นิทานชาดก มตกภัตตชาดก : ฆ่าสัตว์แก้บนต้องทุกข์ทนโดนตัดหัว

เหตุที่ตรัสชาดก มตกภัตตชาดก : ทรงปรารภถึงการฆ่าสัตว์เพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษของมนุษย์ในยุคนั้นที่นิยมทำกันมาก

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีพราหมณ์คนหนึ่ง เป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ที่มีชื่อเสียง ท่านมีลูกศิษย์มากมาย วันหนึ่งท่านต้องการจะเซ่นไหว้บรรพบุรุษและผีไร้ญาติทั้งหลาย จึงสั่งให้ลูกศิษย์ไปจับแพะมา แล้วให้พาไปอาบน้ำ ประดับด้วยดอกไม้ต่างๆ

เมื่อลูกศิษย์ได้อาบน้ำแพะเรียบร้อยแล้วจึงให้ยืนพักอยู่ที่ริบแม่น้ำนั้น จู่ๆ เจ้าแพะโชคร้ายก็หัวเราะขึ้นเสียงดัง สักพักกลับร้องไห้โฮขึ้นมา พวกลูกศิษย์เห็นดังนั้นก็พากันประหลาดใจ แล้วเอ่ยถามแพะขึ้นว่า

“นี่เจ้าเป็นอะไร กลัวตายจนเสียสติไปเลยรึ”

“เราไม่ได้กลัวตาย ถ้าท่านอยากรู้ พาเราไปหาอาจารย์พวกท่านสิ แล้วเราจะบอก” 

นิทานชาดก วาตมิคชาดก : รักชีวิตอย่าคิดผิดเห็นแก่กิน

นิทานชาดก วาตมิคชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก วาตมิคชาดก : ทรงปรารภพระจูฬปิณฑปาติกติสสเถระ ครั้งก่อนจะบวชบิดามารดาไม่อนุญาต จึงได้ทำการอดอาหาร 7 วันจนกระทั่งท่านยอมใจอ่อนให้บวช ต่อมามารดาเกิดร้องไห้คิดถึง นางวัณณทาสีเห็นเข้าจึงเสนอตัวว่าจะช่วยให้พระจูฬปิณฑปาติกติสสเถระสึกออกมา แต่ต้องให้ความเป็นใหญ่ในบ้านแก่นาง นางได้สอบถามมารดาว่าพระท่านชอบหรือไม่ชอบอะไร เมื่อได้ข้อมูลแล้วจึงได้จัดแจงอาหารที่ท่านชอบเพื่อไปใส่บาตร แล้วนิมนต์ไปรับภัตตาหารที่บ้าน ต่อมานางแกล้งป่วย พระเถระถูกตัณหาในรสผูกพันจึงเข้าไปหานางถึงในห้อง  นางวัณณทาสีรู้เหตุแห่งการมาเพื่อตน จึงประเล้าประโลมพระเถระนั้น จนกระทั่งพระต้องสึก

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี

คนเฝ้าสวนของพระเจ้าพรหมทัต ชื่อว่า สัญชัย เห็นเนื้อสมันตัวหนึ่งมาเที่ยวหากินอยู่ในเขตพระราชอุทยานเป็นประจำ

ต่อมาวันหนึ่งพระราชาตรัสถามนายสัญชัยว่า 

นิทานชาดก กัณฑินชาดก : ติดหญิงจึงโดนยิงตาย

เหตุที่ตรัสชาดก กัณฑินชาดก : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งที่ถูกภรรยาเก่าประเล้าประโลม จึงต้องการจะสึก

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้ามคธครองราชสมบัติอยู่ในพระนครราชคฤห์ แคว้นมคธ

ในสมัยนั้นผู้คนต่างนิยมล่าเนื้อเป็นจำนวนมาก กวางทั้งหลายจึงไปอาศัยอยู่ที่เนินเขาห่างไกลผู้คน ไม่มีอันตรายใดๆมารบกวน แต่ต่อมา กวางหนุ่มตัวหนึ่งเกิดความร้อนรุ่มใจอยากได้กวางสาวมาเป็นคู่ชิดเชยของมัน จึงทำให้มันต้องเดินออกจากที่นั่นเพื่อแสวงหากวางสาวสักตัว

จนกระทั่งวันหนึ่งมันได้มาถึงป่าละเมาะใกล้บ้านคน ก็ได้พบนางกวางสาว เกิดถูกอกถูกใจจึงเข้าไปเกี้ยวพาราสี

“พี่กวาง ที่นี่มีอันตราย ชาวบ้านกำลังจะมาล่ากวาง พี่กวางกลับไปเถิด” กวางสาวเตือน 

“พี่จะไม่ไปไหนทั้งนั้น พี่รักเจ้านี่จ๊ะ” กวางหนุ่มตอบ

ฝ่ายชาวบ้าน รู้ว่าเวลานี้เป็นเวลาที่พวกกวางจะลงมาจากภูเขาเพื่อหากิน จึงได้มายืนซุ่มในที่อันมิดชิด

นางกวางสาวได้กลิ่นมนุษย์ ก็รู้ว่ามีนายพรานซุ่มอยู่บริเวณนั้น จึงหยุดคอยให้กวางหนุ่มเดินมาถึงตัว แล้วพยักเพยิดให้เดินออกหน้าไปก่อน ส่วนตัวเองอยู่ข้างหลัง

นิทานชาดก นิโครธมิคชาดก : กวางหัวหน้ายอมถูกฆ่าแทนลูกน้อง

เหตุที่ตรัสชาดก นิโครธมิคชาดก : ทรงปรารภภิกษุณีนางหนึ่งที่ได้เคยบวชยังสำนักพระเทวทัต ต่อมาปรากฏว่านางได้ตั้งครรภ์ พระเทวทัตกลัวสำนักตนเสียชื่อจึงไล่ให้สึกโดยมิได้มีการสืบสาวราวเรื่องแต่อย่างใด ภิกษุณีนั้นคิดว่าตนมาบวชเพราะเลื่อมในในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น จึงเดินทางมาเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา พระองค์ทรงทราบด้วยญาณว่านางบริสุทธิ์ แต่เพื่อความโปร่งใสและจะได้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งหลาย พระองค์จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวน ผลปรากฏว่านางได้ตั้งครรภ์มาแล้วตั้งแต่ก่อนบวช จึงพ้นความผิด

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี
กวางใหญ่ 2 ฝูงอาศัยอยู่ในป่าใหญ่ใกล้ๆ กรุงพาราณสี ฝูงหนึ่งมีพญากวาง “นิโครธ” ปกครอง อีกฝูงหนึ่งมีพญากวาง “สาขะ” ปกครอง แต่ละฝูงมีบริวารอยู่ 500 ตัว อาศัยอยู่ไม่ไกลกันนัก

เนื่องจาก พระราชาโปรดเสวยเนื้อกวาง จึงได้ออกเข้าป่าล่ากวางทุกวัน และเกณฑ์ประชาชนให้ไปกับพระองค์ด้วยทุกครั้ง ทำให้ชาวบ้านไม่มีเวลาทำมาหากิน ชาวบ้านจึงประชุมกันว่าจะต้อนกวางมาไว้ในเขตพระราชอุทยานเพื่อให้พระราชาทรงล่าได้โดยสะดวก 

นิทานชาดก ลักขณชาดก : กวางดื้อถือดีตน จึงอับจนพบหายนะ

เหตุที่ตรัสชาดก ลักขณชาดก : ทรงปรารภพระเทวทัตที่ครั้งหนึ่งประกาศขอเป็นผู้ปกครองสงฆ์แทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระเทวทัตได้ทูลขอให้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติพระวินัยให้คณะสงฆ์ปฏิบัติ ๕ ประการ แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาต พระเทวทัตได้ทีจึงประกาศว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงเคร่งครัดในพระธรรมวินัย แล้วแยกตัวออกไปพร้อมคณะสงฆ์ที่เห็นด้วยจำนวน 500 รูป แต่เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อพระสงฆ์ทั้ง 500 นั้น สำเร็จมรรคผลแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงให้พระโมคคัลลานะและพระสารีบุตรไปรับกลับมา

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้ามคธครองราชย์สมบัติอยู่ในนครราชคฤห์ ในแคว้นมคธ

มีพญากวางตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่า ปกครองบริวารกวางจำนวน 1,000 ตัว พญากวางนั้นมีลูก 2 ตัว ชื่อ กวางลักขณะ และ กวางกาฬะ เมื่อลูกกวางทั้ง 2 โตขึ้น พญากวางก็แก่ลงมาก จึงคิดจะให้ลูกกวางทั้ง 2 เป็นผู้ปกครองฝูงแทนตน  

“ตอนนี้พ่อแก่มากแล้ว พ่ออยากให้พวกเจ้าเป็นจ่าฝูงแทนพ่อ พวกเจ้าแบ่งบริวารไปปกครองตัวละ 500 นะลูก” พญากวางบอกแก่ลูกกวางทั้ง 2

“ครับพ่อ” ลูกกวางทั้ง 2 ตอบรับ แล้วพญากวางก็ให้โอวาทในการนำพาฝูงให้อยู่รอดปลอดภัย

นิทานชาดก สุขวิหาริชาดก : ว่างทุกข์ สุขนิรันดร์

เหตุที่ตรัสชาดก สุขวิหาริชาดก : ทรงปรารภพระภัททิยเถระ (พระอนุชา) ที่เมื่อครั้งพระภัททิยเถระได้ครองราชย์ต่อจากเจ้าชายสิทธัตถะ แม้พระองค์จะแวดล้อมด้วยบริวารและราชองครักษ์ ก็ยังไม่เคยมีความสงบและเป็นสุขเลย จนกระทั่งพระภัททิยเถระได้ออกบวชในพระพุทธศาสนา และได้บำเพ็ญเพียรจนหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ รู้สึกมีความสุขมากจริงๆ จึงได้เปล่งอุทานออกมาตลอดว่า “สุขจริงหนอ” แต่พระภิกษุอื่นเห็นแล้วไม่เข้าใจจึงพากันติเตียน

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชย์สมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี

มีพรามณ์ผู้หนึ่งซึ่งเกิดในตระกูลสูง ได้พิจารณาเห็นโทษของการครองเรือนและเห็นอานิสงส์ของการบวช จึงละทิ้งสมบัติทั้งหลาย มุ่งเข้าป่าบวชเป็นฤาษี ตั้งใจบำเพ็ญเพียรจนบรรลุฌาณสมาบัติ 8 และมีลูกศิษย์ถึง 500 คน 

นิทานชาดก เสรีววาณิชชาดก : จองเวรข้ามชาติเพราะถาดทองคำ

นิทานชาดก จองเวร

เหตุที่ตรัสชาดก เสรีววาณิชชาดก : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งผู้ละความเพียร ว่าหากละความเพียรจะเศร้าโศกตลอดกาล

ในอดีตกาลมีพ่อค้าเร่ ชื่อเสรีวะ อยู่ 2 คน คนหนึ่งเป็นคนโลภ เห็นแก่ได้ อีกคนหนึ่งเป็นคนใจดีอยู่ในศีลธรรม ทั้งสองได้ทำมาหากินโดยการเร่ขายเครื่องประดับตามบ้านเรือนต่างๆ

ในวันนั้นเอง นายเสรีวะคนโลภได้เดินเร่ขายของมาถึงบ้านเศรษฐีตกยากหลังหนึ่ง  ซึ่งขณะนั้นมียายกับหลานสาวอยู่บ้านเพียง 2 คน พอหลานสาวเห็นเครื่องประดับสวยๆ เข้า ก็นึกอยากได้เป็นกำลัง

“เรามันจน ไม่มีเงินซื้อเขาหรอก หลายเอ๋ย” ยายปลอบ “รออีกหน่อย ให้เรามีเงินมากกว่านี้ ค่อยซื้อใส่เถอะ” 

“เราไม่มีเงินก็จริง แต่ของของเราก็มี เราเอาของไปแลกเขาก็ได้นี่จ๊ะยาย” หลานหาทางออก

“อืม มีแต่ของเก่าๆ เขาจะยอมแลกหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ลองถามเขาดูก็ได้” ยายคล้อยตาม แล้วบอกให้หลานไปหยิบถาดเก่าในครัวออกมา พร้อมกับร้องเรียกพ่อค้า

“พ่อคุณ แวะทางนี้หน่อยเถิด” ยายตะโกนเรียก แล้วเชื้อเชิญให้เขาเข้ามานั่งในบ้าน

นิทานชาดก มฆเทวชาดก : ผมหงอกหนึ่งเส้น จึงหลีกเร้นไปออกบวช

เหตุที่ตรัสชาดก มฆเทวชาดก : ทรงปรารภถึงการเสด็จออกบรรพชาของพระองค์

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้ามฆราชครองราชสมบัติอยู่ในกรุงมิถิลานคร

พระองค์ทรงเป็นมหาธรรมราชาผู้ดำรงอยู่ในธรรม ในสมัยนั้นทรงมีพระชนม์มายุยืนนานถึงสองหมื่นปี วันหนึ่งพระองค์ทรงเรียนช่างกัลบก (ช่างตัดผม) มาแต่งพระเกศา แล้วรับสั่งว่า

“หากเจ้าเห็นผมหงอกบนศีรษะของเราในเวลาใด จงบอกแก่เราเถอะ”

เวลาได้ผ่านมาเนิ่นนาน จนวันหนึ่งในขณะที่ช่างกัลบกกำลังตั้งหน้าตั้งตาแต่งพระเกศาอยู่นั้นบังเอิญเขาเหลือบไปเห็นพระเกศาเส้นหนึ่งหงอกขาว จึงทูลว่า

“ข้าพเจ้าเห็นพระเกศาของพระองค์หงอกอยู่เส้นหนึ่ง พระองค์จะทรงอนุญาตให้ถอนไหมพระเจ้าข้า”

“ถอนซี ถอนผมหงอกของเรามาให้ดูหน่อยเถิด” พระราชารับสั่งทันที

นิทานชาดก เทวธรรมชาดก : คุณธรรมของเทวดา

เหตุที่ตรัสชาดก เทวธรรมชาดก : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งที่สะสมบริขารต่างๆไว้มาก ทั้งผ้าห่ม สบง จีวร เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบจึงได้ตำหนิ แต่แทนที่พระรูปนั้นจะสำนึกผิดกลับแสดงอาการไม่พอใจ

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชย์สมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี

พระองค์ได้มีพระโอรส 2 พระองค์ ชื่อว่า มหิสาสกุมาร และ จันทกุมาร ต่อมาไม่นาน อัครมเหสีของพระองค์ได้สิ้นพระชนม์ลง พระเจ้าพรหมทัตจึงได้แต่งตั้งสนมนางหนึ่งให้เป็นมเหสีแทน และต่อมาพระนางก็ได้ให้ประสูติพระโอรส ชื่อว่า สุริยะกุมาร เมื่อพระราชาทรงเห็นพระโอรส ก็มีพระหฤทัยยินดีจึงได้ตรัสกับมเหสีว่า

“น้องรัก ลูกเราน่ารักเหลือเกิน พี่จะให้พรแก่ลูกของเรา 1 ประการ เจ้าต้องการสิ่งใดจงบอกพี่มาเถิด” 

“ขอบพระทัยเพคะเสด็จพี่ แต่ตอนนี้หม่อมฉันขอเก็บพรนี้ไว้ก่อน เมื่อถึงเวลา หม่อมฉันจะทูลขอเพคะ” มเหสีกล่าวตอบ

เมื่อพระโอรส สุริยะกุมารเจริญวัยแล้ว มเหสีจึงได้มาเข้าเฝ้าพระเจ้าพรหมทัตเพื่อทวงขอพร

“เจ้าต้องการสิ่งใดหรือ น้องรัก” พระราชาตรัสถาม

“ขอพระองค์จงประทานราชสมบัติแก่พระโอรสของหม่อมฉันเพคะ” นางตอบ

นิทานชาดก จุลลกเศรษฐีชาดก : ซากหนูสร้างเศรษฐี

หตุที่ตรัสชาดก จุลลกเศรษฐีชาดก : ทรงปรารภการบรรลุธรรมของพระจุลลปันถก ซึ่งได้เรียนพระคาถาถึง 4 เดือนจากพระพี่ชาย (พระมหาปันถก) ก็ไม่สามารถบรรลุธรรมได้ แต่ได้เรียนธรรมะจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพียงวันเดียวก็บรรลุธรรมได้อย่างง่ายดาย

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชย์สมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี

มีเศรษฐีคนหนึ่ง ชื่อว่า จุลลกเศรษฐี  ซึ่งนอกจากจะมีทรัพย์สมบัติมากแล้ว ยังฉลาดรอบรู้ในเรื่องนิมิตดีร้ายอย่างดีอีกด้วย

วันหนึ่งเขาไปเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินกับคนรับใช้ที่ชื่อ จูฬันเตวาสิก ในระหว่างทาง ท่านเศรษฐีได้เห็นหนูตายตัวหนึ่ง ที่ข้างถนน จึงตรวจดูฤกษ์ผานาที แล้วพูดขึ้นว่า

“ถ้าใครมีปัญญา หนูตัวนี้จะทำให้เขาเป็นเศรษฐีได้ในไม่ช้า”