้วพญากวางก็ให้โอวาทในการนำพาฝูงให้อยู่รอดปลอดภัย

นิทานชาดก มูสิกชาดก : จิ้งจอกหลอกกินหนู

เหตุที่ตรัสชาดก มูสิกชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้หลอกลวงรูปหนึ่ง

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

มีหนูใหญ่ตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่ากับลูกน้องบริวารหนูอีกหลายตัว ในครั้งนั้นมีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งเข้ามาหากินในป่านั้น ได้เห็นหนูฝูงใหญ่ ก็คิดวางแผนจะกินหนูพวกนี้ มันจึงทำทีเป็นยืนขาเดียว แหงนหน้าจ้องดวงอาทิตย์อ้าปากกินลมอยู่ใกล้ๆบริเวณนั้น

เมื่อหัวหน้าหนูมาเห็นเข้าใจว่าเจ้าจิ้งจอกตัวนี้เป็นผู้มีศีล จึงเข้าไปถามว่า

“ท่านชื่ออะไร”

“เราชื่อธรรมมิกะ ที่แปลว่าผู้ตั้งอยู่ในธรรม” จิ้งจอกตอบพร้อมกับแปลให้เสร็จสรรพ 

“ทำไมท่านยืนขาเดียวอย่างนั้นล่ะ” เจ้าหนูถามต่อ

“ถ้าเรายืนทั้งสี่ขา แผ่นดินนี้จะรับน้ำหนักเราไม่ไหวแน่ มีหวังถล่ม เราสงสารสัตว์จำนวนมากเดี๋ยวพวกมันจะตายเสีย เราจึงต้องพยายามยืนขาเดียวอยู่อย่างนี้”

“แล้วทำไมท่านต้องอ้าปากตลอดเวลา” เจ้าหนูยังสงสัย

นิทานชาดก ทุมเมธชาดก : พระราชาคิดฆ่าช้างเผือก

เหตุที่ตรัสชาดก ทุมเมธชาดก : ทรงปรารภความอิจฉาริษยาของพระเทวทัตที่มีต่อพระพุทธองค์

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้ามคธเสวยราชสมบัติในกรุงราชคฤห์

พระองค์มีช้างพระที่นั่งเชือกหนึ่ง เป็นพญาช้างเผือกที่มีลักษณะสมบูรณ์ด้วยลักษณะอันประเสริฐทุกประการ

วันหนึ่งมีงานมหรสพประจำปี พระองค์โปรดให้ประดับตกแต่งพระนครอย่างงดงามราวสรวงสวรรค์ แล้วทรงช้างพระที่นั่งเลียบพระนครตามขัตติยประเพณี

ฝ่ายพสกนิกรทั้งหลายที่เฝ้าชมพระบารมี เมื่อได้เห็นช้างพระที่นั่ง ก็พากันโสมนัสปรีดา ต่างก็ชื่นชมพรรณาถึงช้างเผือกเท่านั้น ว่างามอย่างนั้นอย่างนี้ มิได้สนใจพระราชาที่ประทับบนหลังช้างแม้แต่น้อย

เมื่อพระราชาประสบเหตุการณ์ดังนั้น ก็ทรงแค้นเคืองพระทัย มีจิตริษยาช้างเผือกของพระองค์เองและตั้งใจว่าจะฆ่าช้างเชือกนี้ให้ได้ จึงได้ตรัสถามควาญช้างว่า 

“ช้างตัวนี้ เจ้าฝึกดีแล้วรึ”

“ฝึกดีแล้วพระเจ้าข้า” นายหัตถาจารย์ทูลตอบ

“ข้าจะให้ช้างตัวนี้ขึ้นไปบนยอดเขาได้ไหม” พระราชาถามต่อ

นิทานชาดก อกาลราวิชาดก : ตายเพราะไม่มีใครสั่งสอน

เหตุที่ตรัสชาดก อกาลราวิชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้ท่องบ่น สวดมนต์ไม่เป็นเวลารูปหนึ่ง

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

มีอาจารย์ทิศาปาโมกข์ผู้หนึ่ง มีลูกศิษย์ในปกครอง 500 คน ในสำนักเรียนนั้นมีไก่อยู่ตัวหนึ่งคอยขันให้สัญญาณแก่ลูกศิษย์เพื่อตื่นขึ้นมาศึกษาบทเรียน ไก่ตัวนี้ขันตรงเวลาดีมาก แต่ต่อมาไม่นานก็ตายตามสภาพสังขาร

เมื่อไก่ตัวนั้นตายแล้ว พวกลูกศิษย์ก็หาไก่ตัวใหม่มาเลี้ยงแทน เขาไปเจอมันในป่าช้า ก็จับมันมาใส่กรงเลี้ยงไว้ เนื่องจากเป็นไก่ป่า ไม่รู้เวลาขัน นึกอยากขันเมื่อไรก็ขันตามใจชอบ

พวกลูกศิษย์พากันตื่นตามเวลาที่ไก่ขัน บางวันขันดึกเกินไป ก็เป็นเหตุให้พวกเขาง่วงเหงาหาวนอน บางวันขันตอนสว่าง พวกลูกศิษย์ก็ไม่มีเวลาได้ศึกษาเล่าเรียน 

“ไก่ตัวนี้ขันไม่เป็นเวลา พวกเราจะเรียนไม่สำเร็จก็เพราะมันนี่แหละ” ลูกศิษย์คนหนึ่งบ่น

“นั่นสิ จับมันหักคอ ย่างกินเสียดีกว่า” อีกคนเสนอ

นิทานชาดก วัฏฏกชาดก : รอดตายเพราะยอมอด

เหตุที่ตรัสชาดก วัฏฏกชาดก : ทรงปรารภบุตรของอุตตรเศรษฐีที่รอดพ้นจากการลงอาญา เพราะนึกถึงคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและตั้งใจจะบวชในพระพุทธศาสนา

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

มีนายพรานนกคนหนึ่งเที่ยวดักนกกระจาบมาขังไว้ที่บ้าน เพื่อให้ลูกค้ามาเลือกซื้อหาตามใจชอบ

วันหนึ่งเขาดักนกกระจาบมาได้หลายตัว นกกระจาบหนึ่งในจำนวนนั้น คิดอยู่ในใจว่า

‘ถ้าเรากินอาหารที่นายพรานให้ จนตัวอ้วนพี ต้องมีคนมาซื้อเราไปแกงเป็นแน่ แต่ถ้าเราไม่กินอาหาร ปล่อยให้ซูบผอมเหี่ยวแห้ง มีหวังรอด’

เมื่อคิดดังนั้นมันก็เริ่มอดอาหาร ไม่ยอมกินข้าวหรือเมล็ดถั่วที่นายพรานนำมาให้ ปล่อยให้ร่างกายผอมลงตามลำดับ และเป็นดังคาด ไม่มีใครซื้อเจ้านกกระจาบผอมเลยสักคน

ฝ่ายนายพราน เมื่อขายนกกระจาบตัวอื่นหมดแล้ว เหลืออยู่แต่นกผอมตัวเดียว จึงจับออกมาวางบนอุ้งมือเพื่อตรวจดู ขณะที่นกกระจาบคอยจังหวะนายพรานเผลอ พอได้โอกาสก็บินเข้าป่าไปทันที