นิทานชาดก เทวธรรมชาดก : คุณธรรมของเทวดา

นิทานชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งที่สะสมบริขารต่างๆไว้มาก ทั้งผ้าห่ม สบง จีวร เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบจึงได้ตำหนิ แต่แทนที่พระรูปนั้นจะสำนึกผิดกลับแสดงอาการไม่พอใจ

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชย์สมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี

พระองค์ได้มีพระโอรส 2 พระองค์ ชื่อว่า มหิสาสกุมาร และ จันทกุมาร ต่อมาไม่นาน อัครมเหสีของพระองค์ได้สิ้นพระชนม์ลง พระเจ้าพรหมทัตจึงได้แต่งตั้งสนมนางหนึ่งให้เป็นมเหสีแทน และต่อมาพระนางก็ได้ให้ประสูติพระโอรส ชื่อว่า สุริยะกุมาร เมื่อพระราชาทรงเห็นพระโอรส ก็มีพระหฤทัยยินดีจึงได้ตรัสกับมเหสีว่า

“น้องรัก ลูกเราน่ารักเหลือเกิน พี่จะให้พรแก่ลูกของเรา 1 ประการ เจ้าต้องการสิ่งใดจงบอกพี่มาเถิด” 

นิทานชาดก จุลลกเศรษฐีชาดก : ซากหนูสร้างเศรษฐี

นิทานชาดก

หตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภการบรรลุธรรมของพระจุลลปันถก ซึ่งได้เรียนพระคาถาถึง 4 เดือนจากพระพี่ชาย (พระมหาปันถก) ก็ไม่สามารถบรรลุธรรมได้ แต่ได้เรียนธรรมะจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพียงวันเดียวก็บรรลุธรรมได้อย่างง่ายดาย

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชย์สมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี

มีเศรษฐีคนหนึ่ง ชื่อว่า จุลลกเศรษฐี  ซึ่งนอกจากจะมีทรัพย์สมบัติมากแล้ว ยังฉลาดรอบรู้ในเรื่องนิมิตดีร้ายอย่างดีอีกด้วย

วันหนึ่งเขาไปเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินกับคนรับใช้ที่ชื่อ จูฬันเตวาสิก ในระหว่างทาง ท่านเศรษฐีได้เห็นหนูตายตัวหนึ่ง ที่ข้างถนน จึงตรวจดูฤกษ์ผานาที แล้วพูดขึ้นว่า

“ถ้าใครมีปัญญา หนูตัวนี้จะทำให้เขาเป็นเศรษฐีได้ในไม่ช้า” 

นิทานชาดก วัณณุปถชาดก : น้ำใสใต้กอหญ้า

นิทานชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้ละความเพียรรูปหนึ่ง

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชย์สมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี

มีพ่อค้าเกวียนได้ทำการค้าด้วยเกวียน 500 เล่ม เดินทางไปค้าขายยังต่างเมือง และจำเป็นต้องเดินทางผ่านทะเลทรายซึ่งมีระยะทางประมาณ 60 โยชน์ ( 1 โยชน์ = 16 กิโลเมตร)

การเดินทางในทะเลทรายนั้น ในเวลากลางวันอากาศจะร้อนเหมือนกองถ่านเพลิง ไม่อาจเดินทางได้ ดังนั้นกองเกวียนจึงได้หยุดพักในเวลากลางวันแล้วเดินทางในเวลากลางคืน

พ่อค้าเกวียนเดินทางมาได้ 59 โยชน์ จึงคิดว่า อีกไม่นานก็จะพ้นทะเลทรายแล้ว จึงได้ให้ลูกน้อง

นิทานชาดก อปัณณกชาดก :อย่าไว้ใจน้ำบ่อหน้า

นิทานชาดก อย่าไว้ใจน้ำบ่อหน้า

เหตุที่ตรัสชาดก : ทรงปรารภสาวกของเดียรถีย์ ที่กรุงสาวัตถี สหายของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เมื่อสาวกของอัญญเดียรถีย์ ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว มีจิตเลื่อมใส จึงนับถือพระรัตยตรัยเป็นสรณะ แต่เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสด็จจากกรุงสาวัตถี กลับไปกรุงราชคฤห์ เหล่าสาวกอัญญเดียรถีย์ก็หันกลับไปนับถืออัญญเดียรถีย์ ตามเดิม

กาลครั้งหนึ่ง ในนครพาราณสี มีพระราชาชื่อ พรหมทัตเป็นผู้ปกครอง
มีพ่อค้าสองคนได้ทำการค้าขายด้วยเกวียน 500 เล่ม คนหนึ่งเป็นคนฉลาด มีปัญญา อีกคนหนึ่งเป็นคนโง่เขลา

ทั้ง 2 ได้มานั่งพักเพื่อที่จะเตรียมตัวเดินทางไปค้าขายยังหัวเมืองเดียวกัน พ่อค้าคนฉลาดคิดว่าถ้าเราจะไปพร้อมกันเสบียงต่างๆ เช่น น้ำและฟืน อาจจะไม่พอ แม้หนทางก็จะคับแคบ จึงได้ถามพ่อค้าอีกคนขึ้นว่าเขาจะไปก่อนหรือจะไปทีหลัง 

นิทานอีสป นิทานเพลง : เป็นกบดีกว่า

นิทานอีสป นิทานเพลง เป็นกบดีกว่า

นิทานเพลงเรื่องเป็นกบดีกว่าเรื่องนี้ บอกเล่าเรื่องราวของเจ้ากบที่มองเห็นใครเดินผ่านไปมาก็อยากเป็นเขาเหล่านั้น แต่สุดท้ายมันก็พบว่าเป็นตัวมันเองนั่นแหละดีที่สุด เกิดเป็นมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน บางครั้งเราก็อยากมีอยากเป็นแบบคนอื่น ถ้าคิดเพื่อให้มีกำลังใจและก้าวไปสู่จุดนั้นได้ยอมเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าคิดอิจฉาริษยา และไม่พัฒนาตัวเอง ย่อมเกิดแต่ผลเสีย แล้วคุณล่ะ เป็นแบบเจ้ากบหรือเปล่า พอใจในสิ่งที่คุณเป็นแล้วหรือยัง?