นิทานชาดก ทุมเมธชาดก : พระราชโอรสผู้มีปัญญา นำพาทุกชีวาให้พ้นภัย

นิทานชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภการบำเพ็ญประโยชน์แก่โลก

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี
พระองค์มีพระราชโอรสองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พรหมทัตราชกุมาร เมื่อพระกุมารมีพระชันษาครบ 16 ปีก็ได้ทรงศึกษาศิลปะในเมืองตักกสิลา ทรงเจนจบไตรเพท และทรงสำเร็จศิลปศาสตร์ 18 ประการ ต่อมาพระราชบิดาทรงพระราชทานตำแหน่งอุปราชแก่พระองค์

ครั้งนั้นชาวเมืองพาราณสีนิยมฆ่าสัตว์เซ่นสรวงบูชาเทวดากันทั้งเมือง โดยพวกเขาเชื่อว่าเทวดาเป็นผู้อำนวยความสุขความเจริญให้

ฝ่ายพรหมทัตกุมาร เมื่อได้เป็นมหาอุปราชแล้วก็ทรงดำริว่า

‘ขณะนี้ชาวเมืองฆ่าสัตว์บูชาเทวดากันมาก โดยหารู้ไม่ว่านั่นคือการสร้างบาป เราควรที่จะหาทางให้พวกเขาเลิกลัทธิบาปหนานี่เสียดีกว่า’

พระองค์พยายามคิดอุบายอยู่หลายวัน เมื่อคิดได้แล้วก็เริ่มดำเนินการขึ้นทันที โดยเช้าวันนั้นขณะที่ชาวเมืองกำลังเซ่นสรวงบูชาเทวดาที่ต้นไทรใหญ่นอกพระนคร พระองค์ก็เสด็จออกไปบ้าง ครั้นไปถึงก็ได้บูชาเทวดาด้วยดอกไม้ของหอม ทำอาการนับถือเทวดาให้ประชาชนได้เห็น แล้วเสด็จกลับพระราชวัง และตั้งแต่นั้นมา พระองค์ก็เสด็จไปทำการบูชาทุกวัน จนประชาชนเชื่อว่าพระองค์นับถือเทวดาเหมือนพวกเขา

ครั้นพระราชบิดาเสด็จสวรรคต พรหมทัตกุมารได้ขึ้นครองราชย์ พระองค์เห็นเป็นโอกาสจึงรับสั่งให้ประชุมเหล่าเสนาอำมาตย์ราชบริพาร แล้วตรัสถามขึ้นว่า

นิทานชาดก นักขัตตชาดก : รอฤกษ์ ดีไหม

นิทานชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภอาชีวกคนหนึ่ง ซึ่งได้ทำลายพิธีมงคลสมรสด้วยการบอกว่าฤกษ์ไม่ดี

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี
ครอบครัวชายหนุ่มจากตระกูลในเมืองได้ไปสู่ขอหญิงสาวชาวชนบท นัดวันกันไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะจัดงานแต่งงานกันในวันนั้นวันนี้
เมื่อถึงวันกำหนดการแต่งงาน ชายหนุ่มกำลังจะเดินทางเพื่อไปงานแต่ง ที่บ้านเจ้าสาว พอดีมีอาชีวกผู้ที่คุ้นเคยกับครอบครัวชายหนุ่มเดินผ่านมา

“พวกเจ้าจะไปไหนกันรึ” อาชีวกถาม

“อ๋อท่านอาจารย์ พวกข้าจะพาลูกชายไปแต่งงานที่บ้านนอกน่ะครับ ..แต่ไหนๆ ท่านก็มาแล้ว ช่วยดูฤกษ์ให้หน่อยสิครับว่าแต่งวันนี้จะดีไหม” พ่อของชายหนุ่มตอบ

อาชีวก นึกไม่พอใจอยู่แล้วที่ไม่มาปรึกษาตนแต่แรก จึงตอบไปว่า

นิทานชาดก เวทัพพชาดก : ร่ายมนต์เรียกฝนเงินทอง

นิทานชาดก เวทัพพชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้ว่ายากคนหนึ่ง  ซึ่งในอดีตชาติก็เป็นผู้ว่ายากเช่นเดียวกัน จนถึงกับทำให้ตัวต้องตาย และคนอื่นอีกนับพันก็ต้องตายไปด้วย

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีพราหมณ์คนหนึ่ง รู้วิชาการร่ายมนต์เรียกแก้วเจ็ดประการ หากวันใดฤกษ์งามงามดี เมื่อแกสาธยายมนต์บทที่ชื่อ เวทัพพะนี้แล้ว จะมีรัตนชาติต่างๆตกลงมาจากฟ้าอย่างน่าอัศจรรย์

อยู่มาวันหนึ่งพราหมณ์ได้พาศิษย์คนโปรดออกเดินทางไปต่างเมือง ในระหว่างทางกลางป่าใหญ่ ถูกพวกโจรห้าร้อยคนจับตัวไว้แล้วปล่อยศิษย์ให้กลับมาหาเงินค่าไถ่ตัวพราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์ ก่อนลูกศิษย์จะจากไป ได้กำชับอาจารย์ว่า

“อาจารย์… ถึงอย่างไรฉันต้องกลับมาแน่ ไม่ว่าจะอย่างไรอาจารย์ห้ามร่ายมนต์บทนั้นเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นอาจารย์จะมีอันตราย นะขอรับ”

“เออ.. ข้ารู้น่า เอ็งรีบไปรีบมาก็แล้วกัน” พราหมณ์รับคำ

พอตกเย็น พวกโจรได้ลากตัวพราหมณ์ไปมัดไว้ที่กลางแจ้งแห่งหนึ่ง เมื่อพราหมณ์ได้เห็นพระจันทร์ขึ้นมาทางทิศตะวันออก ก็แลดูอากาศ เห็นว่าวันนี้เป็นวันฤกษ์ดีที่ฝนแก้วเจ็ดประการจะตกลงมาได้  

นิทานชาดก อารามทูสกชาดก : ลิงรดน้ำต้นไม้

นิทานชาดก อารามทูสกชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภเด็กชาวบ้านคนหนึ่งที่เมื่อจะรดน้ำต้นไม้ทีไรต้องถอนต้นไม้นั้นขึ้นมาดูรากเสียก่อนแล้วจึงรดน้ำตามความสั้นยาวของรากต้นไม้

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

ทุกๆ ปี พระองค์จะรับสั่งให้จัดงานนักขัตฤกษ์ประจำปีขึ้นที่หน้าพระลานหลวง มีมหรสพและการละเล่นเป็นที่สนุกสนานยิ่ง

และในวันนักขัตฤกษ์ประจำปีคราวหนึ่งคนเฝ้าพระราชอุทยานอยากจะไปเที่ยวงานกับเขาบ้าง จึงเรียกลิงตัวหัวหน้าที่อาศัยอยู่ในอุทยานนั้นมาแล้วสั่ง

“นี่เจ้าลิง เจ้าก็อาศัยอยู่ที่นี่มานาน ได้ร่มเงาต้นไม้พวกนี้เป็นที่พักพิง… วันนี้มีงานที่พระลานหลวง ข้าจะฝากเจ้าดูแลต้นไม้พวกนี้หน่อยจะได้ไหม”

“ได้ซีท่าน ว่าแต่จะให้ข้าทำอะไรล่ะ” เจ้าลิงถาม

“ก็แค่รดน้ำต้นไม้ที่ข้าเพิ่งปลูกไปเนี่ยให้หน่อย” คนเฝ้าสวนตอบ 

นิทานชาดก กโปตกชาดก : นกพิราบใจดีกับกาขี้ขโมย

นิทานชาดก นกพิราบกับกาขี้ขโมย

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้มีความโลเลรูปหนึ่ง

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

ชาวเมืองนิยมแขวนกระเช้าหญ้าไว้นอกระเบียงเพื่อให้ฝูงนกทั้งหลายได้อาศัยอยู่กันอย่างสบาย

ครั้งนั้นพ่อครัวของเศรษฐีได้แขวนกระเช้าไว้ในครัวด้วย ต่อมามีนกพิราบตัวหนึ่งบินมาอาศัยอยู่ในกระเช้านั้น พอรุ่งเช้ามันก็ออกไปหากิน ตกเย็นจึงกลับมานอนในกระเช้าของมัน

อยู่มาวันหนึ่งมีกาตัวหนึ่งบินผ่านมาทางโรงครัว มันได้กลิ่นเนื้อกลิ่นปลา ก็นึกอยากจะกินเนื้อกินปลาในครัวเต็มประดา จึงคิดหากลอุบายอยู่ ครั้นตกเย็นจึงได้เห็นนกพิราบกลับมา มันคิดจะอาศัยอยู่กับนกพิราบ ด้วยหวังจะกินเนื้อให้ได้ คิดแล้วก็บินกลับไปยังที่อยู่ของมัน

รุ่งเช้าก็บินมาจับอยู่ใกล้โรงครัวนั้น พอเห็นนกพิราบบินออกจากครัว ก็ออกบินติดตามไปใกล้ๆ

ฝ่ายนกพิราบเมื่อเห็นกาบินตามติดมา ก็ให้สงสัยจึงเอ่ยถามขึ้นว่า

“เจ้ากา ตามข้ามาทำไม”