นิทานชาดก วานรินทชาดก : ลิงหลอกเข้

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภการพยายามปลงพระชนม์ของพระเทวทัตที่มีต่อพระองค์

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีลิงหนุ่มร่างกายกำยำตัวหนึ่ง อาศัยอยู่แนวฝั่งแม่น้ำ กลางแม่น้ำนั้นมีเกาะแห่งหนึ่งที่อุดมสมบูรณ์ด้วยผลหมากรากไม้นานาชนิด ลิงตัวนี้มีกำลังวังชามาก จึงสามารถกระโดดจากฝั่งไปยังเกาะนั้นได้ โดยอาศัยแผ่นหินที่อยู่ระหว่างฝั่งกับเกาะเป็นตัวช่วย แล้วจึงกระโดดจากแผ่นหินนั้นข้ามไปยังเกาะอีกทีหนึ่ง มันเที่ยวเล่นอยู่ที่นั่นทั้งวัน จนกระทั่งเย็นจึงกระโดดข้ามกลับไปยังที่อยู่ของมัน มันทำเช่นนี้อยู่เป็นประจำทุกวัน

ในครั้งนั้น มีจระเข้ตัวหนึ่งอาศัยอยู่กับเมียสาวในน่านน้ำนั้นด้วย ฝ่ายจระเข้ตัวเมียที่กำลังท้องเห็นลิงกระโดดข้ามไปมาดังนั้นก็เกิดแพ้ท้อง อยากกินหัวใจลิงขึ้นมาทันใด

“พี่จ๊ะ ฉันแพ้ท้อง อยากกินหัวใจเจ้าลิงตัวนี้ พี่เอามาให้ฉันกินได้ไหม” นางจระเข้อ้อน

“ได้ซีจ๊ะ น้องรัก เพื่อลูกของเรา พี่จะเอาหัวใจลิงมาให้น้องเอง” ว่าแล้วก็คลานต้วมเตี้ยมออกไปนอนคอยเจ้าลิงบนแผ่นหินก้อนนั้น

 

ฝ่ายเจ้าลิงหลังจากเที่ยวเล่นบนเกาะจนได้เวลากลับ ก็จะกระโดดกลับมาที่แผ่นหินนั้น แต่แล้วก็สังเกตเห็นว่าวันนี้แผ่นหินสูงผิดปกติ มองดูน้ำแล้วก็ไม่เห็นว่ามีน้ำขึ้นน้ำลง จึงคิดว่าบนแผ่นหินนี้คงมีอะไรซ่อนอยู่ มันจึงออกอุบายพูดกับแผ่นหิน

“หินเอ๋ย วันนี้เป็นยังไงบ้าง” ….เงียบ

“เจ้าหิน ทำไมวันนี้เงียบไปล่ะ”   …เงียบ

 

“เอ เจ้าหิน โกรธเคืองอะไรข้ารึ”   ก็ยังเงียบ…

จระเข้ฟังแล้วคิดว่า วันอื่นๆ แผ่นหินคงจะตอบ มันจึงพูดออกไป

“อะไรหรือ ลิง”

“เจ้าเป็นใคร” ลิงถาม เมื่อจระเข้หลงกล 

นิทานชาดก กัญจนขันธชาดก : ทองคำใต้ดินในถิ่นของผู้หวงแหน

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งที่ต้องการจะสึกเพราะคิดว่าตนไม่อาจรักษาศีลที่มีมากมายนั้นได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงย่อศีลทั้งหมดเหลือ 3 ข้อ คือ การไม่ประพฤติผิดทางกาย ทางวาจา และทางใจ ภิกษุรูปนั้นเมื่อกลับไปก็พิจารณาว่าจริงๆแล้วศีลมากมายนั้นมันก็มีแค่ 3 ข้อนี้เอง แล้วเจริญวิปัสนาจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์

 

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีชาวนาคนหนึ่งเข้าไปทำนาในเขตบ้านร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นบ้านของมหาเศรษฐี ก่อนตายเขาได้ฝังทองแท่งขนาดใหญ่เท่าโคนขา ยาวประมาณ 4 ศอกไว้ที่นั่นด้วย เมื่อเศรษฐีตายไป ครอบครัวเขาก็ย้ายบ้านไปอยู่ในเมือง ปล่อยให้ที่ตรงนั้นรกร้างว่างเปล่า

วันหนึ่งขณะที่ชาวนาผู้นั้นกำลังไถนาอยู่ ไถของเขาได้สะดุดกับอะไรสักอย่าง เขาคิดว่าคงจะเป็นรากไม้จึงคุ้ยฝุ่นดู เห็นเป็นทองแท่ง ก็ตื่นเต้นดีใจใหญ่ จึงคิดจะแบกทองแท่งกลับบ้าน แต่ทำยังไงก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนแท่งทองนั้นได้เลย

 

“ทองอันเท่านี้ ไม่น่าจะหนักขนาดนั้น ทำไงดีละเนี่ย” ชาวนาพึมพำ แล้วก็คิดขึ้นได้ว่า สมบัติชิ้นนี้คงจะมีวิญญาณหวงแหนอยู่  ควรจะบอกกล่าวเจ้าของก่อน เขาจึงนั่งประนมมือแล้วพูดเบาๆ 

นิทานชาดก ปัญจาวุธชาดก : กุมารหัวร้อน สู้กับยักษ์ขนเหนียว

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้มีความเพียรย่อหย่อนรูปหนึ่ง ทรงเล่าถึงพระราชโอรสผู้มีความเพียร ก็สามารถเอาชนะอุปสรรคได้

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

พระองค์มีพระโอรสองค์หนึ่ง นามว่า “ปัญญาวุธกุมาร” เมื่อพระโอรสเจริญวัยขึ้น พระองค์ได้ส่งไปศึกษาศิลปวิทยา ณ กรุงตักศิลา

พระราชกุมารศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยา ที่เมืองตักศิลา เป็นเวลาหลายปี จนจบหลักสูตร อาจารย์ได้มอบอาวุธ 5 ชนิดด้วยกันคือ พระขรรค์ ธนู หอก ขวาน และตะบอง เป็นอาวุธประจำกาย เมื่อกราบลาพระอาจารย์แล้วพระองค์จึงเดินทางเพื่อเสด็จกลับยังพระนคร ในระหว่างทาง พระองค์ต้องผ่านป่าซึ่งเป็นที่อยู่ของยักษ์ดุร้ายตนหนึ่งชื่อว่า “สิเลสโลม” ชาวบ้านเห็นพระกุมารก็พากันห้าม

“พระโอรส อย่าเข้าไปในป่านี้เลย ในนั้นมียักษ์ร้ายกาจอาศัยอยู่ มันกินมนุษย์เป็นอาหาร”

“ไม่เป็นไร เราคือใคร พวกท่านไม่รู้รึ หึหึ”  ปัญญาวุธกุมาร ยังมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะผ่านป่านี้ไปให้ได้ ว่าแล้วก็เดินอย่างองอาจเข้าไปในป่า

 

 

ส่วนเจ้ายักษ์ร้ายพอเห็นเด็กหนุ่มเดินมาคนเดียวก็แปลงกายให้ตัวสูงใหญ่เท่าต้นตาล มีศีรษะเท่าปราสาท นัยน์ตาแต่ละข้างขนาดเท่าล้อเกวียน เขียวทั้งสองใหญ่ขนาดเท่าหัวปลีตูมงอกออกจากปาก หน้าขาว ท้องด่าง มือเท้าเขียว แล้วร้องว่า

“เจ้าหนุ่ม! เจ้าจะไปไหน เจ้าต้องเป็นอาหารของข้า”

นิทานชาดก ผลชาดก : เตือนแล้วนะ! อย่ากินมะม่วง

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภอุบาสกผู้ฉลาดดูผลไม้คนหนึ่ง

 

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีพ่อค้าเกวียนคนหนึ่งบรรทุกเกวียนห้าร้อยเล่มออกไปค้าขายยังต่างเมืองพร้อมกับลูกน้องอีกหลายร้อยคน ครั้งหนึ่งต้องเดินทางไกลผ่านป่าแห่งหนึ่ง ในขณะที่อยู่ชายป่า เขาได้บอกกับลูกน้องว่า

“เดี๋ยวเราจะต้องเดินทางเข้าป่าแล้ว ในป่ามีผลหมากรากไม้จำนวนมากที่มีพิษ หากผลไม้ต้นไหนที่พวกเจ้าไม่เคยกินหรือเห็นผิดสังเกต ให้มาถามเราก่อนนะ”

“ครับ หัวหน้า” ลูกน้องต่างก็เชื่อฟัง

และในไม่ช้าไม่นาน ลูกน้องคนหนึ่งก็วิ่งมาหาหัวหน้าพ่อค้าเกวียน

“หัวหน้า ตรงโน้นมีต้นมะม่วงสุกเต็มต้นเลย ท่านลองไปดูสิครับ ลูกโตน่ากินชะมัด”

เมื่อพ่อค้าเกวียนไปดูแล้วก็บอกว่า

“นี่ไม่ใช่มะม่วง มันคือต้นกิงผลพฤกษ์ เป็นผลไม้พิษ มีพิษร้ายแรง พวกเจ้าอย่ากินเข้าไปเชียวนะ”

นิทานชาดก ปุณณปาติชาดก : พิษร้ายในไหเหล้า

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภเหล้าเจือยาพิษของเหล่าคนเมา ที่คิดฆ่าอนาถบิณฑิกเศรษฐี

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

พวกนักเลงสุราในเมืองกำลังตั้งวงขบคิดกันว่า เงินค่าเหล้าหมดแล้วจะเอาเงินจากไหนมาซื้อเหล้าดื่มได้อีก

“เฮ้ย พวกแกไม่ต้องห่วง ข้ามีวิธีดีๆ ที่จะได้เงินมาซื้อเหล้าแล้วว่ะ” ขี้เมาคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

“ทำไงวะ” เพื่อนๆ ในวงเหล้าถาม

“ทุกวันจะมีเศรษฐีคนหนึ่ง เดินผ่านมาทางนี้เพื่อไปเข้าเฝ้าพระราชา เราก็หาทางมอมเหล้ามันซิ แล้วก็ปล้นมันเลย”

“เออ จริง เอาตามนี้แหละ” ทุกคนเห็นด้วย ว่าแล้วก็เตรียมไหสุราผสมยาพิษรอท่าไว้

เมื่อเศรษฐีเดินผ่านมา พวกเขาก็เริ่มแผนการ

“ท่านเศรษฐีเชิญทางนี้ก่อนสิขอรับ พวกกระผมมีสุราชั้นยอด รอให้ท่านมาดื่มกับพวกเรา” เขาร้องทักด้วยน้ำเสียงสุภาพยิ่งนัก

เศรษฐีรู้สึกเอะใจ เพราะปกติ ขี้เมาพวกนี้ไม่เคยทักท่านเลยสักครั้งเดียว จึงคิดจะจับเล่ห์เหลี่ยมคนพวกนั้น จึงบอกออกไปอย่างสุภาพว่า