Tag Archives: นิทาน

นิทานชาดก วิสวันตชาดก : ศักดิ์ศรีของข้า สำคัญกว่าชีวิต

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภความเป็นคนจริงของพระสารีบุตรที่ตั้งสัจจะไว้ว่าต่อไปจะไม่ฉันขนมที่ทำด้วยแป้งอีก หลังจากที่ท่านได้ฉันขนมที่ทำจากแป้งในส่วนของพระลูกศิษย์ไป

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีชายชาวชนบทคนหนึ่งถูกงูกัด หมู่ญาติจึงรีบพาเขามาหาหมอประจำหมู่บ้าน หมอคนนี้แกเก่งทางคาถาอาคม และมีวิชารักษาโรคภัย

“เอ้า เข้ามาๆๆ” หมอร้องทัก แล้วจัดแจงเอาเชือกรัดเหนือบาดแผลที่ถูกงูกัดอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันมิให้พิษงูแล่นเข้าสู่หัวใจ แล้วก็ถามคนไข้ขึ้นว่า

“เจ้าจำได้ไหมว่างูที่กัดเจ้า เป็นงูอะไร”

“ฉันไม่รู้หรอก หมอ ตัวอ้วนๆ สีดำสลับเหลือง จ้ะ” เสียงเขาสั่นเครือ

“อ้อ คงจะเป็นงูสามเหลี่ยม…” พ่อหมอคาดเดาหลังจากนึกภาพตาม แล้วจึงถามต่อ

“เจ้าจะพอกยาถอนพิษก่อน หรือจะให้เรียกงูที่กัดมาดูดพิษของมันออกล่ะ”

“เรียกมันมาดูดพิษออกเถอะหมอ พิษมันจะได้ออกไปให้หมด” ญาติคนหนึ่งบอก

“ดีๆ ฉันจะได้กระทืบมันให้ตาย” ญาติอีกคนตะโกน

“เฮ้ย! ไม่ได้ อย่าสร้างเวรต่อกันอีกเลย มันดูดพิษให้แล้วก็ปล่อยมันไปเถอะ” พ่อหมอเตือนสติ

ว่าแล้วหมอจึงร่ายมนต์เรียกงูตัวที่กัดชายคนนั้นมา

“เอ็งรึที่กัดชายผู้นี้” พ่อหมอถามงู

“ใช่แล้ว ข้ากัดเอง เขาเหยียบหางข้า” งูตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน

 

“เอาล่ะ เอ็งดูดพิษของเอ็งออกเดี๋ยวนี้ ก่อนที่เขาจะตาย” พ่อหมอสั่ง

“ข้าทำไม่ได้หรอก” งูปฏิเสธทันที “จะให้ข้าดูดพิษที่คายออกไปแล้วได้ยังไง มันเสียศักดิ์ศรี”

“บ๊ะ! เจ้างูดื้อรั้น คนกำลังจะตายนะเว้ย” หมอเริ่มหัวเสีย แล้วจึงสั่งให้ชาวบ้านก่อกองไฟ

“ถ้าเอ็งไม่ยอมดูดพิษคืน ข้าจะจับเอ็งโยนเข้ากองไฟเดี๋ยวนี้” หมอตะคอก

“ข้ายอมตาย ท่านไม่ต้องโยนข้าเข้าไปหรอก ข้าจะเลื้อยเข้าไปเอง” ว่าแล้วเจ้างูก็เลื้อยตรงเข้าไปที่กองไฟ

“เฮ้ย! เดี๋ยวๆๆๆ อย่าเข้าไป เอ็งจะตายเปล่า” หมอตะโกนห้ามแล้วสั่งให้ดับไฟ

“เอาละ เจ้าไม่ต้องตายหรอก ข้ารักษาเขาได้” พูดจบ พ่อหมอก็ร่ายมนต์รักษาพิษงูให้กับชายผู้นั้นแล้วให้โอวาทกับงูว่า

“เจ้างูเอ๋ย ข้าขอขมเชยเจ้า ที่ยอมตายแทนที่จะยอมดูดพิษของตัวเอง แต่ว่าใครๆก็รักชีวิตนะ เจ้าอย่าไปทำร้ายใครเข้าอีก มันจะเป็นบาปติดตัวเจ้าไป”

เมื่อให้โอวาทจบ เขาก็ปล่อยงูเข้าป่าไป

ข้อคิดจากชาดก :
การมีใจหนักแน่นมั่นคงเป็นคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมของมนุษย์ แม้ต้องตายก็ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี

ประชุมชาดก

งูใจเด็ด ได้เกิดเป็นพระสารีบุตร

หมอ ได้เกิดเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

นิทานชาดก วรุณชาดก : ลำดับความสำคัญผิดชีวิตต้องเดือดร้อน

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภพระติสสเถระบุตรกุฎุมพี ที่บำเพ็ญสมณธรรมโดยรีบเร่งเกินไป ทำให้เผลอหลับกลิ้งตกลงมา กระดูกขาของท่านแตก ได้รับความเจ็บปวดมาก

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติในนครพาราณสี
ณ เมืองตักกสิลา มีอาจารย์ทิศาปาโมกข์คนหนึ่ง เป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง มีลูกศิษย์ ถึง 500 คน

วันหนึ่งลูกศิษย์ทั้งหลายได้เข้าป่าเพื่อไปหาฟืน หนึ่งในจำนวนนั้นเป็นคนเกียจคร้าน ได้หลบจากพวกหนีไปนอนหลับอยู่ใต้ต้นกุ่ม

“แอบนอนสักงีบดีกว่า ตื่นมาค่อยหักกิ่งไม้จากต้นนี้ไปทำฟืน” ว่าแล้วก็ล้มตัวนอนลงหลับสนิท

เวลาผ่านไป เพื่อนๆหาฟืนกันได้จำนวนมากแล้วจึงพากันกลับ เห็นเจ้าคนขี้เกียจมาแอบหลับจึงสะกิดด้วยส้นเท้า

“เฮ้ย! มาแอบหลับอยู่ได้ ตื่นได้แล้วโว้ย” เพื่อนคนหนึ่งตะโกนพร้อมกับกระทืบลงกลางหลัง

 

“โอ๊ย! อ่าว เออๆๆๆ รู้แล้วน่า” เขางัวเงียปะติดปะต่อเรื่องราวหลังจากนอนหลับไปพักใหญ่ แล้วรีบตะลีตะลานปีนขึ้นไปหักกิ่งต้นกุ่มกิ่งหนึ่งเต็มแรง กิ่งไม้หักลงมาทิ่มตาข้างหนึ่งของเขาอย่างจังทำให้ได้รับความเจ็บปวดแสนสาหัส เอามือข้างหนึ่งปิดตาไว้ ข้างหนึ่งหักฟืนสดๆลงจากต้น รีบมัดแล้วแบกกลับโดยเร็ว ทิ้งฟืนสดทับฟืนแห้งของเพื่อนที่มากองไว้ก่อนหน้านี้อีกต่างหาก

ในวันนั้นเองมีคนมานิมนต์อาจารย์ไว้ว่าจะทำบุญบ้าน อาจารย์จึงสั่งลูกศิษย์ทั้งหลายว่าให้นอนแต่หัวค่ำแล้วรีบตื่นแต่เช้ามืดมาหุงหาอาหารก่อนที่จะเดินทางไปยังบ้านเจ้าภาพ

เมื่อพวกเขาตื่นแล้วก็รีบจัดแจงก่อไฟ ด้วยว่าเป็นเช้ามืดจึงมองอะไรไม่ถนัด จึงหอบเอาฟืนสดที่อยู่ด้านบนไปก่อไฟ ทำให้ไฟไม่ติดสักที จนกระทั่งสาย ได้พากันไปหาท่านอาจารย์

“นี่พวกเธอยังไม่ไปกันอีกหรือ” อาจารย์ถาม

“ขอรับท่านอาจารย์ พวกกระผมไม่ได้ไป” ศิษย์คนหนึ่งตอบ

“ทำไมละ เราสั่งพวกเจ้าไว้แล้วนี่” อาจารย์ซัก

“เมื่อวานเจ้าคนขี้เกียจไปหาฟืนกับพวกกระผม แล้วมันแอบไปนอนหลับ ทีหลังจึงรีบขึ้นไปหักกิ่งไม้สดหอบเอามาโยนไว้บนฟืนที่พวกผมหามา เมื่อเช้าพวกผมรีบขนฟืนมานึกว่าเป็นฟืนแห้ง จนสาย ไฟก็ยังไม่ลุกเลยขอรับท่านอาจารย์” ศิษย์สาธยายอย่างละเอียด

“เออ…สิ่งที่ควรทำ ก็ไม่ทำ สิ่งที่ไม่ควรทำก็รีบทำ แบบนี้แหละจึงเดือดร้อนกันหมด” อาจารย์สรุปในที่สุด

ข้อคิดจากชาดก :
จะทำสิ่งใดควรพิจารณาถึงความสำคัญว่าสิ่งใดควรทำก่อนควรทำหลัง หากไม่ลำดับความสำคัญให้ดีอาจเดือดร้อนได้ในภายหลัง

ประชุมชาดก

ลูกศิษย์ผู้ถึงแก่นัยน์ตาแตก ได้เกิดเป็น ภิกษุผู้กระดูกขาแตกในบัดนี้
ลูกศิษย์ที่เหลือ ได้เกิดเป็น พุทธบริษัท

อาจารย์ ได้เกิดเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

นิทานชาดก อาสาตมันตชาดก : แม่เฒ่าตัญหากลับ

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งที่ต้องการจะสึกออกไปครองเรือน

ชายหนุ่มถูกแม่สั่งให้มาเรียน อสาตมนต์ กับอาจารย์ทิศาปาโมกข์ อาจารย์คิดว่า อสาตมนต์ น่าจะหมายถึงการให้เห็นโทษของผู้หญิง เลยสั่งชายหนุ่มให้ไปดูแลแม่เฒ่าของตนวัย 120 ปี แต่แม่เฒ่าเมื่อเจอคำหวานๆ ของเด็กหนุ่มก็เกิดกามกำเริบ นางทำได้แม้กระทั่งจะฆ่าลูกตัวเอง แต่ลูกศิษย์กตัญญูได้ไปบอกกับอาจารย์ อาจารย์และศิษย์จึงวางแผนแก้เผ็ดแม่เฒ่า

ข้อคิดจากชาดก :
1. ไม่ว่าชายหรือหญิงเมื่อถูกความหลงเข้าครอบงำ แม้ต้องฆ่าลูก ก็ทำได้
2. อายุที่มากขึ้นไม่ได้ทำให้ตัญหาลดลง เมื่อมีสิ่งมากระตุ้นสัญชาตญาณดิบก็จะเปิดเผยออกมา

ประชุมชาดก
มารดาชายหนุ่ม ได้เกิดเป็น ภิกษุณี ชื่อ ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน
บิดาชายหนุ่ม ได้เกิดเป็น พระมหากัสสปะ
ชายหนุ่มผู้เป็นศิษย์ ได้เกิดเป็น พระอานนท์
อาจารย์ทิศาปาโมกข์ได้เกิดเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

นิทานชาดก ตโยธรรมชาดก : กอลิลล่า ฆ่าลูก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภการพยายามปลงพระชนม์ของพระเทวทัตที่มีต่อพระองค์

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีลิงฝูงใหญ่ฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ในป่า ทุกครั้งที่บริวารมันให้กำเนิดลูกลิงเป็นตัวผู้ ลิงตัวหัวหน้าฝูงจะกัดอวัยวะเพศของลูกลิงตัวผู้ทุกตัว เพราะมันกลัวจะโดนแย่งตำแหน่งจ่าฝูง และนางลิงทุกตัวก็ตกเป็นเมียของมันแต่เพียงผู้เดียว

ต่อมา นางลิงสาวตัวหนึ่งรู้ว่าตนเองตั้งท้อง ก็หลบจากฝูงไปอาศัยอยู่ที่ซอกเขาแห่งหนึ่งที่ไกลออกไป จนกระทั่งออกลูกเรียบร้อย และทะนุถนอมเลี้ยงดูอย่างดี

ลูกลิงเติบโต เป็นลิงหนุ่มน้อยที่สมบูรณ์ด้วยพละกำลัง แล้ววันหนึ่งมันก็ถามถึงพ่อ

“แม่จ๋า พ่อของฉันเป็นใคร เขาอยู่ที่ไหนจ๊ะ”

“พ่อเจ้าเป็นหัวหน้าฝูง อยู่ที่เขาลูกโน้น” แม่ลิงตอบ

“ถ้างั้น แม่พาฉันไปหาพ่อหน่อยซี ฉันอยากเห็นหน้าพ่อ” ลูกลิงขอร้อง

“ไม่ได้หรอกลูก พ่อเจ้าร้ายกาจมาก ถ้าไปพบเขา เขาต้องทำร้ายลูกแน่” แม่ลิงห้ามปรามทันที

“ฉันไม่กลัวหรอก ฉันอยากเจอพ่อ แม่พาฉันไปเถอะนะ” ลูกลิงหาได้กลัวไม่ 

นิทานชาดก ปัญจาวุธชาดก : กุมารหัวร้อน สู้กับยักษ์ขนเหนียว

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้มีความเพียรย่อหย่อนรูปหนึ่ง ทรงเล่าถึงพระราชโอรสผู้มีความเพียร ก็สามารถเอาชนะอุปสรรคได้

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

พระองค์มีพระโอรสองค์หนึ่ง นามว่า “ปัญญาวุธกุมาร” เมื่อพระโอรสเจริญวัยขึ้น พระองค์ได้ส่งไปศึกษาศิลปวิทยา ณ กรุงตักศิลา

พระราชกุมารศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยา ที่เมืองตักศิลา เป็นเวลาหลายปี จนจบหลักสูตร อาจารย์ได้มอบอาวุธ 5 ชนิดด้วยกันคือ พระขรรค์ ธนู หอก ขวาน และตะบอง เป็นอาวุธประจำกาย เมื่อกราบลาพระอาจารย์แล้วพระองค์จึงเดินทางเพื่อเสด็จกลับยังพระนคร ในระหว่างทาง พระองค์ต้องผ่านป่าซึ่งเป็นที่อยู่ของยักษ์ดุร้ายตนหนึ่งชื่อว่า “สิเลสโลม” ชาวบ้านเห็นพระกุมารก็พากันห้าม

“พระโอรส อย่าเข้าไปในป่านี้เลย ในนั้นมียักษ์ร้ายกาจอาศัยอยู่ มันกินมนุษย์เป็นอาหาร”

“ไม่เป็นไร เราคือใคร พวกท่านไม่รู้รึ หึหึ”  ปัญญาวุธกุมาร ยังมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะผ่านป่านี้ไปให้ได้ ว่าแล้วก็เดินอย่างองอาจเข้าไปในป่า

 

 

ส่วนเจ้ายักษ์ร้ายพอเห็นเด็กหนุ่มเดินมาคนเดียวก็แปลงกายให้ตัวสูงใหญ่เท่าต้นตาล มีศีรษะเท่าปราสาท นัยน์ตาแต่ละข้างขนาดเท่าล้อเกวียน เขียวทั้งสองใหญ่ขนาดเท่าหัวปลีตูมงอกออกจากปาก หน้าขาว ท้องด่าง มือเท้าเขียว แล้วร้องว่า

“เจ้าหนุ่ม! เจ้าจะไปไหน เจ้าต้องเป็นอาหารของข้า”