Category Archives: นิทานชาดก

นิทานชาดก กูฏวาณิชชาดก : เทวดาโกงกับคนฉลาด

นิทานชาดก กูฏวาณิชชาดก

เหตุที่พระพุทธเจ้าตรัส นิทานชาดก กูฏวาณิชชาดก : ทรงปรารภพ่อค้าโกงคนหนึ่ง

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

มีพ่อค้า 2 คน ชื่อว่าบัณฑิตและอติบัณฑิต ร่วมกันทำการค้าโดยชวนกันบรรทุกสินค้าใส่เกวียน 500 เล่ม ออกไปขายในชนบท เมื่อขายสินค้าหมดแล้วก็พากันเดินทางกลับสู่กรุงพาราณสี

ครั้งถึงเวลาที่จะแบ่งกำไรในการค้าขาย พ่อค้าอติบัณฑิตพูดขึ้นว่า

นี่เพื่อน เราว่าเราควรได้กำไร 2 ส่วน”

ทำไมล่ะ” พ่อค้าที่ชื่อบัณฑิตถาม

ก็เพราะว่าเราชื่ออติบัณฑิต ที่แปลว่าเหนือกว่าบัณฑิตไง ดังนั้นเราควรได้ 2 ส่วน นายเอาไปส่วนเดียว” อติบัณฑิตตอบหน้าตาเฉย

เฮ้ย จะเป็นงั้นได้ไงเล่า เราลงทุนเท่ากันก็ควรจะแบ่งเท่าๆกันสิ นายจะได้มากกว่าได้ยังไง” พ่อค้าบัณฑิตไม่ยอม

 

ก็บอกแล้วว่าเราชื่อ อติบัณฑิต เราต้องได้สองส่วน” อติบัณฑิตยังคงยืนกราน

นิทานชาดก มกสชาดก : ตบยุงจนคนตาย

มสกชาดก

เหตุที่ตรัส มสกชาดก : ทรงปรารภชาวบ้านที่ถือธนูและอาวุธตั้งใจจะไปฆ่ายุง แต่กลับเล็งผิดกลายเป็นฆ่ากันเอง

ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

ครั้งนั้นที่บ้านชายแดนแห่งหนึ่งในแคว้นกาสี มีหมู่บ้านช่างไม้ตั้งอยู่ที่นั่น

วันหนึ่งช่างไม้หัวล้านคนหนึ่งกำลังตากไม้ ขณะเดียวกันก็มียุงบินมากัดที่หัว เขาจึงเรียกลูกชายให้มาฆ่ายุง

 

ลูกชายที่อยู่ใกล้ๆ จึงบอกให้พ่ออยู่นิ่งๆ เขาจะฆ่ายุง พร้อมกับเงื้อขวานเล่มใหญ่ที่อยู่ในมือ ฟังลงมาเต็มที่ ที่หัวของพ่อ ด้วยคิดว่าจะฆ่ายุง เลยผ่าสมองของพ่อแตกเป็น 2 ซีก ช่างไม้ผู้เป็นพ่อ ถึงแก่ความตายในทันที

พ่อค้าหนุ่มคนหนึ่งในร้านช่างไม้ที่กำลังหาสินค้าไปขายได้เห็นการกระทำนั้นจึงกล่าวว่า “มีศัตรูผู้ฉลาด ยังดีกว่ามีมิตรโง่” เพราะศัตรูที่ฉลาดจะทำให้เราต้องพัฒนาขึ้น แต่มีมิตรโง่ มีแต่จะทำให้เราเสื่อมลง

นิทานชาดก สุวรรณหังสชาดก : หงส์ทองถูกถอนขน

สุวรรณหังสชาดก

เหตุที่ตรัส สุวรรณหังสชาดก : ทรงปรารภภิกษุณี ชื่อ ถุลลนันทา ที่ไปขนกระเทียมที่บ้านเจ้าภาพอย่างไม่รู้ประมาณ

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

มีพราหมณ์คนหนึ่ง มีลูกสาว3 คน ชื่อ นางนันทา นางนันทวดีและนางสุนันทา ต่อมาได้แต่งงานและไปอยู่กินบ้านสามี ส่วนพราหมณ์ผู้บิดาก็ตายไปเกิดเป็นหงส์ทอง

หงส์ทองตัวนั้น เมื่อเติบโตมาก็ระลึกชาติได้ จึงนึกถึงภรรยาและลูกสาวเห็นว่าต้องเลี้ยงชีพด้วยความแร้นแค้นจึงคิดจะสงเคราะห์ด้วยการให้ขนทองคำของตนไว้ครั้งละ 1 ขน เพื่อคนทั้งสี่ จะได้อยู่กันอย่างสุขสบาย

พญาหงส์ทองจึงบินไปที่บ้าน ภรรยาเขาเห็นเข้าจึงเอ่ยถาม

พ่อคุณ เจ้ามาจากไหนกันเล่า”’

 

เราคือสามีของเจ้าที่ตายไป ได้มาเกิดเป็นหงส์ทองอยู่ที่ป่าหิมพานต์ และเห็นว่าพวกเจ้าอยู่กันอย่างลำบาก เราจะให้ขนทองคำของเราแก่พวกเจ้า เอาไปขายเป็นการเลี้ยงชีพ” ว่าแล้วเจ้าหงส์ทองก็สลัดขนของตนไว้

นางพราหมณีและลูกสาวได้เอาขนทองคำนั้นไปจำหน่ายขายกินเลี้ยงชีวิตให้ดีขึ้นโดยลำดับ ส่วนหงส์ทองก็ไปมาหาสู่อยู่เรื่อยๆ และสลัดขนทิ้งไว้ให้ทุกครั้ง

วันหนึ่งนางพราหมณีปรึกษากับลูกๆว่า

นิทานชาดก สาลิตตกชาดก : ดีดขี้แพะเข้าปาก แก้คนพูดมากได้ชะงัด

สาลิตตกชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก สาลิตตกชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้ฆ่าหงษ์ด้วยการดีดกรวด

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

มีคนง่อยเปลี้ยคนหนึ่งชำนาญในการดีดกรวด พวกเด็กชาวบ้านให้เขาดีดกรวดทำใบไม้เป็นรูปต่างๆ ที่ต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง โดยให้ค่าจ้างคนละเล็กละน้อยตามประสา

วันนั้นพระเจ้าพรหมทัต เสด็จประพาสพระราชอุทยาน ได้เสด็จผ่านมายังที่นั้นพวกเด็กๆเห็นเข้าก็กลัว พากันวิ่งหนีไป ทิ้งบุรุษง่อยเปลี้ยไว้แต่ผู้เดียว

เมื่อพระราชาเสด็จไปถึง ได้ทอดพระเนตรเห็นใบไม้เป็นรูปสัตว์ต่างๆเต็มไปหมด จึงรับสั่งถามขึ้นด้วยความสนพระทัย

ใครเป็นคนทำนี่?”

บุรุษเปลี้ยคนหนึ่งเป็นผู้กระทำพระเจ้าข้า” ราชองครักษ์ตอบ

แล้วเขาอยู่ที่ไหนล่ะ” พระราชาถามต่อ

นายทหารจึงพากันค้นหาแล้วพาตัวไปเฝ้าพระราชา

เจ้าเป็นคนทำเองรึนี่” พระราชาตรัสถามอีกครั้ง

พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าเป็นคนทำ” คนง่อยทูลตอบ

อืมเจ้าสามารถทำให้ปุโรหิตปากมากของข้า เลิกพูดมากได้ไหม” พระราชาถามต่อ 

นิทานชาดก มหาสารชาดก : อุบายแยบยลช่วยคนพ้นภัย

มหาสารชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก มหาสารชาดก : ทรงปรารภพระอานนท์ที่ออกอุบายให้คนขโมยแก้วมณีของพระเจ้าโกศลนำมาคืน

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในนครพาราณสี

วันหนึ่งหลังจากเสด็จพระพาสอุทยานพร้อมด้วยมเหสี ก่อนจะทรงกีฬาในสระโบกขรณี พระมเหสีได้เปลื้องเครื่องประดับพระศอวางไว้ที่ผ้าสไบ ให้นางกำนัลทั้งหลายนั่งเฝ้า

นางลิงตัวหนึ่งเห็นเครื่องประดับนั้นก็นึกอยากได้ อาศัยจังหวะที่นางกำนัลเผลอหลับ กระโดดลงจากต้นไม้ หยิบสร้อยคอมาสวมแล้วกระโดดกลับไป เอาไปซ่อนไว้ในโพรงไม้

ฝ่ายนางกำนัลเมื่อตื่นขึ้นมาไม่เห็นเครื่องประดับ ก็ตกใจจนหน้าซีด ไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่ตะโกน

ขโมย! คนขโมยสร้อยพระศอพระมเหสีวิ่งหนีไปแล้ว!”พวกทหารได้ยินดังนั้นจึงรีบวิ่งมาดู แล้วไปกราบทูลพระราชา พระราชามีรับสั่งให้จับขโมยคนนั้นให้ได้

ทหารจึงรีบวิ่งลนลานไปหาตัวผู้ก่อเหตุ ขณะนั้นมีชาวบ้านคนหนึ่งกำลังนั่งตกเบ็ดอยู่ได้ยินเสียงทหารมาก็ตกใจกลัวรีบวิ่งหนีไป ทหารเห็นพิรุษจึงตามจับตัวเขาไปเฝ้าพระราชา

เจ้าขโมยเครื่องประดับของมเหสีเราไปรึ!” พระราชาตวาด

ชายคนนั้นคิดว่าหากปฏิเสธ คงจะต้องโดนลงทัณฑ์จนตายแน่ๆ จึงต้องจำยอม

..พระเจ้าข้า”

แล้วเจ้าเอาไปไว้ที่ไหน” พระราชาถามต่อ

ข้าพระองค์นำไปให้ท่านเศรษฐีแล้วพระเจ้าข้า” เขาซัดทอด

พระราชารับสั่งให้เศรษฐีเข้าเฝ้า

ข้าพระองค์นำไปให้ท่านปุโรหิแล้วพระเจ้าข้า” เศรษฐีทูลตอบ

พระราชารับสั่งให้ปุโรหิตเข้าเฝ้า

ข้าพระองค์นำไปให้นักร้องที่บ้านแล้วพระเจ้าข้า” ปุโรหิตทูลตอบ

พระราชารับสั่งให้นักร้องเข้าเฝ้า

ข้าพระองค์นำไปให้หญิงโสเภณีแล้วพระเจ้าข้า” ปุโรหิตทูลตอบ

พระราชารับสั่งให้โสเภณีเข้าเฝ้า

หม่อมฉันไม่รู้เรื่องเพคะ หม่อมฉันไม่ได้เอาไป” นางโสเภณีปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

เมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้พระราชาจึงให้จับคนทั้ง 5 ไว้ก่อน แล้วค่อยสอบสวนต่อในวันรุ่งขึ้น

นิทานชาดก มังคลชาดก : หนูกัดผ้าหายนะจะมาเยือน

นิทานชาดก มังคลชาดก หนูกัดผ้า

เหตุที่ตรัสชาดก มังคลชาดก : ทรงปรารภพราหมณ์ชาวพระนครราชคฤห์ผู้หนึ่งที่เป็นผู้ถือมงคลตื่นข่าว เชื่อถือเรื่องโชคลาง

ในเมืองราชคฤห์ มีฤาษีองค์หนึ่งเป็นผู้ได้ฌานสมาบัติ มาพักอยู่ในพระราชอุทยานของพระราชา พระราชาทรงเลื่อมใสจึงนิมนต์ให้ไปฉันในพระราชวังทุกวัน

พราหมณ์คนหนึ่งชื่อว่าทุสสลักขณพราหมณ์ เป็นผู้ถือมงคล ไม่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย เป็นมิจฉาทิฏฐิ มีทรัพย์มาก เมื่อเขาอาบน้ำเสร็จแล้วสั่งให้คนไปนำผ้าเนื้อดีที่เก็บไว้ในหีบมาให้

บ่าวคนหนึ่งวิ่งโร่มาบอก

แย่แล้วๆ ท่านพราหมณ์ มีหนูมากัดผ้าของท่านเป็นรูเบ่อเริ่มเลยขอรับ”

ตายแล้ว” พราหมณ์อุทานพร้อมกับหน้าซีด แล้วพูดเบาๆกับตัวเองว่า “หนูกัดผ้า เขาว่าจะเกิดพินาศใหญ่ ผ้าผืนนี้เป็นอวมงคล ใครนำไปใช้จะต้องมีอันเป็นไป” ว่าแล้วก็ตะโกนเรียกลูกชาย

ลูกพ่อ เอ็งมานี่เร็ว”

มีอะไรหรือพ่อ” ลูกชายถาม

เอ็งเอาผ้าผืนนี้ไปทิ้งที่ป่าช้าที มันเป็นเสนียด หนูกัดผ้าขาดเสียแล้ว” พราหมณ์บอกเสียงสั่น

ทำไมพ่อไม่ให้บ่าวมันเอาไปทิ้งล่ะ ใช้ฉันทำไม ฉันก็กลัวนะพ่อ” ลูกชายก็กลัวเหมือนกัน

บ่าวมันเห็นเป็นผ้าเนื้อดี เดี๋ยวมันแอบเอาไปใช้ เอ็งนั่นแหละเอาไปทิ้ง แต่อย่าไปจับโดนผ้าเป็นอันขาด” พราหมณ์สั่ง

นิทาน how to : วิธี หุงข้าว โดยไม่ต้องเดาจากข้อนิ้วมือ

how to หุงข้าว

วิธี หุงข้าว ด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้า

ตวงข้าวสารเมล็ดสวยด้วยถ้วยตวงที่แถมมากับหม้อ

ซาวน้ำให้สะอาด

เติมน้ำดื่ม ให้พอดีกับจำนวนถ้วยตวง เช่น

ใช้ข้าว 2 ถ้วยตวง เติมน้ำถึงขีดที่ 2

ใช้ข้าว 3 ถ้วยตวง เติมน้ำถึงขีดที่ 3

อาจปรับระดับให้มากขึ้นหรือน้อยลง ในคราวหน้า

หากข้าวอ่อนหรือแข็งเกินไป

กดหุงข้าว รอประมาณ 20 นาที จะได้ข้าวสวยๆ หอมกรุ่น พร้อมรับประทาน

วิธี หุงข้าว

>>>> ร่วมสนับสนุนช่องของเราได้โดยการอุดหนุน “ข้าวสารเมล็ดสวย” ได้ที่เว็บ Shopee <คลิก ที่นี่>
ขอบพระคุณค่ะ

นิทานชาดก ภีมเสนชาดก : ความลืมตัวทำให้ชั่วช้า

เหตุที่ตรัสชาดก ภีมเสนชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้มักโอ้อวดรูปหนึ่งว่าตนเองสูงส่งด้วยชาติกำเนิด ด้วยโคตร ด้วยทรัพย์สินเงินทอง ทั้งที่ไม่เป็นความจริง

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติในนครพาราณสี
มีหนุ่มน้อยรูปร่างเตี้ย ค่อม อยู่คนหนึ่ง นามว่า จูฬธนุคคหบัณฑิต ได้เล่าเรียนสำเร็จวิชาศิลปะศาสตร์ 18 ประการ เป็นเลิศในวิชายิงธนู เมื่อเรียนจบเขาคิดจะเข้ารับราชการแต่เกรงว่าคงจะไม่มีใครเชื่อฝีมือเพราะรูปร่างที่เตี้ยกว่าใคร จึงคิดให้คนอื่นเป็นโล่บังหน้า ฝ่ายตัวเขาจะอาศัยเลี้ยงชีพอยู่เบื้องหลังไปพลางก่อน จากนั้นเขาแสวงหาคนที่มีรูปร่างดีอยู่พักใหญ่ ต่อมาได้พบหนุ่มรูปหล่อผู้หนึ่งนามว่าภีมเสน ซึ่งเป็นช่างทอหูก จึงได้ชักชวนและบอกแผนการให้ฟัง ภีมเสนเห็นว่าเป็นงานสบายไม่ต้องทำอะไร จึงตอบตกลง

ทั้งสองจึงไปเฝ้าพระราชาโดย ภีมเสน กราบทูลว่าเขาเป็นนายขมังธนู ส่วน จูฬธนุคคหบัณฑิต เป็นผู้ติดตาม เมื่อภีมเสนได้เข้ารับราชการ ได้เงินเดือนมาเมื่อไรก็นำมาแบ่งกับ จูฬธนุคคหบัณฑิต และงานต่างๆ จูฬธนุคคหบัณฑิต ก็รับทำแทนทุกครั้งไป

ต่อมาปรากฏว่ามีเสือร้ายเที่ยวรังควาญชาวบ้าน พระราชาจึงรับสั่งให้ภีมเสน ออกไปปราบเสือตัวนั้น ภีมเสนเล่าเรื่องให้จูฬธนุคคหบัณฑิตฟัง ยอดมือแม่นธนูก็บอกอุบายให้ โดยอุบายนั้นคือ บอกพวกชาวบ้านให้ถืออาวุธไปยังที่อยู่เสือ เมื่อชาวบ้านรุมทำร้ายเสือนั้นจนตายแล้วให้ภีมเสนออกไป แล้วพูดขู่ว่าใครกันที่ทำร้ายเสือตัวนี้ พระราชาตั้งใจจะจับเป็นมิใช่จับตาย เพียงเท่านี้ชาวบ้านก็จะกลัวพระราชอาญาแล้วก็จะบอกว่าพวกตนไม่เกี่ยว งานนี้ภีมเสนก็จะได้หน้าคนเดียว

นิทานชาดก สีลวนาคชาดก : ช้างช่วยชีวิต แต่คนคิดทำลายช้าง

นิทานชาดก สีลวนาคชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก สีลวนาคชาดก : ทรงปรารภพระเทวทัต เมื่อพระภิกษุทั้งหลายต่างสนทนากันว่าพระเทวดาไม่รู้การมีคุณของพระพุทธเจ้า

ในป่าใหญ่แห่งหนึ่ง พระโพธิสัตว์ถือกำเนิดเป็นพญาช้างเผือกมีชื่อว่า “สีลวนาคราช” ได้ปกครองช้างกว่าแปดหมื่นเชือกเป็นบริวาร ภายหลังได้เห็นโทษภัยในการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่ใหญ่จึงหลีกเร้นออกจากหมู่คณะไปอยู่่ในป่าแต่ลำพัง

ในครั้งนั้น มีพรานป่าชาวเมืองพาราณสี ได้เข้ามาหาของป่าบริเวณนั้น แต่กลับหลงป่าหาทางออกไม่ได้ จึงได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ที่แห่งนั้นเอง

พญาช้างเผือก สีลวนาคราช ได้ยินเสียงร้องก็รู้ได้ว่ามีคนหลงป่า คิดจะช่วยเหลือ จึงเดินเข้าไปหา พรานป่าเห็นช้างใหญ่เดินเข้ามา จึงวิ่งหนี เมื่อพรานวิ่ง พญาช้างก็หยุด เมื่อเห็นช้างหยุด พรานก็หยุดด้วย เมื่อพรานหยุด ช้างก็เริ่มเดินเข้าไปหาใหม่ เป็นอยู่อย่างนี้หลายรอบ นายพรานจึงคิดได้ว่า พญาช้าง นี้คงไม่คิดทำอันตรายเรา แต่คงจะมาช่วยเราแน่ๆ เขาจึงหยุดเมื่อช้างเดินเข้ามาหา

พญาช้าง เดินเข้าไปใกล้แล้วถามว่า เหตุใดเขาจึงร้องไห้คร่ำครวญเช่นนั้น

นายพราน จึงตอบไปว่าเขาหลงป่าหาทางออกไม่ได้ และกลัวตาย

นิทานชาดก อิลลีสชาดก : แฝดเทวดา

นิทานชาดก อิลลีสชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก อิลลีสชาดก : ทรงปรารภเศรษฐีขี้ตระหนี่ชื่อมัจฉริโกสิยะ แม้จะมีทรัพย์มากเพียงใดก็ไม่ยอมใช้จ่าย แม้ตัวเองอยากกินขนม ก็กลัวคนอื่นจะเห็นจึงขึ้นไปกินข้างบนปราสาท แต่วันนั้นพระพุทธเจ้าเห็นว่ามัจฉริโกสิยะมีบุญพอจะโปรดได้จึงให้โมคคัลลานะเหาะไปโปรดบนปราสาท

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติในนครพาราณสี
มีเศรษฐีชื่อ อิลลีสะ มีทรัพย์มากมายถึง 80 โกฏิ แต่ทว่าเป็นคนอาภัพด้วยรูปร่าง ตาเข แขนง่อยเปลี้ย มิหนำซ้ำยังเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวอย่างที่สุด
แต่บิดามารดาของอิลลีสะ เป็นคนชอบบริจาคทาน เป็นทานบดีมาถึง 7 ชั่วตระกูล
เมื่อบิดามารดาเขาเสียชีวิตลง อิลลีสะ ก็ได้เผาโรงทาน ขับไล่พวกยาจก เก็บทรัพย์มรดกไว้แต่เพียงผู้เดียว