นิทานชาดก กโปตกชาดก : นกพิราบใจดีกับกาขี้ขโมย

นิทานชาดก นกพิราบกับกาขี้ขโมย

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้มีความโลเลรูปหนึ่ง

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

ชาวเมืองนิยมแขวนกระเช้าหญ้าไว้นอกระเบียงเพื่อให้ฝูงนกทั้งหลายได้อาศัยอยู่กันอย่างสบาย

ครั้งนั้นพ่อครัวของเศรษฐีได้แขวนกระเช้าไว้ในครัวด้วย ต่อมามีนกพิราบตัวหนึ่งบินมาอาศัยอยู่ในกระเช้านั้น พอรุ่งเช้ามันก็ออกไปหากิน ตกเย็นจึงกลับมานอนในกระเช้าของมัน

อยู่มาวันหนึ่งมีกาตัวหนึ่งบินผ่านมาทางโรงครัว มันได้กลิ่นเนื้อกลิ่นปลา ก็นึกอยากจะกินเนื้อกินปลาในครัวเต็มประดา จึงคิดหากลอุบายอยู่ ครั้นตกเย็นจึงได้เห็นนกพิราบกลับมา มันคิดจะอาศัยอยู่กับนกพิราบ ด้วยหวังจะกินเนื้อให้ได้ คิดแล้วก็บินกลับไปยังที่อยู่ของมัน

รุ่งเช้าก็บินมาจับอยู่ใกล้โรงครัวนั้น พอเห็นนกพิราบบินออกจากครัว ก็ออกบินติดตามไปใกล้ๆ

ฝ่ายนกพิราบเมื่อเห็นกาบินตามติดมา ก็ให้สงสัยจึงเอ่ยถามขึ้นว่า

“เจ้ากา ตามข้ามาทำไม” 

นิทานชาดก ขทิรังคารชาดก : จิตไม่หวั่น ตั้งมั่นทำความดี

นิทานชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก: ทรงปรารภการมีศรัทธามั่นคงในพระรัตนตรัยของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ท่านรักในการให้ทานจนกระทั่งทรัพย์ท่านหมด เทวดาประจำซุ้มประตูมาเตือนว่าอย่าทำทานมาก ท่านก็ไม่หวั่นไหวแถมยังไล่เทวดาตนนั้นออกไป

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีลูกชายเศรษฐีคนหนึ่ง ชอบให้ทานมาตั้งแต่เกิด จนกระทั่งเติบโตเจริญวัยเป็นหนุ่ม และเมื่อบิดาของเขาสิ้นชีวิตลง เขาได้ดำรงตำแหน่งเศรษฐีแทน การให้ทานของเขายังคงดำเนินต่อไป และดูเหมือนจะยิ่งใหญ่กว่าแต่ก่อน โดยคราวนี้ เขาได้สร้างโรงทานถึง 6 แห่ง จ่ายทรัพย์วันละหลายพันเพื่อบริจาค ทั้งยังรักษาศีลเป็นประจำ

วันหนึ่งขณะที่เขากำลังจะกินอาหารเช้า มีพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งออกจากนิโรธสมาบัติ เหาะมายืนอยู่ที่ประตูบ้านของเขา พอเขาเห็นก็รีบเรียกคนใช้มาแล้วสั่งว่า

“นี่เจ้า รีบไปรับบาตรของพระท่านมาใส่อาหารเดี๋ยวนี้” ในขณะนั้น พญามารนึกอยากจะขัดขวางการถวายทานของเขาทันที จึงบันดาลให้เกิดหลุมถ่านเพลิงใหญ่ลึก 8 ศอก ขวางทางที่คนรับใช้จะไปรับบาตรของพระปัจเจกพุทธเจ้า

นิทานชาดก นันทชาดก : ตามล่าหาสมบัติ

นิทานชาดก ตามหาสมบัติ

เหตุที่ตรัสชาดก: ทรงปรารภพระภิกษุที่อยู่กับพระสารีบุตร ที่มีความประพฤติแปลกคือบางครั้งทำตัวเหมือนทาส ว่านอนสอนง่าย แต่บางครั้งก็กลายเป็นคนถือตัวจัด

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

เศรษฐีแก่คนหนึ่งมีภรรยาสาวสวย และมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ต่อมาเขาคิดว่าตัวเขานั้นแก่แล้วคงจะตายไปก่อนภรรยา เมื่อเขาตายไป ภรรยาอาจไปมีสามีใหม่ แล้วเอาทรัพย์สมบัติทั้งหลายไปใช้จ่ายจนหมดสิ้น ไม่มีทางที่จะถึงมือลูกชายแน่นอน ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะฝังทรัพย์สินของเขาไว้ ว่าแล้วก็ชวนทาสในเรือนคนหนึ่งชื่อว่า นันทะ ให้แบกเอาทรัพย์สินเงินทองจำนวนมากมายไปฝังไว้ ณ ที่แห่งหนึ่งแล้วสั่งไว้ว่า

“ถ้าเราตายไป จงบอกขุมทรัพย์นี้ให้กับลูกชายเรา”

อยู่มาไม่นาน เขาก็ล้มป่วย และสิ้นชีวิตลง

ฝ่ายลูกชายก็เจริญเติบโตขึ้นโดยลำดับ จนกระทั่งเป็นหนุ่ม แม่จึงเรียกมาแล้วเล่าว่า 

นิทานชาดก พกชาดก : นกยางเจ้าเล่ห์กับปู

นิทานชาดก นกยางเจ้าเล่ห์กับปู

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภพระจีวรวัฑฒกะ (พระที่มีความสามารถในการทำจีวร) ผู้อยู่ในพระเชตวัน กับพระจีวรวัฑฒกะบ้านนอก ในการลวงกันเรื่องการแลกจีวร

ในอดีตกาล นานมาแล้ว มีสระใหญ่แห่งหนึ่งอยู่ในป่า เป็นที่อาศัยของปลาน้อยใหญ่จำนวนมาก ต่อมาในฤดูแล้ง น้ำในสระได้แห้งขอดลง ปลาในสระไม่สามารถที่จะย้ายสระได้จึงได้แต่นอนรอความตายอยู่ที่นั่น
บังเอิญวันนั้น มีนกยางบินผ่านมาพอดี เจ้านกยางเกิดเปรี้ยวปากอยากกินปลา จึงคิดอุบายหาทางกินปลาอย่างง่ายๆ โดยไม่ต้องลงไปไล่จับปลาให้ตัวเปื้อนโคลน แล้วมันก็นึกขึ้นได้ บินถลาลงไปเกาะขอบสระในทันที


“นี่เจ้านกยาง เจ้าเป็นอะไร ทำไมยืนหน้าเศร้าแบบนั้น” ปลาตัวหนึ่งเอ่ยถาม
“ข้าสงสารพวกเจ้านะซี อีกไม่นานก็ต้องตายเพราะน้ำในสระแห้งลงเรื่อยๆ” นกยางบอกเสียงสลด
“นั่นน่ะซี เมื่อก่อนก็มีน้ำเต็มสระ แต่ปีนี้มันแล้งจริงๆ พวกข้าก็ไม่รู้จะทำยังไง หนีไปไหนก็ไม่ได้” ปลาอีกตัวบ่น 

นิทานชาดก ติตติรชาดก : นกกระทา ลิง ช้าง พี่น้อง 3 เผ่าพันธุ์

นิทานชาดก นกกระทา ลิง ช้าง

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภการไม่เคารพกันของพระภิกษุ

ในอดีตกาล ที่ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีต้นไทรต้นใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยของนกกระทา ลิง และช้าง แม้ทั้งสามจะอาศัยอยู่ที่ต้นไทรต้นเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้มีความเคารพยำเกรงกันเลย เจ้าช้างนึกอยากเขย่าต้นไทรเมื่อไรก็เขย่า เจ้าลิงก็คอยแต่จะแกล้งเพื่อนตามประสาความซน ส่วนเจ้านกกระทาก็ชอบร้องเพลงตอนกลางคืนรบกวนเพื่อนๆ ที่จะนอน

ทั้งสามอยู่กันด้วยความขุ่นข้องหมองใจเสมอมา จนกระทั่งวันหนึ่ง มันก็คิดขึ้นได้ว่าขืนอยู่กันอย่างนี้ต่อไป คงไม่มีความสงบสุขแน่ จึงหันมาคุยกันว่าพวกมันควรให้ความเคารพและเชื่อฟังแก่ผู้ที่แก่กว่า …แต่เอ…แล้วพวกมันจะรู้ได้ยังไงว่าใครแก่กว่า

ในที่สุดเจ้านกกระทาก็คิดขึ้นมาได้

“ถ้าอย่างนั้นใช้ต้นไทรนี้เป็นตัวบอกอายุก็แล้วกัน เริ่มที่เจ้าช้างก่อนนะ เจ้าเห็นต้นไทรนี้ครั้งแรกเมื่อไร” นกกระทาถาม

“ข้าน่ะหรอ… ข้ารู้จักต้นไทรนี้ตั้งแต่มันยังเป็นพุ่มเล็กๆ เวลาข้าเดินผ่าน ยอดต้นไทรเล็กๆ มันจั๊กจี้ท้องข้าเรื่อยเลย” เจ้าช้างรำลึกความหลัง