Category Archives: นิทาน เรื่องของมนุษย์

นิทานชาดก ตักกชาดก : ขอสี่คำ…สำหรับหญิงสองใจ

นิทานชาดก ตักกชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก ตักกชาดก : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งที่ต้องการจะสึกออกไปครองเรือน ไม่ยินดีในการบำเพ็ญสมณธรรม วันๆคิดถึงแต่หญิงสาว พระพุทธเจ้าจึงนำเรื่องในอดีตมาเล่าเพื่อเป็นข้อคิดเตือนใจให้เห็นโทษภัยของการครองเรือน (เมื่อเล่าจบภิกษุนั้นก็บบรรลุโสดาปัตติผล)

ลูกสาวเศรษฐีคนหนึ่งชื่อว่านางทุษฐกุมารี มีหน้าตาสวยงาม แต่มีนิสัยดุร้ายหยาบคาย ชอบทุบตีบ่าวไพร่อยู่เสมอ วันหนึ่งนางทุษฐกุมารีและบริวารชวนกันไปเล่นน้ำที่ท่าน้ำใกล้บ้าน อยู่ๆท้องฟ้าก็กลับมืดครึ้มดูทีท่าว่าพายุใหญ่จะมา พวกบริวารคิดแก้เผ็ดนางทุษฐกุมารีโดยพากันแอบกลับเรือน แล้วทิ้งนางไว้ให้อยู่ที่นั่นคนเดียว เมื่อพายุมานางจึงโดนน้ำพัดไปและไม่มีใครช่วย จนกระทั้งน้ำพัดนางมาถึงหน้าอาศรมของฤาษีรูปหนึ่ง ฤาษีเห็นจึงได้เข้าไปช่วยและให้พักอยู่ในอาศรมของท่านก่อนเพราะเป็นเวลาดึกมาแล้ว ส่วนตัวท่านฤาษีได้ออกมานอนข้างนอกแทน รุ่งเช้า ฤาษีชีทางให้นางกลับไป แต่นางไม่ยอมกลับเพราะนึกชอบฤาษีขึ้นมา นางจึงทำมิดีมิร้ายกับฤาษีจนฤาษีเสื่อมจากฌาน เป็นดังนี้ฤาษีจึงสึกออกมาเลี้ยงดูนางทุษฐกุมารี โดยได้ออกมาทำการค้าขายเปรียงอยู่ที่บ้านชายแดน และใช้ชื่อเดิมว่าตักกบัณฑิต

นิทานชาดก อาสาตมันตชาดก : แม่เฒ่าตัญหากลับ

นิทานชาดก อาสาตมันตชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก อาสาตมันตชาดก : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งที่ต้องการจะสึกออกไปครองเรือน ทรงตรัสสอนว่า ขึ้นชื่อว่าหญิงส่วนมาก ไม่น่ายินดี ไร้สติ ลามก เป็นผู้มีเบื้องหลัง แม้สังขารจะร่วงโรยแก่มากแล้วแต่ความมักมากในกามก็ยังมีอยู่  แล้วทรงนำเรื่องในอดีตมาเล่า (เมื่อเล่าจบภิกษุนั้นก็บบรรลุโสดาปัตติผล)

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีตระกูลพราหมณ์ตระกูลหนึ่ง กระทำการบูชาไฟมาตั้งแต่วันที่บุตรของเขาเกิด โดยจุดไฟไว้ไม่ให้ดับเลย จนถึงวันที่บุตรของเขามีอายุได้ 16 ปี ผู้เป็นพ่อจึงได้ถามลูกชาย

ลูกรักของพ่อ บัดนี้เจ้าก็โตเป็นหนุ่มแล้ว เจ้าอยากออกบวชหรืออยากครองเรือนล่ะ ถ้าหากเจ้าต้องการจะไปเกิดในพรหมโลกก็จงถือไฟนั้นเข้าป่า บูชาพระอัคนีเทพเจ้า แต่ถ้าเจ้าอยากจะอยู่ครองเรือนก็จงไปสู่เมืองตักสิลา ร่ำเรียนวิชาให้เจนจบ แล้วค่อยมารับมรดกของพ่อเถิด”

แหมพ่อ ฉันยังหนุ่มยังแน่น จะให้ฉันออกบวชได้อย่างไรกัน ฉันจะไปเรียนวิชาในสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์ แล้วจะกลับมาแต่งงานจ้ะพ่อ” ลูกชายบอกตามตรง

นิทานชาดก กัญจนขันธชาดก : ทองคำใต้ดินในถิ่นของผู้หวงแหน

นิทานชาดก กัญจนขันธชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก กัญจนขันธชาดก : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่งที่ต้องการจะสึกเพราะคิดว่าตนไม่อาจรักษาศีลที่มีมากมายนั้นได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงย่อศีลทั้งหมดเหลือ 3 ข้อ คือ การไม่ประพฤติผิดทางกาย ทางวาจา และทางใจ ภิกษุรูปนั้นเมื่อกลับไปก็พิจารณาว่าจริงๆแล้วศีลมากมายนั้นมันก็มีแค่ 3 ข้อนี้เอง แล้วเจริญวิปัสนาจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีชาวนาคนหนึ่งเข้าไปทำนาในเขตบ้านร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นบ้านของมหาเศรษฐี ก่อนตายเขาได้ฝังทองแท่งขนาดใหญ่เท่าโคนขา ยาวประมาณ 4 ศอกไว้ที่นั่นด้วย เมื่อเศรษฐีตายไป ครอบครัวเขาก็ย้ายบ้านไปอยู่ในเมือง ปล่อยให้ที่ตรงนั้นรกร้างว่างเปล่า

นิทานชาดก ปัญจาวุธชาดก : กุมารหัวร้อน สู้กับยักษ์ขนเหนียว

นิทานชาดก ปัญจาวุธชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก ปัญจาวุธชาดก : เมื่อพระพุทธเจ้าได้ยินว่าภิกษุรูปหนึ่งมีความเพียรย่อหย่อน จึงทรงเรียกมาถามว่าจริงหรือไม่ พระภิกษุนั้นตอบว่าจริง พระพุทธองค์จึงได้ตรัสให้กำลังใจว่า แม้ในอดีตบัณฑิตทั้งหลายได้ทำความเพียรในที่อันสมควรก็สามารถบรรลุถึงราชสมบัติได้ แล้วจึงนำเรื่องในอดีตมาเล่า

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

พระองค์มีพระโอรสองค์หนึ่ง นามว่า “ปัญญาวุธกุมาร” เมื่อพระโอรสเจริญวัยขึ้น พระองค์ได้ส่งไปศึกษาศิลปวิทยา ณ กรุงตักศิลา

พระราชกุมารศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยา ที่เมืองตักศิลา เป็นเวลาหลายปี จนจบหลักสูตร อาจารย์ได้มอบอาวุธ 5 ชนิดด้วยกันคือ พระขรรค์ ธนู หอก ขวาน และตะบอง เป็นอาวุธประจำกาย เมื่อกราบลาพระอาจารย์แล้วพระองค์จึงเดินทางเพื่อเสด็จกลับยังพระนคร ในระหว่างทาง พระองค์ต้องผ่านป่าซึ่งเป็นที่อยู่ของยักษ์ดุร้ายตนหนึ่งชื่อว่า “สิเลสโลม” ชาวบ้านเห็นพระกุมารก็พากันห้าม

นิทานชาดก ผลชาดก : เตือนแล้วนะ! อย่ากินมะม่วง

นิทานชาดก ผลชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก ผลชาดก : มีอุบาสกในเมืองสาวัตถีคนหนึ่งได้นิมนต์พระพุทธเจ้าและหมู่พระภิกษุสงฆ์ไปยังสวนของตน เมื่อได้ถวายของขบฉันแล้ว จึงหันไปสั่งกับคนสวนของเขาว่าให้พาพระภิกษุทั้งหลายเที่ยวชมสวนและถวายผลไม้ต่างๆแก่ท่านด้วย คนเฝ้าสวนรับคำ แล้วพาภิกษุสงฆ์เที่ยวไปในสวนดูต้นไม้และผลไม้ด้วยความชำนาญ จนพระต่างพากันชื่นชมโจษขาน พระพุทธเจ้าจึงเล่าให้ฟังว่า คนที่ชำนาญในการดูผลไม้นั้นไม่ได้มีแค่เพียงท่านนี้ แม้ในอดีตก็เคยมีมาแล้ว

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีพ่อค้าเกวียนคนหนึ่งบรรทุกเกวียนห้าร้อยเล่มออกไปค้าขายยังต่างเมืองพร้อมกับลูกน้องอีกหลายร้อยคน ครั้งหนึ่งต้องเดินทางไกลผ่านป่าแห่งหนึ่ง ในขณะที่อยู่ชายป่า เขาได้บอกกับลูกน้องว่า

“เดี๋ยวเราจะต้องเดินทางเข้าป่าแล้ว ในป่ามีผลหมากรากไม้จำนวนมากที่มีพิษ หากผลไม้ต้นไหนที่พวกเจ้าไม่เคยกินหรือเห็นผิดสังเกต ให้มาถามเราก่อนนะ”

“ครับ หัวหน้า” ลูกน้องต่างก็เชื่อฟัง

และในไม่ช้าไม่นาน ลูกน้องคนหนึ่งก็วิ่งมาหาหัวหน้าพ่อค้าเกวียน

“หัวหน้า ตรงโน้นมีต้นมะม่วงสุกเต็มต้นเลย ท่านลองไปดูสิครับ ลูกโตน่ากินชะมัด”

นิทานชาดก ปุณณปาติชาดก : พิษร้ายในไหเหล้า

นิทานชาดก ปุณณปาติชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก ปุณณปาติชาด : มีนักเลงสุราในเมืองสาวัตถี ตั้งวงปรึกษากันว่าเงินค่าเหล้าหมดแล้วจะทำอย่างไรดี คนขี้เมาในวงนั้นจึงเสนอขึ้นว่าให้หลอกมอมเหล้าท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี แล้วปล้นทรัพย์ แต่อนาถบิณฑิกเศรษฐีรู้ทันจึงขับไล่พวกคนขี้เมานั้นไป พระพุทธเจ้าจึงปรารถถึงเหล้าเจือยาพิษของเหล่าคนเมา ว่าไม่ใช่แค่ชาตินี้ที่คนเหมาคิดจะมอมเหล้าเศรษฐี แม้ในอดีตก็เคยมีมาก่อนแล้ว

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

พวกนักเลงสุราในเมืองกำลังตั้งวงขบคิดกันว่า เงินค่าเหล้าหมดแล้วจะเอาเงินจากไหนมาซื้อเหล้าดื่มได้อีก

“เฮ้ย พวกแกไม่ต้องห่วง ข้ามีวิธีดีๆ ที่จะได้เงินมาซื้อเหล้าแล้วว่ะ” ขี้เมาคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

“ทำไงวะ” เพื่อนๆ ในวงเหล้าถาม

“ทุกวันจะมีเศรษฐีคนหนึ่ง เดินผ่านมาทางนี้เพื่อไปเข้าเฝ้าพระราชา เราก็หาทางมอมเหล้ามันซิ แล้วก็ปล้นมันเลย”

“เออ จริง เอาตามนี้แหละ” ทุกคนเห็นด้วย ว่าแล้วก็เตรียมไหสุราผสมยาพิษรอท่าไว้

นิทานชาดก นักขัตตชาดก : รอฤกษ์ ดีไหม

ทานชาดก นักขัตตชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก นักขัตตชาดก : ทรงปรารภอาชีวกคนหนึ่งที่ทำลายพิธีมงคลสมรสด้วยการบอกว่าฤกษ์ไม่ดี เรื่องมีอยู่ว่า มีชายหนุ่มบ้านนอกนัดวันจะไปสู่ขอสาวในเมืองสาวัตถี แต่เมื่อถึงวันนัด พอดีมีอาชีวกะคนคุ้นเคย ได้เข้ามาหา ชายหนุ่มจึงถามดูฤกษ์ยาม อาชีวกะนึกโกรธอยู่แล้วที่ไม่ไปปรึกษาแต่แรก จึงบอกว่าวันนี้ฤกษ์ไม่ดี หากทำการมงคลจะพินาศใหญ่หลวง ชายหนุ่มนั้นจึงยังไม่ไป แต่ไปอีกทีในวันรุ่งขึ้น ฝ่ายพ่อเจ้าสาวเมื่อเห็นว่าเจ้าบ่าวผิดนัดก็โกรธมากแล้วยกเจ้าสาวให้คนอื่นไป ทั้งสองฝ่ายจึงทะเลาะวิวาทกันยกใหญ่ ในที่สุดฝ่ายชายก็ต้องยอมแพ้และกลับบ้านไป

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี
ครอบครัวชายหนุ่มจากตระกูลในเมืองได้ไปสู่ขอหญิงสาวชาวชนบท นัดวันกันไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะจัดงานแต่งงานกันในวันนั้นวันนี้
เมื่อถึงวันกำหนดการแต่งงาน ชายหนุ่มกำลังจะเดินทางเพื่อไปงานแต่ง ที่บ้านเจ้าสาว พอดีมีอาชีวกผู้ที่คุ้นเคยกับครอบครัวชายหนุ่มเดินผ่านมา

“พวกเจ้าจะไปไหนกันรึ” อาชีวกถาม

“อ๋อท่านอาจารย์ พวกข้าจะพาลูกชายไปแต่งงานที่บ้านนอกน่ะครับ ..แต่ไหนๆ ท่านก็มาแล้ว ช่วยดูฤกษ์ให้หน่อยสิครับว่าแต่งวันนี้จะดีไหม” พ่อของชายหนุ่มตอบ

อาชีวก นึกไม่พอใจอยู่แล้วที่ไม่มาปรึกษาตนแต่แรก จึงตอบไปว่า

นิทานชาดก เวทัพพชาดก : ร่ายมนต์เรียกฝนเงินทอง

นิทานชาดก เวทัพพชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก เวทัพพชาดก : ทรงปรารภภิกษุผู้ว่ายากคนหนึ่ง ซึ่งในอดีตชาติก็เป็นผู้ว่ายากเช่นเดียวกัน เพราะไม่ทำตามคำของบัณฑิต จนถึงกับทำให้ตัวต้องตาย และคนอื่นอีกนับพันก็ต้องตายไปด้วย

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีพราหมณ์คนหนึ่ง รู้วิชาการร่ายมนต์เรียกแก้วเจ็ดประการ หากวันใดฤกษ์งามงามดี เมื่อแกสาธยายมนต์บทที่ชื่อ เวทัพพะนี้แล้ว จะมีรัตนชาติต่างๆตกลงมาจากฟ้าอย่างน่าอัศจรรย์

อยู่มาวันหนึ่งพราหมณ์ได้พาศิษย์คนโปรดออกเดินทางไปต่างเมือง ในระหว่างทางกลางป่าใหญ่ ถูกพวกโจรห้าร้อยคนจับตัวไว้แล้วปล่อยศิษย์ให้กลับมาหาเงินค่าไถ่ตัวพราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์ ก่อนลูกศิษย์จะจากไป ได้กำชับอาจารย์ว่า

“อาจารย์… ถึงอย่างไรฉันต้องกลับมาแน่ ไม่ว่าจะอย่างไรอาจารย์ห้ามร่ายมนต์บทนั้นเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นอาจารย์จะมีอันตราย นะขอรับ”

“เออ.. ข้ารู้น่า เอ็งรีบไปรีบมาก็แล้วกัน” พราหมณ์รับคำ

พอตกเย็น พวกโจรได้ลากตัวพราหมณ์ไปมัดไว้ที่กลางแจ้งแห่งหนึ่ง เมื่อพราหมณ์ได้เห็นพระจันทร์ขึ้นมาทางทิศตะวันออก ก็แลดูอากาศ เห็นว่าวันนี้เป็นวันฤกษ์ดีที่ฝนแก้วเจ็ดประการจะตกลงมาได้  จึงคิดอยากช่วยตัวเองให้พ้นจากความทรมาน เลยร้องถามพวกโจรไปว่า 

นิทานชาดก ขทิรังคารชาดก : จิตไม่หวั่น ตั้งมั่นทำความดี

นิทานชาดก ขทิรังคารชาดก

เหตุที่ตรัสชาดก ขทิรังคารชาดก : ทรงปรารภการมีศรัทธามั่นคงในพระรัตนตรัยของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ท่านรักในการให้ทาน แม้ในคราวที่ทรัพย์โดนน้ำพัดไป และโดนโกง จนเหลือเงินอยู่น้อยนิด ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีก็ยังคงถวายทานอยู่เป็นประจำมิได้ขาด ถึงเทวดาประจำซุ้มประตูมาเตือนว่าอย่าทำทานมาก ท่านก็ไม่หวั่นไหวแถมยังไล่เทวดาตนนั้นออกไป 

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

มีลูกชายเศรษฐีคนหนึ่ง ชอบให้ทานมาตั้งแต่เกิด จนกระทั่งเติบโตเจริญวัยเป็นหนุ่ม และเมื่อบิดาของเขาสิ้นชีวิตลง เขาได้ดำรงตำแหน่งเศรษฐีแทน การให้ทานของเขายังคงดำเนินต่อไป และดูเหมือนจะยิ่งใหญ่กว่าแต่ก่อน โดยคราวนี้ เขาได้สร้างโรงทานถึง 6 แห่ง จ่ายทรัพย์วันละหลายพันเพื่อบริจาค ทั้งยังรักษาศีลเป็นประจำ

วันหนึ่งขณะที่เขากำลังจะกินอาหารเช้า มีพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งออกจากนิโรธสมาบัติ เหาะมายืนอยู่ที่ประตูบ้านของเขา พอเขาเห็นก็รีบเรียกคนใช้มาแล้วสั่งว่า

นิทานชาดก นันทชาดก : ตามล่าหาสมบัติ

นิทานชาดก นันทชาดก ตามหาสมบัติ

เหตุที่ตรัสชาดก นันทชาดก : ทรงปรารภพระภิกษุที่อยู่กับพระสารีบุตร ที่มีความประพฤติแปลกคือเมื่ออยู่ในที่หนึ่งบางครั้งทำตัวเหมือนทาส ว่านอนสอนง่าย เข้าใจคำสั่งสอน แต่เมื่อไปอยู่อีกที่หนึ่ง กลับกลายเป็นคนถือตัวจัด ไม่ฟังคำสั่งสอน พระสารีบุตรไม่เข้าใจอัธยาศัยนี้จึงเข้าไปถามพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่เพียงแต่ในชาตินี้เท่านั้นที่พระรูปนั้นมีความประพฤติแบบนี้ แม้ในชาติก่อนๆก็เช่นกัน แล้วจึงเล่าเรื่องในอดีต

ในอดีตกาล  เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี

เศรษฐีแก่คนหนึ่งมีภรรยาสาวสวย และมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ต่อมาเขาคิดว่าตัวเขานั้นแก่แล้วคงจะตายไปก่อนภรรยา เมื่อเขาตายไป ภรรยาอาจไปมีสามีใหม่ แล้วเอาทรัพย์สมบัติทั้งหลายไปใช้จ่ายจนหมดสิ้น ไม่มีทางที่จะถึงมือลูกชายแน่นอน ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะฝังทรัพย์สินของเขาไว้ ว่าแล้วก็ชวนทาสในเรือนคนหนึ่งชื่อว่า นันทะ ให้แบกเอาทรัพย์สินเงินทองจำนวนมากมายไปฝังไว้ ณ ที่แห่งหนึ่งแล้วสั่งไว้ว่า

“ถ้าเราตายไป จงบอกขุมทรัพย์นี้ให้กับลูกชายเรา”

อยู่มาไม่นาน เขาก็ล้มป่วย และสิ้นชีวิตลง

ฝ่ายลูกชายก็เจริญเติบโตขึ้นโดยลำดับ จนกระทั่งเป็นหนุ่ม แม่จึงเรียกมาแล้วเล่าว่า