นิทานชาดก สัมโมทมานชาดก : หายนะมาเยือนเพราะเพื่อน(นกกระจาบ)ไม่สามัคคี

นิทานชาดก สัมโมทมานชาดก นกกระจาบไม่สามัคคี

เหตุที่ตรัสชาดก สัมโมทมานชาดก : ทรงปรารภการทะเลาะกันของพระญาติทางฝ่ายเมืองกบิลพัสดุ์ กับพระญาติทางฝ่ายเมืองโกลิยะ อันมีต้นเหตุมาจาการที่ชาวเมืองแย่งน้ำกันทำนา ต่างฝ่ายต่างก็ต้องการน้ำ เมื่อตกลงกันไม่ได้ก็ทะเลาะกัน พูดจากระทบกระแทกอีกฝ่ายด้วยความสะใจ ความทราบไปถึงฝ่ายปกครองและราชวงศ์ ทั้งสองฝ่ายจึงยกทัพมาพร้อมรบ

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีนกกระจาบหลายพันตัวอาศัยอยู่  แต่เมื่อเร็วๆนี้ เป็นที่สังเกตได้ว่า ประชากรนกกระจาบได้หดหายไปจำนวนมาก ฝ่ายหัวหน้าฝูงนกกระจาบเมื่อเห็นพรรคพวกหดหายไปเรื่อยๆ เช่นนั้น ก็พยายามสืบจนได้ความว่า มีนายพรานคนหนึ่งแอบเอาข่ายไปดักจับนกกระจาบ หัวหน้าจึงเรียกประชุมนกกระจาบทั้งหมดแล้วประกาศให้ทราบ และบอกวิธีเอาตัวรอด

“…ดังนั้น ตั้งแต่วันนี้ไป หากพวกเราติดข่ายนายพรานให้พร้อมใจกันเอาศีรษะลอดตาข่าย แล้วพากันออกแรงบินยกข่ายขึ้นไปครอบไว้บนต้นไม้สูงๆ แล้วก็บินหลบออกมาด้านล่าง เท่านี้พวกเราก็จะเอาชีวิตรอดออกมาได้ เข้าใจไหม”

นิทานชาดก นัจจชาดก : ลำแพนลำพอง

เหตุที่ตรัสชาดก นัจจชาดก : ทรงปรารภพระภิกษุผู้มีภัณฑะมากรูปหนึ่ง เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสถาม แม้ภิกษุผู้นั้นจะรับว่าจริง แต่ก็โกรธ จึงเปลี้องจีวรออก ยืนเป็นคนเปลือยอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ แล้วหันหลังเดินจากไป สักพักก็มาขอสึก ภิกษุทั้งหลายเห็นดังนั้นก็วิพากษ์วิจารย์ต่างๆนานา พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าไม่ใช่แต่ในบัดนี้ที่พระรูปนี้เสื่อมจากพระรัตนตรัย แม้ในอดีตก็เสื่อมจากหญิงงามเช่นกัน

ในอดีตกาล เมื่อต้นภัทรกัปนี้ (เมื่อโลกเกิดขึ้นใหม่ๆ) สัตว์ทั้งหลายต่างก็ตั้งพวกของตนให้เป็นหัวหน้า เช่น พวกปลาได้ตั้งปลาอานนท์เป็นหัวหน้า พวกนกได้ตั้งหงส์เป็นหัวหน้า ส่วนสัตว์สี่เท้าได้ตั้งราชสีห์เป็นหัวหน้า

ครั้งหนึ่งพญาหงส์ซึ่งเป็นหัวหน้าของบรรดานกทั้งหลาย มีความประสงค์จะให้ลูกสาวผู้เลอโฉมได้แต่งงาน จึงประชุมบรรดานกทั้งหมด แล้วให้ลูกสาวเลือกคู่ได้เองตามใจชอบ

ลูกสาวแสนสวยของพญาหงส์ได้เดินชะแง้แลมองบรรดานกหนุ่มที่ชูคอสลอน ณ ที่นั้น เธอเดินไปเดินมาหลายรอบ ในที่สุดก็ได้พบกับนกยูงใหญ่ตัวหนึ่ง รูปร่างท่าทางองอาจผึ่งผาย มิหนำซ้ำที่คอยังมีสีเหมือนแก้วมณี มีหางอันงามวิจิตร เป็นที่สะดุดตา เลยเกิดชอบใจ จึงกลับไปบอกพ่อกับแม่ของเธอทันที

“ตกลงพ่อยกเจ้าให้กับนกยูงผู้งามสง่า” พญาหงส์ประกาศ 

นิทานชาดก มุณิกชาดก : กินสบายตายเร็ว

นิทานชาดก วัว หมู

เหตุที่ตรัสชาดก มุณิกชาดก : ทรงปรารภหญิงอ้วนผู้ประเล้าประโลมภิกษุรูปหนึ่ง และพระรูปนั้นต้องการจะสึก

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีบ้านตระกูลหนึ่งเลี้ยงชีพด้วยการทำไร่ทำนา เขาเลี้ยงวัวไว้ 2 ตัว ชื่อมหาโลหิต วัวผู้พี่ และจูฬโลหิต วัวผู้น้อง และยังมีหมูอ้วนอีกตัวหนึ่งชื่อว่า มุณิกะ อยู่ในคอกข้างๆ กัน

ทุกๆ เช้า วัวทั้งคู่ต้องออกไปไถนาและเทียมเกวียนบรรทุกสิ่งของไปยังที่ต่างๆ กว่าจะกลับก็ค่ำมืด วัวทั้งสองต่างก็เหน็ดเหนื่อยเป็นอันมาก อาหารที่พวกมันได้กินอยู่ทุกวันก็คือหญ้าแข็งๆ กับฟางแห้ง วันละเล็กน้อยและน้ำเปล่า เท่านั้น ผิดกับเจ้าหมูอ้วนที่วันๆ

ไม่ต้องทำอะไรได้แต่กินกับนอน อาหารที่เจ้าหมูได้กินก็มีแต่ข้าวปลาอาหารอย่างดีน่าอร่อยทั้งนั้น วันหนึ่งเมื่อวัวทั้งสองกลับมาถึงคอกวัวด้วยความอ่อนเพลีย วัวตัวน้องก็ปรารภกับวัวตัวพี่อย่างขมขื่น 

นิทานชาดก กัณหชาดก : คนโกงวัว

นิทานชาดก กัณหชาดก คนโกงวัว

เหตุที่ตรัสชาดก กัณหชาดก : ทรงปรารภการทำกิจของพระองค์ที่ไม่มีใครสามารถทำได้ เช่นการไปโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ การเปิดโลกทั้งสามให้เห็นซึ่งกันและกันคือ โลกมนุษย์ โลกสวรรค์ และนรกในวันมหาปวารณา (ออกพรรษา)

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีหญิงชราคนหนึ่งหาเลี้ยงชีพด้วยการแบ่งห้องให้คนเดินทางมาเข้าพัก วันหนึ่งคนเดินทางได้ให้ลูกวัวสีเหมือนดอกอัญชันแก่หญิงชราเพื่อเป็นค่าตอบแทน หญิงชรารู้สึกรักและถูกชะตากับลูกวัวตัวนี้มาก จึงเลี้ยงดูมันอย่างดีเหมือนกับเป็นลูกคนหนึ่งของแกเลยทีเดียว และตั้งชื่อให้มันว่า “อัยยิกากาฬกะ” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “กัณหะ

เมื่อเจ้าวัวกัณหะโตเป็นหนุ่ม มันได้รู้สำนึกบุญคุณหญิงชราที่แม้จะยากจนแต่ก็เลี้ยงดูมันมาอย่างดี มันจึงคิดตอบแทนคุณหญิงชราด้วยการไปรับจ้างลากของ

นิทานชาดก นันทิวิสาลชาดก : โคนันทิวิศาล ชอบฟังคำขานอันไพเราะ

นิทานชาดก โคนันทวิศาล นันทิวิสาลชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก นันทิวิสาลชาดก : ทรงปรารภการพูดเสียดแทงให้เจ็บใจของพวกภิกษุฉัพพัคคีย์  (ภิกษุฉัพพัคคีย์ คือ กลุ่มเพื่อนชาวกรุงสาวัตถี ๖ คน มาบวชเพื่อหาลาภสักการะ ประพฤติตัวไม่เหมาะสม เป็นเหตุให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องบัญญัติพระวินัยมากมาย)

นานมาแล้ว มีพระราชาพระนามว่า คันธาระ ครองราชสมบัติอยู่ในเมืองตักกสิลา แคว้นคันธาระ

มีพราหมณ์คนหนึ่งได้ลูกวัวมาเลี้ยง แกรักมันเหมือนกับลูก ให้กินข้าวต้มข้าวสวยเหมือนมนุษย์ และตั้งชื่อว่า นันทิวิศาล

โคนันทิวิศาลเติบโตขึ้นโดยลำดับ และมีกำลังวังชาแข็งแรงอย่างยิ่ง มันตั้งใจจะสนองคุณพราหมณ์ที่เลี้ยงดูมันมาตั้งแต่เล็ก จนวันหนึ่งนันทิวิศาลนึกอุบายได้จึงได้บอกให้พรามณ์ไปท้าพนันกับวินทกเศรษฐี โดยวางเงินกันพันนึง

นิทานชาดก มหิฬามุขชาดก : ช้างดุร้ายเพราะฟังคำร้ายจากคนพาล

นิทานชาดก มหิฬามุขชาดก ช้างดุร้าย

เหตุที่ตรัสชาดก มหิฬามุขชาดก : ทรงปรารภพระภิกษุรูปหนึ่งผู้บวชในสำนักของพระองค์ แต่ถูกเพื่อนผู้บวชในสำนักพระเทวทัตชวนไปฉันภัตตาหารรสเลิศต่างๆ ที่วิหารพระเทวทัต โดยโน้มน้าวว่าไม่ต้องออกบิณฑบาตให้เหนื่อย ก็มีอาหารอร่อยฉัน ภิกษุนั้นแอบไปฉันอาหารที่สำนักนั้นเป็นประจำตั้งแต่เช้าตรู่ พอสายจึงค่อยย่องกลับมา จนเพื่อนพระจับได้และกล่าวโทษว่าไม่ควรไปฉันอาหารจากพระเทวทัตผู้ซึ่งได้ลาภสักการะมาโดยไม่ชอบธรรม

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี พระองค์มีช้างมงคลอยู่หนึ่งเชือก เป็นช้างพระที่นั่ง มีกิริยาสงบเสงี่ยมเรียบร้อย นามว่า มหิฬามุข อยู่ในโรงช้างในพระราชวัง

ต่อมา พวกโจรพากันมานั่งจับกลุ่มสนทนากันอยู่ข้างโรงช้างเป็นเวลาหลายคืน เรื่องที่สนทนานั้นเกี่ยวกับเรื่องปล้นสะดมตีชิงวิ่งราวฆ่าเจ้าทรัพย์ พร้อมทั้งแนะนำกันให้นิยมทางร้ายกาจ ปราศจากความเมตตากรุณา

ฝ่ายช้างมหิฬามุข เมื่อได้ยินดังนั้นหลายครั้งเข้าก็เข้าใจว่า คนพวกนั้นแนะนำให้ตนร้ายกาจบ้างจึงเปลี่ยนนิสัยเดิมทันที

นิทานชาดก อภิณหชาดก : เพื่อนหาย ใจหาย

นิทานชาดก ช้าง สุนัข อภิณหชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภอุบาสกคนหนึ่งกับพระเถระแก่ ที่มีความสนิทสนมกันมาก ไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี พระองค์มีช้างมงคลหัตถีตัวหนึ่งเลี้ยงไว้ในโรงช้างภายในพระราชวัง ต่อมามีลูกสุนัขตัวหนึ่งเข้าไปอาศัยกินข้าวอยู่ในโรงเลี้ยงช้างนั้นเป็นประจำจนคุ้นเคยสนิทสนมกับช้าง ช้างได้จับลูกสุนัขนั้นขึ้นชูเล่น บางทีก็ยกขึ้นวางไว้บนศีรษะของมันด้วยความรักใคร่อย่างยิ่ง

วันหนึ่งมีคนมาขอซื้อลูกสุนัขตัวนั้นออกไปเลี้ยงที่อื่น และตั้งแต่มันหายไป ช้างเศร้าโศกคิดถึงแต่ลูกสุนัขตัวนั้น ไม่เป็นอันกินหญ้าและน้ำแลย

คนเลี้ยงช้างเห็นดังนั้นจึงนำความไปกราบทูลพระเจ้าพรหมทัตให้ทรงทราบ พระองค์รับสั่งให้อำมาตย์ผู้หนึ่งไปสังเกตการณ์ เมื่ออำมาตย์ผู้นั้นไปตามรับสั่งแล้วก็ได้ทราบว่าที่ช้างมงคลตัวนี้มีอาหารซึมเศร้า 

นิทานชาดก กุกกุรชาดก : สุดยอดหมาป่า ปัญญาไม่แพ้ใคร

นิทานชาดก กุกกุรชาดก สุดยอดหมาป่่า

เหตุที่ตรัสชาดก กุกกุรชาดก: ทรงปรารภการประพฤติประโยชน์แก่พระญาติ

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติ ในพระนครพาราณสี

มีหมาป่าฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ในป่าช้าใกล้เมือง หัวหน้าหมาป่าเป็นผู้เฉลียวฉลาด และมีระเบียบวินัยอย่างดียิ่ง วันหนึ่งเมื่อพระเจ้าพรหมทัตกลับจากประพาสอุทยานโดยขบวนรถแล้ว พวกเจ้าหน้าที่ได้จอดรถพระที่นั่งไว้ที่พระลานหลวงนั่นเอง บังเอิญในคืนวันนั้น ฝนตกหนัก รถพระที่นั่งจึงเปียกฝน พวกสุนัขทรงเลี้ยงในพระราชวังได้กลิ่นตุๆ ของสายรัดและเบาะหนังของรถพระที่นั่ง จึงพากันลงมาแทะกินจนเสียหายแล้วก็กลับไปนอนหลับอย่างสุโขในที่ของมัน

ครั้งรุ่งเช้าเมื่อพนักงานมาเห็นเข้า จึงพากันไปทูลพระเจ้าพรหมทัตให้ทรงทราบ พระองค์ทรงพิโรธหนักถึงกับรับสั่งให้ประกาศทั่วพระนครว่า 

“ถ้าใครพบหมาที่ไหนก็ตาม ให้จับหมาฆ่าเสียให้หมด อย่าได้ไว้ชีวิตมันเป็นอันขาด”

ตั้งแต่นั้นความโกลาหลก็ได้เกิดขึ้น ประชาชนพลเมืองพากันฆ่าหมาเสียเกือบหมด หมาทั้งหลายจึงไม่อาจอยู่ในเมืองได้ ได้พากันหลบหนีเข้าป่าไป

เมื่อหัวหน้าหมาป่าเห็นพวกหมาบ้านมาประชุมกัน จึงได้สอบถามถึงที่มาที่ไป

นิทานชาดก นฬปานชาดก : ต้นอ้อ กลวง ด้วยแรงอธิษฐาน

นิทานชาดก นฬปานชาดก

เหตุที่ตรัสชาด นฬปานชาดก : ทรงปรารภถึงต้นอ้อที่กลวงทะลุตลอดทั้งลำว่าเป็นเพราะการตั้งสัจจะอธิษฐานเมื่อพระองค์ยังเป็นพระโพธิสัตว์

ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีผีเสื้อน้ำอาศัยอยู่ในสระโบกขรณีใหญ่ ผีเสื้อน้ำตนนี้ดุร้ายมาก แต่จะจับสัตว์กินได้เมื่อสัตว์นั้นลงไปกินน้ำในสระเท่านั้น ทุกๆวันมันจึงซ่อนตัวอยู่ในน้ำคอยจับสัตว์กินเป็นอาหาร

ต่อมา มีลิงฝูงใหญ่ประมาณแปดหมื่นตัวเดินทางมาถึง พวกมันไม่เคยมาที่นี่มาก่อน หัวหน้าฝูงจึงกำชับกำชาว่า

“พวกเจ้าทุกตัวจงฟัง ธรรมดาในป่าย่อมจะมีต้นไม้มีพิษบ้าง ผลไม้มีพิษบ้าง แม้แต่สระน้ำก็ย่อมจะมีผีเสื้อน้ำหวงแหน ดังนั้นก่อนที่เจ้าจะกินอะไรที่ยังไม่เคยกิน จงมาถามเราก่อน”

“ครับ ลูกพี่ พวกข้าจะจำไว้” ว่าแล้วพวกลิงเหล่านั้นก็แยกย้ายกันไป

พวกลิงเล่นซนกันเพลิน เกิดหิวน้ำขึ้นมาจึงพากันไปที่สระโบกขรณีแห่งนั้น ที่นั่นร่มรื่นกว้างใหญ่ น้ำใสแจ๋ว แต่พวกลิงก็ยังไม่กล้าลงไปดื่มน้ำ นั่งรอหัวหน้าอยู่ที่นั้นเอง 

นิทานชาดก ติปัลลัตถมิคชาดก : แกล้งตายจึงไม่ตาย

นิทานชาดก ติปัลลัตถมิคชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก ติปัลลัตถมิคชาดก : ทรงปรารภพระราหุลผู้ใคร่ในการศึกษา

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้ามคธครองราชสมบัติอยู่ในกรุงนครราชคฤห์

มีกวางฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ในป่าใหญ่  มีหัวหน้าเป็นกวางหนุ่มผู้เฉลียวฉลาด เอาใจใส่ดูแลบริวารกวางทุกตัวให้ได้รับความสุขเสมอมา

ต่อมานางกวางซึ่งเป็นน้องของหัวหน้าได้พาลูกกวางของนางมาให้ลุงสอนเลห์กลมายาในการเอาตัวรอดในป่าใหญ่ให้ และลุงก็ตั้งใจสอนจนจบสิ้น

ต่อมาวันหนึ่ง กวางน้อยบังเอิญไปติดบ่วงนายพรานเข้า ก็ร้องเสียงลั่น ตะโกนบอกเพื่อนๆว่าตรงนี้มีบ่วง เพื่อนกวางได้ยินจึงรีบวิ่งหนีไปและไปบอกข่าวแก่แม่กวาง

นางกวางผู้เป็นแม่เมื่อทราบเหตุร้ายที่เกิดขึ้นแก่ลูก ก็รีบวิ่งมาหาพี่ชายแล้วละล่ำละลักบอกว่า

“แย่แล้วพี่! ลูกฉันไปติดบ่วงนายพรานเข้าให้แล้ว จะทำยังไงดี”