Tag Archives: นิทานชาดก

นิทานชาดก นันทิวิสาลชาดก : โคนันทิวิศาล ชอบฟังคำขานอันไพเราะ

นิทานชาดก โคนันทวิศาล นันทิวิสาลชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก นันทิวิสาลชาดก : ทรงปรารภการพูดเสียดแทงให้เจ็บใจของพวกภิกษุฉัพพัคคีย์  (ภิกษุฉัพพัคคีย์ คือ กลุ่มเพื่อนชาวกรุงสาวัตถี ๖ คน มาบวชเพื่อหาลาภสักการะ ประพฤติตัวไม่เหมาะสม เป็นเหตุให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องบัญญัติพระวินัยมากมาย)

นานมาแล้ว มีพระราชาพระนามว่า คันธาระ ครองราชสมบัติอยู่ในเมืองตักกสิลา แคว้นคันธาระ

มีพราหมณ์คนหนึ่งได้ลูกวัวมาเลี้ยง แกรักมันเหมือนกับลูก ให้กินข้าวต้มข้าวสวยเหมือนมนุษย์ และตั้งชื่อว่า นันทิวิศาล

โคนันทิวิศาลเติบโตขึ้นโดยลำดับ และมีกำลังวังชาแข็งแรงอย่างยิ่ง มันตั้งใจจะสนองคุณพราหมณ์ที่เลี้ยงดูมันมาตั้งแต่เล็ก จนวันหนึ่งนันทิวิศาลนึกอุบายได้จึงได้บอกให้พรามณ์ไปท้าพนันกับวินทกเศรษฐี โดยวางเงินกันพันนึง

นิทานชาดก มหิฬามุขชาดก : ช้างดุร้ายเพราะฟังคำร้ายจากคนพาล

นิทานชาดก มหิฬามุขชาดก ช้างดุร้าย

เหตุที่ตรัสชาดก มหิฬามุขชาดก : ทรงปรารภพระภิกษุรูปหนึ่งผู้บวชในสำนักของพระองค์ แต่ถูกเพื่อนผู้บวชในสำนักพระเทวทัตชวนไปฉันภัตตาหารรสเลิศต่างๆ ที่วิหารพระเทวทัต โดยโน้มน้าวว่าไม่ต้องออกบิณฑบาตให้เหนื่อย ก็มีอาหารอร่อยฉัน ภิกษุนั้นแอบไปฉันอาหารที่สำนักนั้นเป็นประจำตั้งแต่เช้าตรู่ พอสายจึงค่อยย่องกลับมา จนเพื่อนพระจับได้และกล่าวโทษว่าไม่ควรไปฉันอาหารจากพระเทวทัตผู้ซึ่งได้ลาภสักการะมาโดยไม่ชอบธรรม

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี พระองค์มีช้างมงคลอยู่หนึ่งเชือก เป็นช้างพระที่นั่ง มีกิริยาสงบเสงี่ยมเรียบร้อย นามว่า มหิฬามุข อยู่ในโรงช้างในพระราชวัง

ต่อมา พวกโจรพากันมานั่งจับกลุ่มสนทนากันอยู่ข้างโรงช้างเป็นเวลาหลายคืน เรื่องที่สนทนานั้นเกี่ยวกับเรื่องปล้นสะดมตีชิงวิ่งราวฆ่าเจ้าทรัพย์ พร้อมทั้งแนะนำกันให้นิยมทางร้ายกาจ ปราศจากความเมตตากรุณา

ฝ่ายช้างมหิฬามุข เมื่อได้ยินดังนั้นหลายครั้งเข้าก็เข้าใจว่า คนพวกนั้นแนะนำให้ตนร้ายกาจบ้างจึงเปลี่ยนนิสัยเดิมทันที

นิทานชาดก กุกกุรชาดก : สุดยอดหมาป่า ปัญญาไม่แพ้ใคร

นิทานชาดก กุกกุรชาดก สุดยอดหมาป่่า

เหตุที่ตรัสชาดก กุกกุรชาดก: ทรงปรารภการประพฤติประโยชน์แก่พระญาติ

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติ ในพระนครพาราณสี

มีหมาป่าฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ในป่าช้าใกล้เมือง หัวหน้าหมาป่าเป็นผู้เฉลียวฉลาด และมีระเบียบวินัยอย่างดียิ่ง วันหนึ่งเมื่อพระเจ้าพรหมทัตกลับจากประพาสอุทยานโดยขบวนรถแล้ว พวกเจ้าหน้าที่ได้จอดรถพระที่นั่งไว้ที่พระลานหลวงนั่นเอง บังเอิญในคืนวันนั้น ฝนตกหนัก รถพระที่นั่งจึงเปียกฝน พวกสุนัขทรงเลี้ยงในพระราชวังได้กลิ่นตุๆ ของสายรัดและเบาะหนังของรถพระที่นั่ง จึงพากันลงมาแทะกินจนเสียหายแล้วก็กลับไปนอนหลับอย่างสุโขในที่ของมัน

ครั้งรุ่งเช้าเมื่อพนักงานมาเห็นเข้า จึงพากันไปทูลพระเจ้าพรหมทัตให้ทรงทราบ พระองค์ทรงพิโรธหนักถึงกับรับสั่งให้ประกาศทั่วพระนครว่า 

“ถ้าใครพบหมาที่ไหนก็ตาม ให้จับหมาฆ่าเสียให้หมด อย่าได้ไว้ชีวิตมันเป็นอันขาด”

ตั้งแต่นั้นความโกลาหลก็ได้เกิดขึ้น ประชาชนพลเมืองพากันฆ่าหมาเสียเกือบหมด หมาทั้งหลายจึงไม่อาจอยู่ในเมืองได้ ได้พากันหลบหนีเข้าป่าไป

เมื่อหัวหน้าหมาป่าเห็นพวกหมาบ้านมาประชุมกัน จึงได้สอบถามถึงที่มาที่ไป

นิทานชาดก ติปัลลัตถมิคชาดก : แกล้งตายจึงไม่ตาย

นิทานชาดก ติปัลลัตถมิคชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก ติปัลลัตถมิคชาดก : ทรงปรารภพระราหุลผู้ใคร่ในการศึกษา

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้ามคธครองราชสมบัติอยู่ในกรุงนครราชคฤห์

มีกวางฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ในป่าใหญ่  มีหัวหน้าเป็นกวางหนุ่มผู้เฉลียวฉลาด เอาใจใส่ดูแลบริวารกวางทุกตัวให้ได้รับความสุขเสมอมา

ต่อมานางกวางซึ่งเป็นน้องของหัวหน้าได้พาลูกกวางของนางมาให้ลุงสอนเลห์กลมายาในการเอาตัวรอดในป่าใหญ่ให้ และลุงก็ตั้งใจสอนจนจบสิ้น

ต่อมาวันหนึ่ง กวางน้อยบังเอิญไปติดบ่วงนายพรานเข้า ก็ร้องเสียงลั่น ตะโกนบอกเพื่อนๆว่าตรงนี้มีบ่วง เพื่อนกวางได้ยินจึงรีบวิ่งหนีไปและไปบอกข่าวแก่แม่กวาง

นางกวางผู้เป็นแม่เมื่อทราบเหตุร้ายที่เกิดขึ้นแก่ลูก ก็รีบวิ่งมาหาพี่ชายแล้วละล่ำละลักบอกว่า

“แย่แล้วพี่! ลูกฉันไปติดบ่วงนายพรานเข้าให้แล้ว จะทำยังไงดี” 

นิทานชาดก มตกภัตตชาดก : ฆ่าสัตว์แก้บนต้องทุกข์ทนโดนตัดหัว

เหตุที่ตรัสชาดก มตกภัตตชาดก : ทรงปรารภถึงการฆ่าสัตว์เพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษของมนุษย์ในยุคนั้นที่นิยมทำกันมาก

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีพราหมณ์คนหนึ่ง เป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ที่มีชื่อเสียง ท่านมีลูกศิษย์มากมาย วันหนึ่งท่านต้องการจะเซ่นไหว้บรรพบุรุษและผีไร้ญาติทั้งหลาย จึงสั่งให้ลูกศิษย์ไปจับแพะมา แล้วให้พาไปอาบน้ำ ประดับด้วยดอกไม้ต่างๆ

เมื่อลูกศิษย์ได้อาบน้ำแพะเรียบร้อยแล้วจึงให้ยืนพักอยู่ที่ริบแม่น้ำนั้น จู่ๆ เจ้าแพะโชคร้ายก็หัวเราะขึ้นเสียงดัง สักพักกลับร้องไห้โฮขึ้นมา พวกลูกศิษย์เห็นดังนั้นก็พากันประหลาดใจ แล้วเอ่ยถามแพะขึ้นว่า

“นี่เจ้าเป็นอะไร กลัวตายจนเสียสติไปเลยรึ”

“เราไม่ได้กลัวตาย ถ้าท่านอยากรู้ พาเราไปหาอาจารย์พวกท่านสิ แล้วเราจะบอก” 

นิทานชาดก ลักขณชาดก : กวางดื้อถือดีตน จึงอับจนพบหายนะ

เหตุที่ตรัสชาดก ลักขณชาดก : ทรงปรารภพระเทวทัตที่ครั้งหนึ่งประกาศขอเป็นผู้ปกครองสงฆ์แทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระเทวทัตได้ทูลขอให้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติพระวินัยให้คณะสงฆ์ปฏิบัติ ๕ ประการ แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาต พระเทวทัตได้ทีจึงประกาศว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงเคร่งครัดในพระธรรมวินัย แล้วแยกตัวออกไปพร้อมคณะสงฆ์ที่เห็นด้วยจำนวน 500 รูป แต่เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อพระสงฆ์ทั้ง 500 นั้น สำเร็จมรรคผลแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงให้พระโมคคัลลานะและพระสารีบุตรไปรับกลับมา

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้ามคธครองราชย์สมบัติอยู่ในนครราชคฤห์ ในแคว้นมคธ

มีพญากวางตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่า ปกครองบริวารกวางจำนวน 1,000 ตัว พญากวางนั้นมีลูก 2 ตัว ชื่อ กวางลักขณะ และ กวางกาฬะ เมื่อลูกกวางทั้ง 2 โตขึ้น พญากวางก็แก่ลงมาก จึงคิดจะให้ลูกกวางทั้ง 2 เป็นผู้ปกครองฝูงแทนตน  

“ตอนนี้พ่อแก่มากแล้ว พ่ออยากให้พวกเจ้าเป็นจ่าฝูงแทนพ่อ พวกเจ้าแบ่งบริวารไปปกครองตัวละ 500 นะลูก” พญากวางบอกแก่ลูกกวางทั้ง 2

“ครับพ่อ” ลูกกวางทั้ง 2 ตอบรับ แล้วพญากวางก็ให้โอวาทในการนำพาฝูงให้อยู่รอดปลอดภัย

นิทานชาดก โกสิยชาดก : สูตรยาแก้หญิงมีชู้

เหตุที่ตรัสชาดก โกสิยชาดก ทรงปรารภภรรยาของอุบาสกท่านหนึ่งที่เอาแต่นอนทอดถอนใจไม่ทำการงานอะไร (ลับหลังสามีก็แอบไปมีชู้) อุบาสกถามว่าเป็นอะไรนางบอกว่าเป็นโรคลมเสียดแทงต้องกินเนยใส น้ำนมและของที่ประณีต อุบาสกจึงรีบไปหามาให้ แต่กินเท่าไรก็ไม่หายสักที จึงได้มากราบทูลพระศาสดา 

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

มีอาจารย์ทิศาปาโมกข์ซึ่งมีลูกศิษย์ลูกหามากมายอยู่ในเมืองนั้น ลูกศิษย์คนหนึ่งเรียนจบแล้วและแต่งงานมีภรรยา ปกติจะมาหาอาจารย์ของเขาวันละ 2-3 ครั้งอยู่เสมอ แต่ช่วงนี้หายหน้าไปเพราะต้องไปดูแลภรรยาที่นอนป่วย เมื่อมีเวลาจึงได้มาไหว้อาจารย์

“เอ้า พ่อหนุ่ม หายหน้าหายตาไปหลายวันเชียวนะ เป็นอะไรหรือเปล่า”  อาจารย์ถาม 

นิทานชาดก อกาลราวิชาดก : ตายเพราะไม่มีใครสั่งสอน

เหตุที่ตรัสชาดก อกาลราวิชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้ท่องบ่น สวดมนต์ไม่เป็นเวลารูปหนึ่ง

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

มีอาจารย์ทิศาปาโมกข์ผู้หนึ่ง มีลูกศิษย์ในปกครอง 500 คน ในสำนักเรียนนั้นมีไก่อยู่ตัวหนึ่งคอยขันให้สัญญาณแก่ลูกศิษย์เพื่อตื่นขึ้นมาศึกษาบทเรียน ไก่ตัวนี้ขันตรงเวลาดีมาก แต่ต่อมาไม่นานก็ตายตามสภาพสังขาร

เมื่อไก่ตัวนั้นตายแล้ว พวกลูกศิษย์ก็หาไก่ตัวใหม่มาเลี้ยงแทน เขาไปเจอมันในป่าช้า ก็จับมันมาใส่กรงเลี้ยงไว้ เนื่องจากเป็นไก่ป่า ไม่รู้เวลาขัน นึกอยากขันเมื่อไรก็ขันตามใจชอบ

พวกลูกศิษย์พากันตื่นตามเวลาที่ไก่ขัน บางวันขันดึกเกินไป ก็เป็นเหตุให้พวกเขาง่วงเหงาหาวนอน บางวันขันตอนสว่าง พวกลูกศิษย์ก็ไม่มีเวลาได้ศึกษาเล่าเรียน 

“ไก่ตัวนี้ขันไม่เป็นเวลา พวกเราจะเรียนไม่สำเร็จก็เพราะมันนี่แหละ” ลูกศิษย์คนหนึ่งบ่น

“นั่นสิ จับมันหักคอ ย่างกินเสียดีกว่า” อีกคนเสนอ

นิทานชาดก วัฏฏกชาดก : รอดตายเพราะยอมอด

เหตุที่ตรัสชาดก วัฏฏกชาดก : ทรงปรารภบุตรของอุตตรเศรษฐีที่รอดพ้นจากการลงอาญา เพราะนึกถึงคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและตั้งใจจะบวชในพระพุทธศาสนา

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

มีนายพรานนกคนหนึ่งเที่ยวดักนกกระจาบมาขังไว้ที่บ้าน เพื่อให้ลูกค้ามาเลือกซื้อหาตามใจชอบ

วันหนึ่งเขาดักนกกระจาบมาได้หลายตัว นกกระจาบหนึ่งในจำนวนนั้น คิดอยู่ในใจว่า

‘ถ้าเรากินอาหารที่นายพรานให้ จนตัวอ้วนพี ต้องมีคนมาซื้อเราไปแกงเป็นแน่ แต่ถ้าเราไม่กินอาหาร ปล่อยให้ซูบผอมเหี่ยวแห้ง มีหวังรอด’

เมื่อคิดดังนั้นมันก็เริ่มอดอาหาร ไม่ยอมกินข้าวหรือเมล็ดถั่วที่นายพรานนำมาให้ ปล่อยให้ร่างกายผอมลงตามลำดับ และเป็นดังคาด ไม่มีใครซื้อเจ้านกกระจาบผอมเลยสักคน

ฝ่ายนายพราน เมื่อขายนกกระจาบตัวอื่นหมดแล้ว เหลืออยู่แต่นกผอมตัวเดียว จึงจับออกมาวางบนอุ้งมือเพื่อตรวจดู ขณะที่นกกระจาบคอยจังหวะนายพรานเผลอ พอได้โอกาสก็บินเข้าป่าไปทันที

นิทานชาดก ทุพพจชาดก : โดนหอกแทง เพราะคิดแผลงๆว่าตัวเก่ง

เหตุที่ตรัสชาดก ทุพพจชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้ว่ายากรูปหนึ่ง

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

มีชายผู้หนึ่งเป็นนักกระโดดสูง เก่งทางกระโดดข้ามหอกแหลนหลาวต่างๆ อยู่ในคณะนักแสดงคณะหนึ่ง ได้เที่ยวไปแสดงศิลปะกับอาจารย์ อยู่เป็นประจำ

วันหนึ่ง อาจารย์ของเขาได้ไปแสดงการกระโดดในที่แห่งหนึ่ง ก่อนกระโดดได้ดื่มเหล้าย้อมใจจนเมามาย แล้วสั่งให้คนปักหอก 5 เล่มเรียงกัน ประกาศว่า

“วันนี้ ข้าจะกระโดดข้ามหอก 5 เล่ม ให้พวกเจ้าดูเป็นขวัญตา ฮ่าๆๆๆ”

เมื่อลูกศิษย์ได้ยินเช่นนั้น เกรงว่าอาจารย์จะได้รับอันตรายจึงค้านขึ้นว่า