Tag Archives: ชาดก

นิทานชาดก วิสวันตชาดก : ศักดิ์ศรีของข้า สำคัญกว่าชีวิต

นิทานชาดก วิสวันตชาดก งู

เหตุที่ตรัสชาดก : วันหนึ่งชาวเมืองได้นำขนมที่ทำจากแป้งไปถวายพระรูปหนึ่งในสำนักพระสารีบุตร แต่ท่านไม่อยู่ พระเพื่อนจึงรับไว้แทน เมื่อเวลาสายมากแล้วพระรูปนั้นก็ยังไม่กลับมา พระเพื่อนจึงนำขนมนั้นไปถวายแด่พระสารีบุตร เมื่อท่านฉันแล้ว พระรูปนั้นจึงกลับมา พระสารีบุตรจึงบอกว่าได้ฉันขนมนั้นไปหมดแล้ว พระรูปนั้นจึงจึงกล่าว่า ธรรมดาของอร่อย ใครจะไม่ชอบเล่า พระสารีบุตรเกิดสลดใจ จึงตั้งสัจจะไว้ว่าต่อไปจะไม่ฉันขนมที่ทำด้วยแป้งอีก : วิสวันตชาดก

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีชายชาวชนบทคนหนึ่งถูก งู กัด หมู่ญาติจึงรีบพาเขามาหาหมอประจำหมู่บ้าน หมอคนนี้แกเก่งทางคาถาอาคม และมีวิชารักษาโรคภัย

“เอ้า เข้ามาๆๆ” หมอร้องทัก แล้วจัดแจงเอาเชือกรัดเหนือบาดแผลที่ถูกงูกัดอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันมิให้พิษงูแล่นเข้าสู่หัวใจ แล้วก็ถามคนไข้ขึ้นว่า

“เจ้าจำได้ไหมว่างูที่กัดเจ้า เป็นงูอะไร”

“ฉันไม่รู้หรอก หมอ ตัวอ้วนๆ สีดำสลับเหลือง จ้ะ” เสียงเขาสั่นเครือ

นิทานชาดก วรุณชาดก : ลำดับความสำคัญผิดชีวิตต้องเดือดร้อน

นิทานชาดก วรุณชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภพระติสสเถระบุตรกุฎุมพี ที่บำเพ็ญสมณธรรมโดยรีบเร่งเกินไป เพราะมัวแต่เกียจคร้านไม่มีความเพียร แะติดในรสอาหาร แต่เมื่อเห็นพระเพื่อนบรรลุเป็นพระอรหันต์กันหมดจึงอยากจะเป็นบ้าง จึงกลับมาทำความเพียรอย่างรีบเร่งในเวลาค่ำคืน ทำให้เผลอหลับกลิ้งตกลงมา กระดูกขาของท่านแตก ได้รับความเจ็บปวดมาก : นิทานชาดก วรุณชาดก

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติในนครพาราณสี
ณ เมืองตักกสิลา มีอาจารย์ทิศาปาโมกข์คนหนึ่ง เป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง มีลูกศิษย์ ถึง 500 คน

วันหนึ่งลูกศิษย์ทั้งหลายได้เข้าป่าเพื่อไปหาฟืน หนึ่งในจำนวนนั้นเป็นคนเกียจคร้าน ได้หลบจากพวกหนีไปนอนหลับอยู่ใต้ต้นกุ่ม

“แอบนอนสักงีบดีกว่า ตื่นมาค่อยหักกิ่งไม้จากต้นนี้ไปทำฟืน” ว่าแล้วก็ล้มตัวนอนลงหลับสนิท

เวลาผ่านไป เพื่อนๆหาฟืนกันได้จำนวนมากแล้วจึงพากันกลับ เห็นเจ้าคนขี้เกียจมาแอบหลับจึงสะกิดด้วยส้นเท้า

“เฮ้ย! มาแอบหลับอยู่ได้ ตื่นได้แล้วโว้ย” เพื่อนคนหนึ่งตะโกนพร้อมกับกระทืบลงกลางหลัง

นิทานชาดก อาสาตมันตชาดก : แม่เฒ่าตัญหากลับ

นิทานชาดก อาสาตมันตชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก อาสาตมันตชาดก : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งที่ต้องการจะสึกออกไปครองเรือน ทรงตรัสสอนว่า ขึ้นชื่อว่าหญิงส่วนมาก ไม่น่ายินดี ไร้สติ ลามก เป็นผู้มีเบื้องหลัง แม้สังขารจะร่วงโรยแก่มากแล้วแต่ความมักมากในกามก็ยังมีอยู่  แล้วทรงนำเรื่องในอดีตมาเล่า (เมื่อเล่าจบภิกษุนั้นก็บบรรลุโสดาปัตติผล)

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีตระกูลพราหมณ์ตระกูลหนึ่ง กระทำการบูชาไฟมาตั้งแต่วันที่บุตรของเขาเกิด โดยจุดไฟไว้ไม่ให้ดับเลย จนถึงวันที่บุตรของเขามีอายุได้ 16 ปี ผู้เป็นพ่อจึงได้ถามลูกชาย

ลูกรักของพ่อ บัดนี้เจ้าก็โตเป็นหนุ่มแล้ว เจ้าอยากออกบวชหรืออยากครองเรือนล่ะ ถ้าหากเจ้าต้องการจะไปเกิดในพรหมโลกก็จงถือไฟนั้นเข้าป่า บูชาพระอัคนีเทพเจ้า แต่ถ้าเจ้าอยากจะอยู่ครองเรือนก็จงไปสู่เมืองตักสิลา ร่ำเรียนวิชาให้เจนจบ แล้วค่อยมารับมรดกของพ่อเถิด”

แหมพ่อ ฉันยังหนุ่มยังแน่น จะให้ฉันออกบวชได้อย่างไรกัน ฉันจะไปเรียนวิชาในสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์ แล้วจะกลับมาแต่งงานจ้ะพ่อ” ลูกชายบอกตามตรง

นิทานชาดก ตโยธรรมชาดก : กอลิลล่า ฆ่าลูก

นิทานชาดก ตโยธรรมชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก ตโยธรรมชาดก : ทรงปรารภการพยายามปลงพระชนม์ของพระเทวทัตที่มีต่อพระองค์ อยู่หลายครั้ง ที่ไม่ใช่เฉพาะในชาตินี้เท่านั้น แต่ไม่ว่าชาติไหนหากเกินมาเจอกัน จะเป็นมานุษย์หรือสัตว์ก็ตาม พระเทวทัตก็คิดประทุษร้ายพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ แล้วทรงนำนิทานมาเล่าให้ฟัง

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีลิงฝูงใหญ่ฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ในป่า ทุกครั้งที่บริวารมันให้กำเนิดลูกลิงเป็นตัวผู้ ลิงตัวหัวหน้าฝูงจะกัดอวัยวะเพศของลูกลิงตัวผู้ทุกตัว เพราะมันกลัวจะโดนแย่งตำแหน่งจ่าฝูง และนางลิงทุกตัวก็ตกเป็นเมียของมันแต่เพียงผู้เดียว

ต่อมา นางลิงสาวตัวหนึ่งรู้ว่าตนเองตั้งท้อง ก็หลบจากฝูงไปอาศัยอยู่ที่ซอกเขาแห่งหนึ่งที่ไกลออกไป จนกระทั่งออกลูกเรียบร้อย และทะนุถนอมเลี้ยงดูอย่างดี

ลูกลิงเติบโต เป็นลิงหนุ่มน้อยที่สมบูรณ์ด้วยพละกำลัง แล้ววันหนึ่งมันก็ถามถึงพ่อ

“แม่จ๋า พ่อของฉันเป็นใคร เขาอยู่ที่ไหนจ๊ะ”

นิทานชาดก ปัญจาวุธชาดก : กุมารหัวร้อน สู้กับยักษ์ขนเหนียว

นิทานชาดก ปัญจาวุธชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก ปัญจาวุธชาดก : เมื่อพระพุทธเจ้าได้ยินว่าภิกษุรูปหนึ่งมีความเพียรย่อหย่อน จึงทรงเรียกมาถามว่าจริงหรือไม่ พระภิกษุนั้นตอบว่าจริง พระพุทธองค์จึงได้ตรัสให้กำลังใจว่า แม้ในอดีตบัณฑิตทั้งหลายได้ทำความเพียรในที่อันสมควรก็สามารถบรรลุถึงราชสมบัติได้ แล้วจึงนำเรื่องในอดีตมาเล่า

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

พระองค์มีพระโอรสองค์หนึ่ง นามว่า “ปัญญาวุธกุมาร” เมื่อพระโอรสเจริญวัยขึ้น พระองค์ได้ส่งไปศึกษาศิลปวิทยา ณ กรุงตักศิลา

พระราชกุมารศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยา ที่เมืองตักศิลา เป็นเวลาหลายปี จนจบหลักสูตร อาจารย์ได้มอบอาวุธ 5 ชนิดด้วยกันคือ พระขรรค์ ธนู หอก ขวาน และตะบอง เป็นอาวุธประจำกาย เมื่อกราบลาพระอาจารย์แล้วพระองค์จึงเดินทางเพื่อเสด็จกลับยังพระนคร ในระหว่างทาง พระองค์ต้องผ่านป่าซึ่งเป็นที่อยู่ของยักษ์ดุร้ายตนหนึ่งชื่อว่า “สิเลสโลม” ชาวบ้านเห็นพระกุมารก็พากันห้าม

นิทานชาดก ทุมเมธชาดก : พระราชโอรสผู้มีปัญญา นำพาทุกชีวาให้พ้นภัย

นิทานชาดก ทุมเมธชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก ทุมเมธชาดก :  พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภการบำเพ็ญประโยชน์แก่โลก แล้วตรัสพระธรรมเทศนานี้


ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี
พระองค์มีพระราชโอรสองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พรหมทัตราชกุมาร เมื่อพระกุมารมีพระชันษาครบ 16 ปีก็ได้ทรงศึกษาศิลปะในเมืองตักกสิลา ทรงเจนจบไตรเพท และทรงสำเร็จศิลปศาสตร์ 18 ประการ ต่อมาพระราชบิดาทรงพระราชทานตำแหน่งอุปราชแก่พระองค์

ครั้งนั้นชาวเมืองพาราณสีนิยมฆ่าสัตว์เซ่นสรวงบูชาเทวดากันทั้งเมือง โดยพวกเขาเชื่อว่าเทวดาเป็นผู้อำนวยความสุขความเจริญให้

ฝ่ายพรหมทัตกุมาร เมื่อได้เป็นมหาอุปราชแล้วก็ทรงดำริว่า

‘ขณะนี้ชาวเมืองฆ่าสัตว์บูชาเทวดากันมาก โดยหารู้ไม่ว่านั่นคือการสร้างบาป เราควรที่จะหาทางให้พวกเขาเลิกลัทธิบาปหนานี่เสียดีกว่า’

นิทานชาดก นักขัตตชาดก : รอฤกษ์ ดีไหม

ทานชาดก นักขัตตชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก นักขัตตชาดก : ทรงปรารภอาชีวกคนหนึ่งที่ทำลายพิธีมงคลสมรสด้วยการบอกว่าฤกษ์ไม่ดี เรื่องมีอยู่ว่า มีชายหนุ่มบ้านนอกนัดวันจะไปสู่ขอสาวในเมืองสาวัตถี แต่เมื่อถึงวันนัด พอดีมีอาชีวกะคนคุ้นเคย ได้เข้ามาหา ชายหนุ่มจึงถามดูฤกษ์ยาม อาชีวกะนึกโกรธอยู่แล้วที่ไม่ไปปรึกษาแต่แรก จึงบอกว่าวันนี้ฤกษ์ไม่ดี หากทำการมงคลจะพินาศใหญ่หลวง ชายหนุ่มนั้นจึงยังไม่ไป แต่ไปอีกทีในวันรุ่งขึ้น ฝ่ายพ่อเจ้าสาวเมื่อเห็นว่าเจ้าบ่าวผิดนัดก็โกรธมากแล้วยกเจ้าสาวให้คนอื่นไป ทั้งสองฝ่ายจึงทะเลาะวิวาทกันยกใหญ่ ในที่สุดฝ่ายชายก็ต้องยอมแพ้และกลับบ้านไป

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี
ครอบครัวชายหนุ่มจากตระกูลในเมืองได้ไปสู่ขอหญิงสาวชาวชนบท นัดวันกันไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะจัดงานแต่งงานกันในวันนั้นวันนี้
เมื่อถึงวันกำหนดการแต่งงาน ชายหนุ่มกำลังจะเดินทางเพื่อไปงานแต่ง ที่บ้านเจ้าสาว พอดีมีอาชีวกผู้ที่คุ้นเคยกับครอบครัวชายหนุ่มเดินผ่านมา

“พวกเจ้าจะไปไหนกันรึ” อาชีวกถาม

“อ๋อท่านอาจารย์ พวกข้าจะพาลูกชายไปแต่งงานที่บ้านนอกน่ะครับ ..แต่ไหนๆ ท่านก็มาแล้ว ช่วยดูฤกษ์ให้หน่อยสิครับว่าแต่งวันนี้จะดีไหม” พ่อของชายหนุ่มตอบ

อาชีวก นึกไม่พอใจอยู่แล้วที่ไม่มาปรึกษาตนแต่แรก จึงตอบไปว่า

นิทานชาดก เวทัพพชาดก : ร่ายมนต์เรียกฝนเงินทอง

นิทานชาดก เวทัพพชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก เวทัพพชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้ว่ายากคนหนึ่ง ซึ่งในอดีตชาติก็เป็นผู้ว่ายากเช่นเดียวกัน เพราะไม่ทำตามคำของบัณฑิต จนถึงกับทำให้ตัวต้องตาย และคนอื่นอีกนับพันก็ต้องตายไปด้วย

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีพราหมณ์คนหนึ่ง รู้วิชาการร่ายมนต์เรียกแก้วเจ็ดประการ หากวันใดฤกษ์งามงามดี เมื่อแกสาธยายมนต์บทที่ชื่อ เวทัพพะนี้แล้ว จะมีรัตนชาติต่างๆตกลงมาจากฟ้าอย่างน่าอัศจรรย์

อยู่มาวันหนึ่งพราหมณ์ได้พาศิษย์คนโปรดออกเดินทางไปต่างเมือง ในระหว่างทางกลางป่าใหญ่ ถูกพวกโจรห้าร้อยคนจับตัวไว้แล้วปล่อยศิษย์ให้กลับมาหาเงินค่าไถ่ตัวพราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์ ก่อนลูกศิษย์จะจากไป ได้กำชับอาจารย์ว่า

“อาจารย์… ถึงอย่างไรฉันต้องกลับมาแน่ ไม่ว่าจะอย่างไรอาจารย์ห้ามร่ายมนต์บทนั้นเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นอาจารย์จะมีอันตราย นะขอรับ”

“เออ.. ข้ารู้น่า เอ็งรีบไปรีบมาก็แล้วกัน” พราหมณ์รับคำ

พอตกเย็น พวกโจรได้ลากตัวพราหมณ์ไปมัดไว้ที่กลางแจ้งแห่งหนึ่ง เมื่อพราหมณ์ได้เห็นพระจันทร์ขึ้นมาทางทิศตะวันออก ก็แลดูอากาศ เห็นว่าวันนี้เป็นวันฤกษ์ดีที่ฝนแก้วเจ็ดประการจะตกลงมาได้  จึงคิดอยากช่วยตัวเองให้พ้นจากความทรมาน เลยร้องถามพวกโจรไปว่า 

นิทานชาดก อารามทูสกชาดก : ลิงรดน้ำต้นไม้

นิทานชาดก อารามทูสกชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก อารามทูสกชาดก : มีชายคนหนึ่งในแคว้นโกศล นิมนต์พระพุทธเจ้าและหมู่พระภิษุสงฆ์ไปที่สวนของตน เมื่อได้ถวายของขบฉันเรียบร้อยแล้ว ก็นิมนต์พระให้เที่ยชมสวน พระภิกษุเดินเที่ยวชมสวนไปกับนายอุทยานบาล เห็นที่โล่งเตียนแห่งหนึ่งจึงถามว่าทำไมตรงนี้ไม่มีต้นไม้เลยทั้งๆที่บริเวณอื่นมีต้นไม้เขียวชอุ่มร่มรื่น คนเฝ้าสวนตอบว่า เมื่อตอนสร้างอุทยานนี้ มีเด็กชาวบ้านคนหนึ่งเมื่อจะรดน้ำต้นไม้ทีไรต้องถอนต้นไม้นั้นขึ้นมาดูรากเสียก่อนแล้วจึงรดน้ำตามความสั้นยาวของรากต้นไม้ ด้วยเหตุนี้ต้นไมที่ปลูกใหม่เหล่านั้นก็เหี่ยวแห้งตายไป เหลือแต่ที่โล่งเตียนเช่นนี้ พระภิกษุจึงนำความมากราบทูลพระพุทธเจ้า พระองค์จึงปรารภถึงเด็กชายผู้นั้นว่าเมื่ออดีตก็เคยทำอย่างนี้มาแล้ว

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

ทุกๆ ปี พระองค์จะรับสั่งให้จัดงานนักขัตฤกษ์ประจำปีขึ้นที่หน้าพระลานหลวง มีมหรสพและการละเล่นเป็นที่สนุกสนานยิ่ง

และในวันนักขัตฤกษ์ประจำปีคราวหนึ่งคนเฝ้าพระราชอุทยานอยากจะไปเที่ยวงานกับเขาบ้าง จึงเรียกลิงตัวหัวหน้าที่อาศัยอยู่ในอุทยานนั้นมาแล้วสั่ง

“นี่เจ้าลิง เจ้าก็อาศัยอยู่ที่นี่มานาน ได้ร่มเงาต้นไม้พวกนี้เป็นที่พักพิง… วันนี้มีงานที่พระลานหลวง ข้าจะฝากเจ้าดูแลต้นไม้พวกนี้หน่อยจะได้ไหม”

นิทานชาดก กโปตกชาดก : นกพิราบใจดีกับกาขี้ขโมย

นิทานชาดก กโปตกชาดก นกพิราบกับกาขี้ขโมย

เหตุที่ตรัสชาดก กโปตกชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้มีความโลเลรูปหนึ่ง ในครั้งนั้น พระภิกษุทั้งหลายพาภิกษุนั้นมากราบทูลพระศาสดาว่า พระรูปนี้มีนิสัยโลเล พระพุทธเจ้าถามว่าจริงหรือไม่ พระนั้นตอบว่าจริง พระพุทธองค์จึงตรัสว่า ไม่ใช่แค่ในชาตินี้เท่านั้นที่เธอโลเล แม้ในอดีต เธอก็เป็นคนโลเล สิ้นชีวิตเพราะความโลเลของตน แม้บัณฑิตผู้อาศัยเธอ ก็ต้องพลัดพรากจากที่อยู่ไปด้วย

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

ชาวเมืองนิยมแขวนกระเช้าหญ้าไว้นอกระเบียงเพื่อให้ฝูงนกทั้งหลายได้อาศัยอยู่กันอย่างสบาย

ครั้งนั้นพ่อครัวของเศรษฐีได้แขวนกระเช้าไว้ในครัวด้วย ต่อมามีนกพิราบตัวหนึ่งบินมาอาศัยอยู่ในกระเช้านั้น พอรุ่งเช้ามันก็ออกไปหากิน ตกเย็นจึงกลับมานอนในกระเช้าของมัน

อยู่มาวันหนึ่งมีกาตัวหนึ่งบินผ่านมาทางโรงครัว มันได้กลิ่นเนื้อกลิ่นปลา ก็นึกอยากจะกินเนื้อกินปลาในครัวเต็มประดา จึงคิดหากลอุบายอยู่ ครั้นตกเย็นจึงได้เห็นนกพิราบกลับมา มันคิดจะอาศัยอยู่กับนกพิราบ ด้วยหวังจะกินเนื้อให้ได้ คิดแล้วก็บินกลับไปยังที่อยู่ของมัน

รุ่งเช้าก็บินมาจับอยู่ใกล้โรงครัวนั้น พอเห็นนกพิราบบินออกจากครัว ก็ออกบินติดตามไปใกล้ๆ